finbiz by ttb : เจาะการค้าโลก 2026 แนะ SME บริหารความเสี่ยง รับมือความผันผวน 

Published on

ในปี 2026 ที่โลกการค้าเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะโตเพียง 3.1% สะท้อนแรงกดดันจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการค้า ต้นทุน และกำไรของธุรกิจ

สำหรับ SME ไทย ความผันผวนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดในแผนธุรกิจประจำวัน หากไม่เตรียมพร้อมก็อาจเสียโอกาสหรือรับผลกระทบทางการเงินโดยตรง

พลังงานแพง โลจิสติกส์ตึงตัว ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำมันดิบโลกขยับจากประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลขึ้นไปมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น การขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญก็มีความเสี่ยงมากขึ้น เรือหลายลำต้องอ้อมเส้นทาง ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เอเชียและไทย ผู้รับแรงกระแทกตัวจริง

ผลกระทบจากตะวันออกกลางส่งถึงเอเชียโดยตรง เพราะน้ำมันดิบกว่า 80% ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ความเสี่ยงยิ่งชัดเจน ราคาพลังงานและ ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas : LNG)  ที่สูงขึ้นส่งผลต่อค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ที่มีข้อจำกัดในการรองรับต้นทุน ทำให้กำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซัพพลายเชนเปราะบาง เมื่อพึ่งผู้ส่งออกรายเดียวมากเกินไป

ความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ในเวทีโลก ส่งผลให้วัตถุดิบบางชนิดขาดแคลน ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การวางแผนธุรกิจในระยะยาวเป็นเรื่องที่ท้าทายกว่าที่เคย สำหรับ SME ไทย ความเสี่ยงยิ่งทวีคูณจากการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าเครื่องจักรจากจีนมากกว่า 50% ของการนำเข้าทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และโลหะ ในบางอุตสาหกรรม เช่น เฟอร์นิเจอร์ มีสัดส่วนการนำเข้าจากจีนสูงเกือบ 90% ซึ่งการมีซัพพลายเชนที่พึ่งผู้ส่งออกรายเดียวมากเกินไป ทำให้ธุรกิจไทยตกอยู่ในภาวะเปราะบาง หากเกิดความขัดแย้งทางการค้า หรือซัพพลายหยุดชะงักเพียงจุดเดียว ก็สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งระบบได้ทันที

ความเสี่ยงทางการค้า วัดกันที่ “ความเชื่อถือ” ไม่ใช่แค่ภาษี

ปัจจุบัน ประเทศคู่ค้า เช่น สหรัฐอเมริกา มีการออกมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศที่มีดุลการค้าสูงอย่างไทย ถูกตรวจสอบในประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน การนำเข้าสินค้าแล้วอ้างแหล่งกำเนิดใหม่ รวมถึงมาตรฐานแรงงานอย่างเคร่งครัด เรื่องที่ได้รับการจับตามองมากขึ้น คือความเสี่ยงจากการอ้างสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่ SME ไทยต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากจีนเป็นจำนวนมาก คู่ค้าต่างประเทศอาจตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ดังนั้น “ความโปร่งใสของซัพพลายเชน” ถิ่นกำเนิดสินค้า และโครงสร้างต้นทุน จึงกลายเป็นปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือที่มีผลต่อการตัดสินใจของคู่ค้าระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดต้องการความมั่นใจและมาตรฐานที่ชัดเจน

วิกฤตที่ยังเปิดช่องให้ปรับตัว

ท่ามกลางแรงกดดันจากความผันผวนในโลกการค้า ยังมีอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่าเป็นโอกาส ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและเปิดโอกาสใหม่ให้ SME ไทยในระยะยาว  ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย โครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคต่าง ๆ จะสร้างอุปสงค์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโลหะและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตและกระจายความเสี่ยงได้

ค่าเงินผันผวน ศัตรูเงียบของกำไร

การค้าระหว่างประเทศของไทยยังใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินหลักถึงราว 70% ทั้งที่สัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ อยู่เพียงประมาณ 20% ความไม่สมดุลนี้ทำให้ SME ต้องแบกรับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากเกินความจำเป็น การหันมาใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าขาย โดยเฉพาะกับคู่ค้าในภูมิภาคเดียวกัน จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความผันผวนของต้นทุนและรายรับในระยะยาว

อยู่รอดในโลกใหม่ ต้องบริหารความเสี่ยงให้เป็น

ในโลกการค้า 2026 ผู้ประกอบการไม่อาจควบคุมราคาน้ำมัน ค่าเงิน หรือภูมิรัฐศาสตร์ได้ทั้งหมด สิ่งที่ทำได้ คือการเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้และวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ

ปัจจุบันทีทีบีมีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารความเสี่ยงให้กับ SME หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินไปต่างประเทศให้คู่ค้าจีนที่ทำธุรกิจด้วยเงินหยวนเป็นหลัก บัญชีหลายสกุลเงินในบัญชีเดียว หรือการ

ล็อกต้นทุนค่าเงิน รวมถึงสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อ SME โดยเฉพาะ เช่น โซลูชันการทำธุรกรรมระหว่างประเทศครบวงจร (ttb total international trade solution) จากทีทีบี ที่ช่วยยกระดับการค้าระหว่างประเทศด้วยโซลูชันทางการเงินครบวงจร ให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมั่นใจ และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกการค้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Latest articles

หัวเว่ย เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย

หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026...

RANONG MUSIC FESTIVAL 2026 เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัด

จังหวัดระนอง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ผนึกกำลังจัดงาน  “RANONG MUSIC FESTIVAL 2026” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ภายใต้ธีม “BOUNCE Beyond the Horizon” สนุกกันให้สุดขอบฟ้า

Maguro Group เปิดตัวแบรนด์ “หลาย” รุกตลาดอาหารอีสานร่วมสมัย  

จุดเด่นของ "หลาย" อยู่ที่รสชาติอีสานแท้จัดจ้านที่เข้าถึงง่าย ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบแท้และเครื่องเทศดั้งเดิมตามสูตรต้นตำรับอาหารอีสาน นำมาใส่ในเมนูที่คุ้นเคย อาทิ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ ย่าง และอาหารทะเลย่างอย่างกุ้งแม่น้ำย่าง

Gartner Predicts Most Privacy Incidents Will Stem from AI-Generated Inferences by 2029

 By 2029, most privacy incidents will result not from the direct exposure of personally identifiable information (PII), but from AI-generated inferences about individuals, according to Gartner, Inc., a business and technology insights company.

More like this