รู้ก่อนได้เปรียบ ปลื้มแพทย์นักวิจัยไทยค้นพบเครื่องตรวจพาร์กินสันแล้ว

Published on

บ้านเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งสิ่งน่ากังวัลมีอยู่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องของโรคภัยของคนสูงวัย หนึ่งในนั้น คือ “พาร์กินสัน” ซึ่งเป็นโรคทางสมองที่พบได้เป็นอันดับสองรองจาก “อัลไซเมอร์” พบมากในผู้สูงอายุเฉลี่ยอายุ 60-65 ปี ซึ่งเดิมทีมีการตรวจวิเคราะห์ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเท่านั้น

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองและระบบประสาทที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์ สถิติผู้ป่วยเป็นโรคพาร์กินสันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1 ในผู้ที่อายุเกิน 65 ปี สำหรับในประเทศไทยมีการเก็บรวบรวมสถิติการเกิดโรค จากสภากาชาดไทยพบว่าอุบัติการณ์การเกิดโรคพาร์กินสันอยู่ที่ 425 คน ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งพบมากในประชากรแถบภาคกลางของประเทศ คนไทยสมัยโบราณรู้จักโรคพาร์กินสันมานานแล้วในนามของ ‘โรคสันนิบาตลูกนก’ แต่ก็ไม่ได้มีการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ป่วยจึงได้มาพบแพทย์เร็วขึ้นทำให้ได้รับการดูแลแต่เนิ่น ๆ

แพทย์หญิงอรพร สิทธิ์บูรณะ ผู้เชี่ยวชาญโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติศูนย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ความรู้ว่า อาการที่สังเกตได้จากโรคนี้  ได้แก่ การเคลื่อนไหวช้า อาการสั่นของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในท่าพักแต่ดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว และอาการเกร็ง ซึ่งสัมพันธ์กับเซลล์สมองที่ถูกทำลายไปแล้วอย่างน้อยร้อยละ 60 ความผิดปกติที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวเนื่องจากโรคพาร์กินสันเป็นผลจากการตายของเซลล์สมองส่วนก้านสมองส่วนกลาง (Midbrain) ในส่วนสับสแตนเชียไนกราซึ่งมีผลทำให้สารสื่อประสาทโดพามีนซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องของร่างกายลดลง ทั้งนี้ การตายของเซลล์สมองในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้มีการดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 4-10 ปี ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีความผิดปกติทางการเคลื่อนไหว

อาการที่น่าสงสัยของโรคพาร์กินสัน

  • สั่น
  • การเคลื่อนไหวช้า
  • กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง
  • การทรงตัวไม่ดี เสียงค่อยและเบาลง
  • สีหน้าไร้อารมณ์
  • หลังค่อม ตัวงุ้มลง
  • ความสามารถในการได้กลิ่นลดลง
  • ท้องผูก
  • ตะโกนร้อง หรือมีการขยับแขนขาอย่างรุนแรงในขณะหลับ
  • เขียนตัวหนังสือเล็กลง

ทั้งนี้ หากพบว่ามีอาการข้างต้นร่วมกันหลายประการ ควรรีบปรึกษาแพทย์

ปัจจุบันการวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ตรวจรักษา แต่นับว่าเป็นข่าวดีมาก ที่ตอนนี้นักวิจัยไทยได้ค้นพบนวัตกรรมสำหรับการตรวจโรคนี้แล้ว โดยเป็นหนึ่งในผลงานของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยทางการแพทย์ ภายใต้แนวคิด “25 ปี สวรส. สู่ระบบสุขภาพไทยในอนาคต” ในงานประชุมวิชาการและมหกรรมการแสดงผลงาน 100 ปี การสาธารณสุขไทย เมื่อวันที่ 18-20 ก.ค.61 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า การนำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยทางการแพทย์ภายในงานประชุมวิชาการและมหกรรมการแสดงผลงาน 100 ปี การสาธารณสุขไทย เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการสื่อสารสู่สาธารณะ รวมถึงโอกาสของการนำสู่ระดับนโยบาย ตลอดจนการนำเสนอโมเดลของระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ในอีก 20 ปี ข้างหน้าจากผลงานวิจัยจัดลำดับความสำคัญของหัวข้อวิจัยด้านสุขภาพสำหรับประเทศไทย เพื่อรองรับการปฏิรูปด้านสุขภาพของประเทศในอนาคต

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ นักวิจัยเครือข่าย สวรส. สังกัดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มความเคลื่อนไหวผิดปกติ แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเครื่องมือช่วยวินิจฉัย คัดกรองและติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน กล่าวว่า “พาร์กินสัน” เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่พบได้มากกว่าร้อยละ 50 ในผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ในกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน ปัจจุบันการวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ตรวจรักษา โดยมีการตรวจประเมินทางคลินิกร่วมกับการใช้แบบประเมินอาการที่เรียกว่า Unified Parkinson’s Disease Rating Scale (UPDRS) ที่ใช้ได้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วเท่านั้น ทำให้ UPDRS ถูกจำกัดใช้อยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ ทั้งยังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนจากการให้คะแนนที่ไม่ตรงกันของผู้ประเมินอีกด้วย

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ อธิบายว่า โรคพาร์กินสันนั้นมีอาการสั่นที่จำเพาะ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเครื่องมือในการตรวจวัดและวิเคราะห์อาการสั่นของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันขึ้น ประกอบด้วยชุดสัญญาณการเคลื่อนไหวที่สามารถบันทึก วิเคราะห์ แสดงผลสัญญาณในเชิงเวลา ความถี่การสั่น และค่าการสั่นในแกนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน

อุปกรณ์ดังกล่าวที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะที่ใช้งานได้ง่ายทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์โดยทั่วไปที่อาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เวลาการตรวจที่สั้น เสร็จภายใน 10 นาที และมีความปลอดภัยกับผู้ใช้ สามารถถ่ายโอนผลข้อมูลจากการวัดไปยังระบบจัดเก็บได้ง่าย

สำหรับผลจากการทดสอบเครื่องมือฯ พบว่า สามารถใช้ประเมินลักษณะอาการสั่นได้อย่างแม่นยำ สามารถช่วยแพทย์ผู้ทำการรักษาประเมินว่าอาการสั่นของผู้ป่วยนั้นมีความเป็นไปได้ของโรคพาร์กินสันนั้นมากน้อยเท่าไหร่ และยังใช้ประเมินอาการทางการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับแบบประเมินมาตรฐาน UPDRS ได้อีกด้วย ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของการให้คะแนน โดยการตรวจวัดให้ผลถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำขึ้น และไม่ทำให้หลงทางในการรักษา ทั้งนี้ เครื่องมือดังกล่าวได้มีการจดสิทธิบัตรในชื่อ “ระบบคัดแยกโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติจากอาการสั่น

นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของวงการแพทย์ไทย เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่จะมีสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งพวกท่านเหล่านั้นล้วนเป็นดังร่มโพธิ์ร่มไทยอันเป็นที่รักของคนในครอบครัว

Latest articles

PD IDOL 2026 เชิดชูผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องต้นแบบ ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่าน “เกรท วรินทร”  

มอบรางวัล “PD IDOL 2026” เพื่อเชิดชูผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis: PD) ที่สามารถดูแลตนเองได้อย่างเป็นแบบอย่าง และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ

“แยกดี มีเครดิต” นำร่องตลาดมีนบุรีสู่ Green Market ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" ณ ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นตลาดนำร่องแห่งแรก มุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

หนังสือนิทาน “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” สื่อสารปัญหาไฟป่า-เผาในที่โล่ง-ฝุ่นเมือง

ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมกับพันธมิตร จัดทำหนังสือนิทานชุด “หัวขวานลดไฟ ไร้ฝุ่น PM2.5” ที่ประกอบด้วยหนังสือ 3 เล่ม คือ 1) ไฟป่า น่ากลัวจัง 2) ไฟนา อย่าก่อนะ และ 3) ฝุ่นเมืองเรื่องใหญ่ สื่อสารถึงปัญหา

GAC AION Thailand เปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV ราคาเริ่มต้น 2.199 ล้านบาท

GAC AION Thailand ประกาศเปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

More like this