อย. อนุมัติการขึ้นทะเบียนยาราวิดาสเวียร์ ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี เสริมทางเลือกในการรักษา

Published on

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียนยา ราวิดาสเวียร์ (ravidasvir) ซึ่งเป็นยาที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี โดยยาตัวดังกล่าวมีการศึกษาและวิจัยในคน (Clinical Trial) ที่ดำเนินการในประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ราวิดาสเวียร์ ได้รับอนุมัติให้ใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสอีกชนิดหนึ่งคือ โซฟอสบุเวียร์ (sofosbuvir) ในรูปแบบยารับประทานวันละครั้ง เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์

ผลการศึกษาพบว่า การใช้ราวิดาสเวียร์ร่วมกับโซฟอสบุเวียร์ ซึ่งเป็นยากลุ่ม direct-acting antivirals (DAAs) ทั้งสองชนิด มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง รวมถึงในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษายาก และผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีร่วมกับเอชไอวี ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่สาม ต่อจากมาเลเซียและอียิปต์ที่ได้มีการขึ้นทะเบียนไปในปี พ.ศ.2564

พญ.กราซิเอลา ดิอัป ผู้จัดการโครงการไวรัสตับอักเสบซีขององค์กรไม่แสวงผลกำไร Drugs for Neglected Diseases initiative (DNDi) กล่าวว่า “การอนุมัติฯครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยในประเทศไทย และช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่การกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซี การขึ้นทะเบียนยานี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเข้าถึงการรักษาได้ นอกจากนั้นยังเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดหายา และช่วยลดความเสี่ยงของการดื้อยาอีกด้วย”

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก คาดว่าในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังประมาณ 350,000 คน ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อประมาณ 50 ล้านคน โดยในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 240,000 คน ส่วนใหญ่จากภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ

เดือนมิถุนายน พ.ศ.2568 องค์กร DNDi บริษัท Pharco Pharmaceuticals และองค์การเภสัชกรรม (GPO) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อสนับสนุนการนำราวิดาสเวียร์เข้าสู่ตลาดในประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “การที่ราวิดาสเวียร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซี และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว” พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอชื่นชมองค์การเภสัชกรรมสำหรับบทบาทผู้นำและความมุ่งมั่นในการขยายการเข้าถึงยาราวิดาสเวียร์ในประเทศไทย และขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติ ตลอดจนคณะนักวิจัย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษาและวิจัยในคน ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในครั้งนี้”

ยาราวิดาสเวียร์เป็นผลอันเนื่องมาจากการทำงานร่วมกันของสถาบันวิจัยและภาคอุตสาหกรรมยาในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง เพื่อพัฒนาทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้

ความร่วมมือนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 เป็นช่วงเวลาที่ราคายาในกลุ่ม direct-acting antivirals รุ่นแรกมีราคาสูงมาก เมื่อยามีราคาแพง ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง รวมถึงประเทศไทยก็จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย

การพัฒนายานำโดยบริษัท Pharco Pharmaceuticals ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย กระทรวงสาธารณสุขของไทย และ องค์กร DNDi โดยมีการทำงานร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกระทรวงสาธารณสุข สำหรับการศึกษาและวิจัยในคน

นพ.เชอรีน เฮลมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Pharco Pharmaceuticals กล่าวว่า “ราวิดาสเวียร์เป็นส่วนสำคัญของความพยายามในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซีในระดับโลก ถ้าเราไม่มอง เราก็จะไม่เห็น เราขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จนี้ ที่ทำงานโดยยึดมั่นว่าจะไม่ทิ้งผู้ป่วยคนใดไว้ข้างหลัง และหวังว่ายาตัวนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้กับผู้ป่วย และทำให้เราก้าวสู่โลกที่ปลอดจากไวรัสตับอักเสบซี”

การรักษาด้วยยากลุ่ม direct-acting antivirals สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีให้หายขาด และช่วยหยุดการแพร่เชื้อได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่แสดงอาการในระยะแรก จึงจำเป็นต้องมีการคัดกรองเชิงรุกและขยายการเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ประเทศไทยได้ทำการคัดกรองประชาชนแล้วกว่า 1.83 ล้านคน และมีแผนขยายการคัดกรองให้ครอบคลุม 42 ล้านคนภายในปี พ.ศ.2573

พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า “การขึ้นทะเบียนยาตัวนี้ ในประเทศไทยนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการรักษาสำหรับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซี องค์การเภสัชกรรม มุ่งมั่นขยายการเข้าถึงยาที่มีราคาที่เหมาะสมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น ยาตัวใหม่นี้จะช่วยเสริมทางเลือกในการรักษา และสนับสนุนเป้าหมายการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบซีของประเทศไทย”

องค์กร DNDi และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนราวิดาสเวียร์ในอีกหลายประเทศในทวีปละตินอเมริกา

การพัฒนายาราวิดาสเวียร์ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ องค์การแพทย์ไร้พรมแดน Médecins Sans Frontières International – Transformational Investment Capacity (MSF‑TIC); UK International Development สหราชอาณาจักร;กระทรวงสาธารณสุข ประเทศมาเลเซีย;องค์กร FIND, the global alliance for diagnostics (ได้รับการสนับสนุนจากUnitaid);

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มูลนิธิ Starr Internationalประเทศสวิตเซอร์แลนด์; Fondation ARPE ประเทศสวิตเซอร์แลนด์; บริษัท Pharmaniaga Berhad ประเทศมาเลเซีย; และ Swiss Agency for Development and Cooperation (SDC) รวมถึงบุคคลและองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ประสงค์ออกนาม

Latest articles

Deloitte: Thailand’s digital momentum is real, yet the AI payoff is still to be unlocked

Thai organisations are progressing through digital transformation faster than ever before, but practical applications of AI have become the point where ambition is outpacing execution, Deloitte research has found.

ดีลอยท์เผยองค์กรไทยเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องเร่งปลดล็อกคุณค่าจาก AI

ผลการวิจัยของดีลอยท์พบว่า แม้องค์กรไทยกำลังก้าวหน้าด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ยังคงเป็นความท้าทายที่หลายองค์กรไม่สามารถก้าวข้ามได้ แม้จะมีความมุ่งมั่นและการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จาก ร้อยเอ็ด สู่  ร้อยล้านวิว จากเด็กธรรมดา สู่ นันยาง โฮม

รองเท้าผ้าใบนันยางรุ่นพิเศษ “โฮม” รองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของเด็กธรรมดาสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ ผู้ไม่เคยลืมจุดกำเนิดและตัวตนของเขา จากเด็กธรรมดาที่ใส่นันยาง สู่ศิลปินเจ้าของผลงานเพลงร้อยล้านวิว

Hyundai Bluelink ชูเทคโนโลยี Connected Car  ประเดิมรุ่น IONIQ 5 N Line

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Hyundai Bluelink Connected Car Services ครั้งแรกในประเทศไทย เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อรถยนต์กับสมาร์ตโฟน ให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะ สั่งงานฟังก์ชันสำคัญ และดูแลรถจากระยะไกลได้ง่ายขึ้นในทุกจังหวะของการใช้งาน

More like this