หัวเว่ย คลาวด์ สนับสนุน School Bright เร่งการเปลี่ยนผ่านจากระบบการดำเนินงานแบบ On-Premise สู่แพลตฟอร์มการศึกษาอัจฉริยะบนคลาวด์ (Cloud-Native Smart Education Platform) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับผู้ใช้งานกว่า 500,000 รายทั่วประเทศไทย
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีคลาวด์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการศึกษาของไทยให้ทันสมัย โดยช่วยให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการงานด้านการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกระดับประสิทธิผลในการเรียนการสอน และเสริมสร้างการสื่อสารระหว่างโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครองให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
School Bright ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบครบวงจรที่ผสานการบริหารงานวิชาการ การจัดการข้อมูลนักเรียน และการสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองไว้ในระบบเดียว ภายหลังจากการขยายการใช้งานอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ บริษัทจึงต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและรองรับการขยายตัวได้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้งานแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าด้านต้นทุน
นางสาวเซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งสนับสนุน School Bright ในการสร้างระบบนิเวศการศึกษาที่เชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์สำหรับครู นักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียน ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI-Ready Infrastructure สามารถช่วยยกระดับภาคส่วนสำคัญ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ก่อนการย้ายระบบสู่หัวเว่ย คลาวด์ School Bright พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานแบบ On-Premise เป็นหลัก ส่งผลให้มีต้นทุนการดำเนินงานคงที่สูง และขาดความยืดหยุ่นในช่วงที่มีการใช้งานสูง ขณะเดียวกัน กระบวนการด้านการบริหาร เช่น การเช็กชื่อเข้าเรียน การจัดทำรายงานผลการเรียน และการสื่อสารกับผู้ปกครอง ยังต้องอาศัยการดำเนินงานแบบแมนนวลจำนวนมาก ส่งผลให้ครูและบุคลากรมีภาระงานเพิ่มขึ้น
ด้วยโซลูชันของหัวเว่ย คลาวด์ ปัจจุบัน School Bright สามารถดำเนินงานบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่รองรับการขยายตัวได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมความสามารถด้าน Auto-Scaling ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรประมวลผลตามปริมาณการใช้งานแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้แพลตฟอร์มสามารถรองรับการใช้งานในช่วงเวลาที่มีทราฟฟิกสูง เช่น การเช็กชื่อเข้าเรียน การประกาศผลสอบ และการออกผลการเรียน ได้อย่างมีเสถียรภาพ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
“หัวเว่ย คลาวด์ ถือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของ School Bright ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสถียร ความสามารถด้านความปลอดภัยขั้นสูง และทีมสนับสนุนในประเทศไทย ทำให้เราสามารถขยายการให้บริการได้อย่างมั่นใจ พร้อมพัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับโรงเรียนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยให้ครูลดเวลาในการจัดการงานเอกสาร และมีเวลามากขึ้นในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนและการเรียนการสอนในห้องเรียน” นายนรินทร์ คูรานา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร School Bright กล่าว
School Bright ใช้งานบริการคลาวด์แบบครบวงจรของหัวเว่ย คลาวด์ ประกอบด้วย Elastic Cloud Server (ECS), Cloud Container Engine (CCE), Elastic Volume Service (EVS), Object Storage Service (OBS), RDS for PostgreSQL, Elastic Load Balance (ELB), Virtual Private Cloud (VPC), NAT Gateway และ Web Application Firewall (WAF)
จากความร่วมมือดังกล่าว School Bright สามารถลดภาระงานด้านเอกสารและการบริหารของครูได้สูงสุดถึง 90% ผ่านระบบ Workflow Automation พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการเรียนการสอน โดยช่วยให้ครูสามารถมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนได้มากขึ้น รวมถึงยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ดิจิทัลผ่านการสื่อสารที่รวดเร็วและไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ และรักษาเสถียรภาพของระบบให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงบริการด้านการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
ขณะที่ภาคการศึกษาของประเทศไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่เชื่อถือได้ ความเชี่ยวชาญในประเทศ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอัจฉริยะในทุกอุตสาหกรรมต่อไป

