พาณิชย์เผยยอดจีนซื้อข้าวไทย G to G ส่งมอบล็อตแรก 4 หมื่นตัน มุ่งเป้า 5 แสนตันในปี 2569

Published on

ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน บรรลุข้อตกลงซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ปริมาณ 40,000 ตัน โดยมีกำหนดเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความร่วมมือทางการค้าข้าวระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมสั่งกรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าเจรจาขายข้าวไทยต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะออกสู่ตลาด และช่วยกระตุ้นการส่งออกข้าวไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพและระดับราคาข้าวภายในประเทศ

​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การเจรจาซื้อขายข้าวในรูปแบบ G to G มีความซับซ้อนและต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นชนิดที่จีนให้ความสนใจและมีปัจจัยด้านราคาเป็นองค์ประกอบสำคัญ อย่างไรก็ดี ตนและท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (อนุทิน  ชาญวีรกูล) ได้มีโอกาสเข้าพบหารือตามคำเชิญของ จาง เจี้ยน เว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้แสดงถึงความตั้งใจที่จะเร่งรัดการซื้อข้าวเพิ่มเติมเพื่อให้ครบตามเป้าหมายจำนวน 500,000 ตันภายในปี 2569

พร้อมทั้งย้ำถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศว่า จีนทำการซื้อขายข้าว G to G กับไทย เพียงประเทศเดียว ซึ่งตนได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศเดินหน้าเจรจาซื้อขายข้าว G to G กับจีน อย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามสถานการณ์ตลาดและราคาข้าวโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันการส่งออกข้าวไทยตามแผนการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์ รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์และขยายตลาดข้าวไทยในทุกรูปแบบ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดข้าวไทย และตอกย้ำจุดยืนไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำการส่งออกข้าวคุณภาพดี และเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของโลกต่อไป

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ มีแผนจัดกิจกรรมที่จะบุกตลาดเดิมและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพของSMEs ตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งกิจกรรมที่ได้ดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น ตลาดข้าวคุณภาพสูง และข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และออสเตรเลีย รวมถึงการผลักดันข้าวขาวและข้าวนึ่งในตลาดเอเชียและแอฟริกา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานและคุณภาพข้าวไทย

สำหรับสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยปี 2568 ไทยส่งออกข้าวรวมทั้งสิ้นปริมาณ 7,899,987 ตัน มูลค่า 148,204 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน สำหรับในปี 2569 คาดการณ์ว่าไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ 7 ล้านตัน โดยล่าสุดในเดือนมกราคม ไทยส่งออกข้าวแล้ว 530,215.64 ตัน มูลค่ากว่า 9,703.36 ล้านบาท

โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ อิรัก สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ มาเลเซีย แองโกลา แคเมอรูน เซเนกัล และจีน ในขณะที่ตลาดข้าวคุณภาพสูง และข้าวเพื่อสุขภาพ ยังมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประเมินว่า หากราคาข้าวไทยอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพ กรมการค้าต่างประเทศจะเร่งขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนให้การส่งออกข้าวไทยทั้งปีเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 7 ล้านตัน


ที่มา: กระทรวงพาณิชย์

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this