สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

Published on

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

โดยสาเหตุหนึ่งมาจากการฉันอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ทั้งรสหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง สสส. จึงเดินหน้าเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ร่วมกันตักบาตรวิถีใหม่ที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” ภายใต้โครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ซึ่งทำให้การตักบาตรส่งผลดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์ไทย ตอบโจทย์ความยั่งยืนทั้งการรำลึกถึงผู้วายชนม์ ดีต่อจิตใจผู้ตักบาตร รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายของประเทศในการรักษาพยาบาลพระสงฆ์ที่เจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อได้ด้วย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า พระสงฆ์ไทย 78%* กำลังเผชิญความเสี่ยงจากกลุ่มโรค NCDs ถือเป็นวิกฤติสุขภาวะสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขเพราะนอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของพระสงฆ์ ที่เป็นที่พึ่งพาทางจิตใจของคนในสังคมในการเผยแผ่ศาสนาและผู้ปฏิบัติศาสนกิจให้กับพุทธศาสนิกชน ซึ่ง สสส. เล็งเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถป้องกันและบรรเทาได้จากการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อสุขภาพของพระสงฆ์ เช่น พุทธศาสนิกชน ร้านค้าผู้ประกอบการ พระสงฆ์สามเณร ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สุขภาพของพระสงฆ์ไทยดีขึ้น และส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์

ข้อมูลจาก โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุสามเณร ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2565-2568 โดย กระทรวงสาธารณสุข พบ “4 สัญญาณเตือน วิกฤติสุขภาพพระสงฆ์ไทยจากโรค NCDs” ดังนี้
สัญญาณที่ 1: ยอดผู้ป่วยนอกสะสมคงตัวในระดับสูง โดยกลุ่มอายุ 60–69 ปี เข้ารักษามากที่สุด

● จำนวนพระสงฆ์และสามเณรทั่วประเทศที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (OPD) มีปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยปี 2565 มีจำนวน 683,383 ราย ปี 2566 มีจำนวน 741,327 ราย และปี 2567 มีจำนวน 738,494 ราย

● เมื่อแยกข้อมูลตามช่วงอายุ พบว่า กลุ่มพระสงฆ์ในช่วงอายุ 60-69 ปี เป็นกลุ่มที่มีจำนวนการเข้ารับบริการสูงที่สุด อยู่ที่ 545,781 ราย ตามด้วยช่วงอายุ 50-59 ปี มียอดสะสมอยู่ที่ 487,851 ราย
สัญญาณที่ 2: สามโรคไม่ติดต่อหลัก (ความดัน-ไขมัน-อ้วน) ครองสถิติการเจ็บป่วยสูง

● พระสงฆ์ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 2.7 แสนรูป พบว่าเสี่ยงป่วยโรค NCDs ถึง 78%* แบ่งเป็น ภาวะไขมันในเลือดสูง 55% ภาวะอ้วน 44% ความดันโลหิตสูง 17% และน้ำตาลในเลือดสูง 15%

● โรคความดันโลหิตสูง (HT) เป็นโรคในกลุ่ม NCDs ที่พบมากที่สุดในการเข้ารับบริการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วประเทศ ด้วยยอดสูงถึง 73,077 ราย

● ผลการตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบสัดส่วนพระสงฆ์ที่มีไขมันในเลือดสูงเกินมาตรฐาน (คอเลสเตอรอล > 200 mg/dL) ในเกณฑ์ที่น่ากังวล โดยปี 2565 อยู่ที่ 55.42%, ปี 2566 50.20%, ปี 2567 51.21% และปี 2568 อยู่ที่ 47.84% ซึ่งหมายความว่าพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจเกือบครึ่งหนึ่งกำลังประสบปัญหานี้

● นอกจากนี้ ยังพบสัดส่วนภาวะโรคอ้วนในหมู่พระสงฆ์ในปริมาณสูง โดยปี 2565 อยู่ที่ 44.33%, ปี 2566 44.95%, ปี 2567 37.83% และปี 2568 อยู่ที่ 35.73%
สัญญาณที่ 3: อัตรา “ภาวะเสี่ยงเบาหวาน” เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก้าวกระโดดทุกปี

● กลุ่มภาวะเสี่ยง (พระสงฆ์ที่ร่างกายเริ่มมีความผิดปกติในการจัดการน้ำตาลแต่ยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเต็มตัว) พบสถิติเติบโตขึ้น
แบบรายปีอย่างเด่นชัด โดยปี 2565 พบภาวะเสี่ยงเบาหวาน 7.92% (72 รูป), ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 8.88% (98 รูป), ปี 2567 พุ่งขึ้นเป็น 16.93% (149 รูป) และล่าสุดปี 2568 ตรวจพบสูงถึง 18.60% (148 รูป)
สัญญาณที่ 4: โรค NCDs ไม่ได้รับการควบคุม นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการมรณภาพ

● สถิติผู้ป่วยใน (IPD) ชี้ว่าเมื่อโรคกลุ่ม NCDs ลุกลาม จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยพบพระสงฆ์ป่วยด้วยโรคเบาหวาน (DM TYPE II) 1,868 ราย, โรคสมองขาดเลือดหรืออัมพฤกษ์อัมพาต
(CEREBRAL INFARCTION) 1,822 ราย และภาวะหัวใจล้มเหลว (HEART FAILURE) 1,726 ราย

● ความเสื่อมโทรมของร่างกายจากโรคเรื้อรังทำให้ภูมิคุ้มกันพระสงฆ์ลดลง ส่งผลให้ “โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)” กลายเป็นสาเหตุการมรณภาพอันดับ 1 ของพระสงฆ์ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน โดยปี 2565 มรณภาพ 117 รูป, ปี 2566 มรณภาพ 122 รูป และปี 2567 มรณภาพ 76 รูป

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้พระสงฆ์เกิดความเจ็บป่วย มาจากอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ทั้งรสหวานจัด เค็มจัด และมีไขมันมากเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs

จากวิกฤติดังกล่าว สสส. จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” โดยสร้างมุมมองใหม่ในการ “ขยายขอบเขตความคิดถึง” ของพุทธศาสนิกชนที่แต่เดิมตักบาตรด้วยความคิดถึงผู้ล่วงลับ ถวายอาหารพระสงฆ์ด้วยอาหารโปรดของผู้วายชนม์ เป็นการขยายความคิดถึงมายังสุขภาพของพระสงฆ์ที่เป็นผู้รับอาหาร โดยเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมมาตักบาตรด้วยอาหารที่ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” ด้วยการตักบาตรวิถีใหม่นี้ จะเป็นการตักบาตรที่ยังคงตอบโจทย์จิตอันเป็นกุศล ที่ระลึกถึงผู้ล่วงลับ การได้ทำบุญชำระล้างจิตใจ และยังช่วยให้พระสงฆ์ไทยมีสุขภาพดี ช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ สสส. ยังได้ผลิตภาพยนตร์โฆษณาภายใต้โครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” โดยได้รับความอนุเคราะห์
จากครอบครัวของ 3 ศิลปินในดวงใจที่คนไทยคิดถึง ได้แก่ คุณเศรษฐา ศิระฉายา, คุณสรพงศ์ ชาตรี และคุณยอดรัก สลักใจ ในการอนุญาตให้นำภาพและเสียงของศิลปินทั้ง 3 ท่านมาสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนไทย ตระหนักว่าเขามีบทบาทที่ทำให้สุขภาพพระสงฆ์ดีได้โดยเริ่มจากการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพในการตักบาตร และร่วมกันตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระได้แล้วพร้อมกันทั่วประเทศ

เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระดับพื้นที่ สสส. ยังได้ทำการทดลองพื้นที่ต้นแบบ (Experiment project) ผ่านกิจกรรมและกระบวนการวิจัย ร่วมกับผู้ตักบาตร ผู้ประกอบการร้านค้า และวัด ที่ถนนไกรสีห์ บางลำพู โดยจะนำผลการทดลองพื้นที่ต้นแบบไปขยายผลยังพื้นที่อื่นๆ ในประเทศต่อไป

Latest articles

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เครียดหลบใน ภาวะหมดไฟของคนทำงาน สัญญานอันตรายที่แตกต่างในองค์กร

รายงาน Workplace Happiness Report ประจำปี 2568 จาก Jobsdb by SEEK เผยถึงตัวเลขจากการตอบแบบสำรวจว่า มีเพียง 43% เท่านั้นที่พึงพอใจกับระดับความเครียดของตนเองในการทำงาน

More like this