ทีเอ็มบี แจ้งผลประกอบการ ไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2561

Published on

ทีเอ็มบี มุ่งขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์ “Get More with TMB” โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ 9,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2561 เพื่อคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อ NPL ที่ 140% และควบคุมสัดส่วนหนี้เสียในระดับต่ำที่ 2.37% ธนาคารจึงตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้น เน้นความรอบคอบในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,306 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า

กรุงเทพฯ, 19 กรกฎาคม 2561 – ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผลประกอบการ ไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2561 โดยธนาคารและบริษัทย่อยฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2561 ที่ 9,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า โดยคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อ NPL(coverage ratio) ที่ 140% ขณะที่สัดส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 2.37% ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า เพื่อเน้นการดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ ซึ่งหลังหักสำรองฯ และภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน เป็นจำนวน 4,306 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ทีเอ็มบี มุ่งขยายฐานลูกค้าและธุรกิจผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้แนวคิด “ได้มากกว่า” หรือ “Get More With TMB” เมื่อใช้ทีเอ็มบีเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) เป็นประจำ พร้อมทั้งมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้บริการธนาคารที่ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นได้จากจำนวนลูกค้ารายย่อยที่ใช้ทีเอ็มบีเป็นประจำ (Active Customer) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 2.5 ล้านราย ขณะที่ Active Digital Customer เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1 ล้านราย”

ทั้งนี้ ใน 6 เดือนแรกของปี ทีเอ็มบีขยายฐานเงินฝากเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 6.32 แสนล้านบาท ตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเงินฝากลูกค้ารายย่อย ผ่านผลิตภัณฑ์หลักอย่าง เงินฝาก “ทีเอ็มบี โน-ฟิกซ์” (TMB No-Fixed) และ “ทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี” (TMB All Free) ซึ่งลูกค้าจะได้สิทธิประโยชน์สูงสุดเมื่อทำธุรกรรมผ่านบัญชี All Free คู่กับการออมเงินผ่านบัญชี No-Fixed เป็นการเน้นย้ำแนวคิด “Get More with TMB” จึงทำให้เงินฝาก No-Fixed เพิ่มขึ้น 12% หรือ 2.7 หมื่นล้านบาท และ “ทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี” (TMB All Free) เติบโต 3% หรือ 1.7 พันล้านบาท ในส่วนของเงินฝาก ME ซึ่งเป็นเงินฝากแบบดิจิทัล เติบโตได้ดีเช่นกันที่ 9% หรือ 3.9 พันล้านบาท

ในส่วนของสินเชื่อ ทีเอ็มบีขยายสินเชื่อคุณภาพ (Performing loan) ได้ 2% จากปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 6.36 แสนล้านบาท เป็นการเติบโตจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก โดยเฉพาะจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 9% หรือ 1.2 หมื่นล้านบาท ในส่วนของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ พบว่าสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ยังคงเติบโตได้ดีที่ 3% หรือ 7.7 พันล้านบาท สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากธนาคารยังคงเน้นความรอบคอบในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ใน 6 เดือนแรกของปี สินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กขยายตัวได้ที่ 0.2%

สำหรับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย อยู่ที่ 3.01% ลดลงจาก 3.19% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 2% มาอยู่ที่ 12,130 ล้านบาท ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7% มาอยู่ที่ 6,447 ล้านบาท ปัจจัยหนุนมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ทั้งค่าธรรมเนียมกลุ่มลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะจากแบงก์แอสชัวรันและกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่มีแนวโน้มดีกว่าปีที่แล้ว

ทำให้โดยรวม ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงานทั้งสิ้น 18,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 8,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เช่นกัน ทำให้ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ อยู่ที่ 9,980 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 1% เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือนของปีก่อน

ธนาคารยังคงดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด โดยคง coverage ratio ที่ 140% และควบคุม NPL ratio ในระดับต่ำที่ 2.37% ธนาคารจึงตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนโดยมีการตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 4,685 ล้านบาท เพื่อเน้นความรอบคอบในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งหลังหักสำรองฯ และภาษี ส่งผลให้ธนาคารมีกำไรสุทธิสำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2561 อยู่ที่ 4,306 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน
ด้านสถานะเงินกองทุน อัตราส่วนเงินกองทุนรวม (CAR) และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ภายใต้เกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 17.3% และ 13.3% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกำหนดไว้ที่ 10.375% และ 7.875% ตามลำดับ

makeTHEdifference.org
facebook.com/TMBmakeTHEdifference

Latest articles

PTG คว้าหุ้นยั่งยืน “ระดับสูงสุด AAA” จาก SET ESG Ratings ปี 2568

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้รับผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

‘เรนวูด ปาร์ค’ คว้ารางวัล Best Luxury Mega Township Development (Asia)

‘เรนวูด ปาร์ค’ คว้ารางวัล Best Luxury Mega Township Development (Asia) ตอกย้ำศักยภาพผู้พัฒนาอสังหาฯ ระดับเวิลด์คลาส จากเวที PropertyGuru Asia Property Awards 2025

SAPPE คว้า SET ESG Ratings 2025 ระดับ A ติดอันดับหุ้นยั่งยืนต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน

การประเมิน SET ESG Ratings ครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจลงทุนอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ อนุมัติยาใหม่รักษาโรคหนองใน ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไทยร่วมการทดลองทางคลินิก รับมือเชื้อดื้อยา

องค์กรไม่แสวงผลกำไร Global Antibiotic Research & Development Partnership (GARDP) ประกาศในวันนี้ว่า องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติ ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานแบบครั้งเดียวสำหรับรักษาโรคหนองในแบบไม่ซับซ้อน ภายใต้ชื่อ Nuzolvence

More like this