เผยเส้นทางสร้างแบรนด์ “พยัคฆ์”และ“ไร่ชรินทร์พรรณ” ดันวัตถุดิบท้องถิ่น สู่สินค้าขายดีในเซเว่นฯ

Published on

ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับผู้ประกอบการ SME ไทย กับงาน 7-ELEVEN SME AWARDS2026 ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ภายใต้ความร่วมมือของเซเว่น อีเลฟเว่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับ SME ไทยที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาองค์กรและนวัตกรรมสินค้า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในการมุ่งมั่นรักษามาตรฐานของสินค้า และทะยานสู่หมุดหมายใหม่ทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง

ในปีนี้มี SME ที่ได้รับรางวัลรวม 21 ราย โดยกลุ่มสินค้า SME ที่โดดเด่นในปีนี้ ได้แก่ สายเครื่องดื่ม และสินค้าเกษตร ต้องยกให้เครื่องดื่ม ชา กาแฟ ตรา “พยัคฆ์” คว้ารางวัล SME ดาวรุ่ง โดดเด่นเรื่องรสชาติเข้มข้น หวานน้อย ในราคาที่เข้าถึงง่าย และ “เมล่อนญี่ปุ่น จากไร่ชรินทร์พรรณ” คว้ารางวัล SME สินค้าเกษตร โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมการเพาะปลูกแบบไม่ใช้ดิน (Substrate Culture) ตอกย้ำความสำเร็จเรื่องการพัฒนาสินค้าร่วมกันระหว่าง SME และเซเว่นฯ ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในการยกระดับมาตรฐานสินค้า รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบเกษตรกรไทย และกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

พลิกบทเรียนสู่ความสำเร็จแบรนด์ ‘พยัคฆ์’ ชา กาแฟพร้อมดื่ม กระแสแรง ยอดทะลุ 200 ล้านในเซเว่นฯ

เส้นทางธุรกิจของ ธิติ พัววรานุเคราะห์ CEO บริษัท เก้าหมิง กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสำเร็จ แต่เกิดจากการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของเขาเกิดจากความชื่นชอบในการดื่มน้ำส้มสด จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายน้ำผึ้ง 100% เข้ามาวางจำหน่ายในเซเว่นฯ เพียงไม่นานก็ได้บทเรียนสำคัญด้านราคาและการตลาด ทำให้ต้องถอยกลับมากลับหาไอเดียใหม่ๆ เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มที่อร่อยราคาไม่แพง จนนำมาสู่การสร้างแบรนด์เครื่องดื่มชา กาแฟ ตรา “พยัคฆ์” และได้เข้าไปเสนอสินค้าพร้อมกับได้รับข่าวดีในการวางจำหน่ายในเซเว่นฯ

“อีกหนึ่งความโชคดีของเราเกิดขึ้นในงานแสดงสินค้างานหนึ่ง เมื่อทีมผู้บริหารของเซเว่นฯ ได้มาชิมชาและกาแฟด้วยตัวเอง และชื่นชอบในรสชาติ จึงชวนให้เราเข้ามานำเสนอสินค้ากับทีมเซเว่นฯ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เราได้ร่วมพัฒนาสินค้า จนออกมาเป็นชา กาแฟ สูตรเข้มข้น หวานน้อย พร้อมดื่มแบบไม่ต้องใส่น้ำแข็ง ในราคาเพียง 20 บาท ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายในเซเว่นฯ ครั้งแรกเมื่อปี 2566 ตอนนั้นได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีการรีวิวและแชร์ต่อกันจำนวนมาก ทั้งในเรื่องรสชาติที่อร่อย กลมกล่อม ราคาถูก ทำให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดดจนยอดสั่งซื้อพุ่งสูงเกินกว่ากำลังการผลิตเดิม จากเดิมที่โรงงานเดินเครื่องผลิตเพียงกะเดียว ต้องปรับมาเป็นการผลิตเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมงทันที” ธิติ เล่า

โดยในปี 2568 บริษัทสามารถสร้างยอดขายในเซเว่นถึง 200 ล้านบาท ปัจจุบันสินค้าภายใต้แบรนด์ชาพยัคฆ์ มีจำนวน 7 รายการ ได้แก่ ชาไทย, ชาเขียว, โกโก้, มอคค่า, กาแฟนม, กาแฟดำ และชาไทยไร้สี โดยรสชาติที่ขายดี ได้รับความนิยมสูงสุดในเซเว่นฯ มีชาไทย, ชาเขียว และโกโก้

ธิติ บอกอีกว่า หัวใจสำคัญของแบรนด์ “พยัคฆ์” คือการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ในราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเครื่องดื่มพร้อมดื่มคุณภาพดี หาซื้อสะดวก ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงยึดแนวทางการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 100% เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทย พร้อมรักษามาตรฐานสินค้า และเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง

บอกลางานประจำสู่เกษตรกรสวนเมล่อนที่เชียงใหม่ พลิกที่นา 2 ไร่ สู่เครือข่ายผลไม้คุณภาพภาคเหนือ

อีกหนึ่งเรื่องราวของผู้ประกอบการ SME ไทยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ประเภท “SME สินค้าเกษตร” คือ “เมล่อนญี่ปุ่น” จากไร่ชรินทร์พรรณ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ของ ณัฐนิช กิตยานุรักษ์ ซึ่งเริ่มต้นเส้นทางเกษตรเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว หลังตัดสินใจลาออกจากงานประจำในกรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านเกิดและเริ่มต้นอาชีพใหม่ในฐานะเกษตรกร โดยในช่วงเริ่มต้น เธอมองหาพืชทางเลือกที่ให้มูลค่าสูงและใช้ระยะเวลาปลูกสั้น จนตัดสินใจเลือก “เมล่อนญี่ปุ่น”

ก่อนลงมือจริง เธอใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการเรียนรู้กับกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ และนำองค์ความรู้มาทดลองปลูกบนพื้นที่นาข้าวเดิมกว่า 2 ไร่ ในเชียงใหม่ ซึ่งมีสภาพอากาศที่เอื้อต่อการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทดลองครึ่งหนึ่ง พร้อมใช้ระบบการปลูกแบบไม่ใช้ดินในโรงเรือนตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งสามารถควบคุมระบบน้ำได้ และยกระดับสู่มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) เพื่อควบคุมคุณภาพผลผลิตในทุกขั้นตอน ก่อนจะต่อยอดสู่การทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนการผลิต และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน อีกทั้งยังพัฒนาไร่ชรินทร์พรรณให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอีกด้วย

“เราอยากทำให้เมล่อนญี่ปุ่นเป็นผลไม้ที่คนไทยเข้าถึงได้ง่าย และคงคุณภาพ ความอร่อย ใกล้เคียงผลไม้นำเข้า จึงเลือกใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากญี่ปุ่น นำมาเพาะปลูกในโรงเรือนแบบไม่ใช้ดิน เพื่อควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือนต่อรอบ ตั้งแต่การหยอดเมล็ดไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งเราใส่ใจและดูแลเองทั้งหมด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสาร มีมาตรฐานสม่ำเสมอ และได้รสชาติที่หวานฉ่ำระดับ 14 บริกซ์ (Brix) เท่ากันทุกลูก” ณัฐนิช เล่า

ในช่วงปี 2563 ก่อนเข้าสู่สถานการณ์โควิด-19 ไร่ชรินทร์พรรณ ได้เริ่มนำเมล่อนญี่ปุ่น เข้าวางจำหน่ายผ่านช่องทาง All Online ของเซเว่นฯ โดยจำหน่ายเป็นผลเมล่อนทั้งลูก ซึ่งได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มผู้บริโภคที่ซื้อรับประทานเองและเลือกซื้อเป็นของฝากในโอกาสพิเศษ โดยทีมงานเซเว่นฯ ได้เข้ามาช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดส่ง พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ และการแพ็กสินค้าให้เหมาะสมกับผลไม้สดมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เซเว่นฯ ยังสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นยอดขายของสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ช่องทางออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของธุรกิจ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของไร่ชรินทร์พรรณกว่า 50% มาจากการจำหน่ายผ่านช่องทาง All Online

เรื่องราวของแบรนด์ ‘พยัคฆ์’ และ ‘ไร่ชรินทร์พรรณ’ นับเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ SME ไทยที่ไม่หยุดเรียนรู้พร้อมปรับตัวรับความท้าทาย โดยมีความร่วมมือและแรงสนับสนุนจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ที่พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ก้าวเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด พร้อมให้คำแนะนำ และแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การบริหารสต็อก การวางแผนโลจิสติกส์ การคำนวณวัตถุดิบล่วงหน้าตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

Latest articles

วิริยะประกันภัย เปิดรับสมัครอบรมใบขับขี่ รุ่นที่ 382 เสริมความพร้อมผู้ขับขี่มือใหม่ สู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รุ่นที่ 382 ระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร

Gartner Says $234 Billion in Enterprise Application Software Spend Is at Risk from Agentic AI

Agentic AI is set to disrupt enterprise software revenue models, with up to $234 billion of enterprise application spending exposed to agentic arbitrage between now and 2030

การ์ทเนอร์ชี้เม็ดเงินซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันองค์กร 234 พันล้านดอลลาร์ เผชิญความเสี่ยงจาก Agentic AI

Agentic AI กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปยังโมเดลรายได้ของซอฟต์แวร์องค์กร โดยส่งผลให้เม็ดเงินการใช้จ่ายด้านแอปพลิเคชันองค์กรมากถึง 234 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะ Agentic Arbitrage

“โบว์ เมลดา” แชร์ทริกถ่ายภาพสวยสุดเทรนดี้ครบทุกช็อตด้วย OPPO Reno16 Series 5G

“โบว์-เมลดา” หนึ่งใน OPPO Family มาพร้อมกับ OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต แชร์ไลฟ์สไตล์การถ่ายภาพสุดเทรนดี้ ชวนอัปเกรดทุกช็อตให้มีสไตล์ เก็บครบทุกโมเมนต์...

More like this