จากที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงความสนใจเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันอนิเมะและการ์ตูนได้ก้าวขึ้นมาเป็นพลังทางวัฒนธรรมระดับโลก ที่ดึงดูดแฟนๆ ให้เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อค้นหาประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและเชื่อมโยงกับสิ่งที่ชื่นชอบมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ที่พักธีมอนิเมะไปจนถึงงานคอนเวนชันระดับโลก แฟนๆ จำนวนมากต่างออกเดินทางตามรอยอนิเมะ หรือที่เรียกว่า “เซอิจิ จุนเรย์” (Seichi Junrei) ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงอนิเมะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วเอเชีย
ข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com เผยให้เห็นถึงความต้องการด้านการท่องเที่ยวเกี่ยวกับอนิเมะและการ์ตูนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยยอดการค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะและการ์ตูนในเอเชียเพิ่มขึ้นถึง 195% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความสนใจส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวในฮ่องกง และไต้หวัน รวมถึงอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ เกาหลีใต้ [1]
ล่าสุด Trip.com ในฐานะพันธมิตรผู้จำหน่ายบัตรเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียวของ AnimeJapan 2026 ณ กรุงโตเกียว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานอนิเมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มียอดจำหน่ายบัตรเข้าชมเพิ่มขึ้นถึง 697% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีผู้ซื้อบัตรจากกว่า 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และสิงคโปร์ งานดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม Gen Z และ Millennials โดยผู้ซื้อบัตรมากกว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 25–34 ปี และมากกว่าครึ่งเป็นผู้ชาย [2]
อนิเมะครองแพลตฟอร์มสตรีมมิงโลก: การกลับมาของวัฒนธรรมอนิเมะในเอเชีย
แม้อนิเมะจะอยู่คู่กับวัฒนธรรมป๊อปมาอย่างยาวนาน แต่โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์ได้ผลักดันให้อนิเมะกลายเป็นกระแสหลักในระดับโลกอย่างรวดเร็ว ซีรีส์อนิเมะยอดนิยมอย่าง One Piece, Demon Slayer และ Naruto ต่างครองชาร์ตสตรีมมิงทั่วโลก พร้อมสร้างฐานแฟนคลับในหลากหลายประเทศ
รายงานจาก Crunchyroll ระบุว่า 54% ของกลุ่มตัวอย่าง Gen Z มีมุมมองเชิงบวกต่ออนิเมะ มากกว่าศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง Bad Bunny, BLACKPINK และ BTS แม้แต่นักแข่งรถ Formula 1 อย่าง Charles Leclerc ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบอนิเมะและหลงใหลใน Pokémon อย่างมาก
กระแสอนิเมะไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราวเท่านั้น เพราะรายงานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าความต้องการคอนเทนต์เกี่ยวกับอนิเมะและการ์ตูนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีฐานผู้บริโภควัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับโลกดิจิทัลจำนวนมาก ประเทศอย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ต่างเป็นหนึ่งในตลาดที่มีฐานแฟนอนิเมะที่มีส่วนร่วมสูงที่สุดในโลก
จากโลกบนจอสู่ประสบการณ์จริง: เที่ยวงานอนิเมะและเทศกาลระดับโลก
สำหรับแฟนๆ จำนวนมาก วัฒนธรรมอนิเมะคือการได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเดียวกัน รายงานจาก Crunchyroll พบว่าเกือบ 8 ใน 10 ของแฟนอนิเมะรู้สึกว่าความชื่นชอบร่วมกันช่วยสร้างหรือกระชับความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ นอกจากนี้ วิธีที่แฟนๆ นิยมมีส่วนร่วมกับอนิเมะมากที่สุด คือการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน และมักเกิดขึ้นแบบพบหน้ากันจริงมากกว่าบนโลกออนไลน์ ทำให้งานคอนเวนชันและเทศกาลอนิเมะทั่วโลกกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างคอมมูนิตี้ของแฟนๆ
ข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com ยังพบว่า ยอดจองโรงแรมภายในรัศมี 3 กิโลเมตรจากสถานที่จัดงานเทศกาลอนิเมะต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลาที่มีการจัดงาน [3]
Hong Kong Comic Con 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ได้รับความสนใจจากแฟนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลยอดขายบัตรของ Trip.com ระบุว่า มากกว่า 8 ใน 10 ของผู้ซื้อบัตรเป็นกลุ่ม Gen Z และ Millennials สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของวัฒนธรรมอนิเมะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน ผู้หญิงยังคิดเป็นมากกว่า 80% ของยอดขายบัตรทั้งหมด สะท้อนถึงการเติบโตของฐานแฟนผู้หญิงอย่างต่อเนื่อง [4]
ในญี่ปุ่น งานมังงะและอนิเมะขนาดใหญ่อย่าง Comiket ซึ่งจัดขึ้นปีละสองครั้ง ยังคงดึงดูดแฟนคลับจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเขตโอไดบะในกรุงโตเกียว ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Summer Comiket 2026 ในเดือนสิงหาคมนี้ มียอดจองโรงแรมพุ่งขึ้น 78% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน [5] ขณะเดียวกัน Pokémon GO Fest 2026 งานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของเกมยอดนิยมที่จัดขึ้นในโอไดบะ ยังติดเทรนด์บน Trip.Pulse แพลตฟอร์มรวมเทรนด์การท่องเที่ยวยอดนิยมของ Trip.com ด้วยยอดเข้าชมกว่า 630,000 ครั้ง
จากอีเวนต์สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบดื่มด่ำ
อิทธิพลของวัฒนธรรมอนิเมะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทางเพื่อเข้าร่วมอีเวนต์ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางและการเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยแฟนๆ จำนวนมากเริ่มเดินทางไปยังสถานที่จริงที่ปรากฏในอนิเมะ มังงะ หรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น รายงานวิจัยระบุว่า นักท่องเที่ยวในเอเชียกว่า 70% ได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทางจากคอนเทนต์ที่รับชม ขณะที่ผลสำรวจของ Japan Tourism Agency พบว่า สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์และอนิเมะ เพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในปี 2562 เป็น 7.5% ในปี 2566
ทางรถไฟใกล้สถานี Kamakura-Koko-mae ซึ่งมีชื่อเสียงจากมังงะบาสเกตบอลชื่อดังเรื่อง Slam Dunk ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อากิฮาบาระและอิเคบุคุโระ ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมโอตาคุของญี่ปุ่น มียอดจองโรงแรมบน Trip.com เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับความสนใจหลักจากนักเดินทางในเกาหลีใต้ ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน [6]
นอกเหนือจากการเดินทางไปเยือนสถานที่จริง แฟนๆ และนักท่องเที่ยวยุคใหม่ยังมองหาประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่รูปแบบที่พักไปจนถึงกิจกรรมระหว่างทริป ตัวอย่างเช่น ห้องแกลมปิงธีมอนิเมะที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ณ The Farm รีสอร์ตชนบทในญี่ปุ่น ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ก้าวเข้าสู่โลกแฟนตาซีของ Frieren ผ่านจุดถ่ายภาพและองค์ประกอบต่างๆ ภายในพื้นที่ ซึ่งจำลองฉากสำคัญจากอนิเมะและมังงะยอดนิยมเรื่องดังกล่าว
Universal Studios Japan หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มียอดจองสูงสุดในเอเชียบน Trip.com ในปีนี้ ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ 5 แฟรนไชส์ชื่อดัง เพื่อมอบประสบการณ์อนิเมะหลากหลายรูปแบบให้แก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น immersive storywalk รูปแบบใหม่ในโลกของ Frieren: Beyond Journey’s End รวมถึง 3 แอ็กชันสุดตื่นเต้นจาก Detective Conan: The World ขณะเดียวกัน Trip.com นำเสนอทัวร์คัดสรรพิเศษสำหรับแฟนอนิเมะและมังงะ อาทิ ทัวร์ตามรอย Slam Dunk และทัวร์วันเดียวเที่ยวเมืองคามาคุระ ที่พาผู้เดินทางดื่มด่ำกับสถานที่จริงจากผลงานยอดนิยมอย่างใกล้ชิด
ในวันที่วัฒนธรรมความบันเทิงยังคงมีบทบาทสำคัญต่ออัตลักษณ์และแรงบันดาลใจในการเดินทางของผู้คน อนิเมะจึงไม่ได้เป็นเพียงกระแสความนิยมชั่วคราว แต่ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายประเทศ ผ่านชุมชนที่มีความสนใจร่วมกันอย่างแท้จริง
[1] อ้างอิงจากข้อมูลการค้นหาของ Trip.com ปี 2569 เทียบกับปี 2568
[2] อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายตั๋วต่างประเทศของ Trip.com
[3] อ้างอิงจากข้อมูลการจองโรงแรมของ Trip.com Group ในรัศมี 3 กิโลเมตรจากสถานที่จัดงาน ในช่วงระยะเวลาการจัดงาน
[4] อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายตั๋วต่างประเทศของ Trip.com
[5] อ้างอิงจากข้อมูลการจองโรงแรมของ Trip.com ในเขตโอไดบะ ระหว่างวันที่ 14–17 สิงหาคม 2569 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568
[6] อ้างอิงจากข้อมูลการจองโรงแรมของ Trip.com ในย่านอากิฮาบาระและอิเคบุคุโระ ปี 2569 เทียบกับปี 2568

