“พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ รับมือโลกร้อน เพิ่มขีดความสามารถชาวนาไทย

Published on

บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัว “พิจิตรแซนบ็อกซ์” ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำให้สามารถทำได้จริง มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 และนโยบายข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่ ตั้งเป้านาดำคาร์บอนต่ำ 5,000 ไร่ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย ตลาดและบริการ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การยกระดับภาคเกษตรต้องเดินไปพร้อมกันทั้งเรื่องประสิทธิภาพการผลิต รายได้ของเกษตรกร และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การเริ่มต้น พิจิตรแซนบ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ คือการพิสูจน์ว่า ข้าวคาร์บอนต่ำ สามารถทำได้จริง และสามารถขยายผลไปสู่ระดับประเทศ เพื่อให้ข้าวไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต อีกทั้งยังสะท้อนบทบาทของสยามคูโบต้าในฐานะภาคเอกชน ที่พร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ภายใต้นโยบาย “ข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน ภาคการเกษตรมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 15 % หรือปริมาณ 56.8 ล้านตันคาร์บอน สยามคูโบต้าเชื่อว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับข้าวไทย โดยเปลี่ยนผ่านจากการผลิตข้าวไทยแบบเดิม สู่ระบบการปลูกข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านการเลือกพื้นที่ที่สามารถขยายผลได้จริง ซึ่งจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ มีความพร้อมทั้งด้านภูมิศาสตร์ ระบบชลประทาน และเครือข่ายเกษตรกร

การทำนาดำคาร์บอนต่ำ คือการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีผลิต โดยหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมการปลูกแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) เพื่อลดการขังน้ำต่อเนื่อง ลดการเกิดก๊าซมีเทนในดิน การบริหารจัดการน้ำ และสามารถใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ รถดำนา และองค์ความรู้ต้องถูกยกระดับไปพร้อมกัน เพราะการผลักดันนาดำคาร์บอนต่ำไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวแต่คือเรื่อง รายได้ ความมั่นคง และอนาคตของภาคการเกษตร ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ เพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดข้าวคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงสู่ระบบรับรอง และคาร์บอนเครดิตในอนาคต เปลี่ยนจากชาวนาผู้ปลูกข้าว เป็นผู้มีส่วนช่วยลดโลกร้อน และเป็นทางรอดเพื่อแก้สมการปัญหาโลกร้อนที่ยั่งยืน อีกทั้งปัจจุบันประเทศผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญก็ให้ความสำคัญกับการทำนาโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ดังนั้นประเทศไทยจึงกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันตลาดข้าวของโลก เราจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่คุณภาพและปริมาณ แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050ต่อยอดสู่การยกระดับเป็น “จังหวัดต้นแบบข้าวคาร์บอนต่ำ” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ และขยายผลสู่ระดับประเทศต่อไป

ด้านกรมการข้าว ได้มีแนวทางขับเคลื่อนการทำข้าวคุณภาพโดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ และยกระดับคุณภาพข้าว ในส่วนของข้าวคาร์บอนต่ำนั้นมีการเตรียมพื้นที่ร่วมกับศูนย์ข้าวชุมชนจำนวน 1 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน ส่งเสริมการปลูกแบบเปียกสลับแห้งเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ลดปุ๋ยเคมี การใช้ชีวภัณฑ์ และการใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายตอซังและฟางข้าว ลดมลพิษทางอากาศ ลดมลภาวะฝุ่นหมอกควัน PM 2.5 นโยบายสร้างระบบรับรอง และฉลากข้าวคาร์บอนต่ำ

นอกจากนี้ยังสามารถลดต้นทุนการปลูกข้าวได้อย่างน้อย 10% และเพิ่มผลผลิต 20% โดยเมื่อได้ผลผลิตข้าวคาร์บอนต่ำแล้ว ราคาจะขยับขึ้นในระดับพรีเมียมประมาณ 10–20% ซึ่งเป็นโอกาสสร้างรายได้เพิ่มให้ชาวนา เป็นการวางมาตรการเสริมความเข้มแข็งให้ศูนย์ข้าวชุมชนและสหกรณ์ ให้สามารถลดต้นทุนทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาด เพื่อให้ชาวนาได้รับประโยชน์ในระยะยาว

“พิจิตรแซนบ็อกซ์ นับว่าเป็นจังหวัดต้นแบบนาดำ และการทำนาเปียกสลับแห้ง ซึ่งกรมการข้าวโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตรเป็นผู้คัดเลือกเป้าหมายศูนย์ข้าวชุมชนเข้าร่วมโครงการและร่วมกำหนดกิจกรรม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตคาร์บอนต่ำสร้างแปลงเรียนรู้แปลงต้นแบบ

โดยกรมการข้าวสนับสนุนเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนและเกษตรกรแกนนำ โดยใช้กลไกพื้นที่นำร่องก่อนขยายทั่วประเทศ กรมการข้าวมีการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพด้วยวิธีการทำนาดำ รวมถึงองค์ความรู้ข้าวคาร์บอนต่ำให้กับศูนย์ข้าวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการและเกษตรกรทั่วไปที่สนใจ ตลอดจนเชื่อมตลาดพรีเมียมเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับเกษตรกร” ปุณนะ กล่าวสรุป

Latest articles

โค้ก ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6 ผนึกพันธมิตรขยายพื้นที่ พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท

“โคคา-โคล่า” ชวนรีไซเคิลให้สนุก ในโครงการ “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky ปีที่ 6 ผนึกพันธมิตรขยายพื้นที่ พร้อมลุ้นรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท

แคมเปญ Destination PR กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง

The Swedish Prescription แคมเปญโดย Visit Sweden ร่วมกับ Prime Weber Shandwick สร้างจุดขายใหม่ให้สวีเดนเป็นประเทศแรกของโลกที่แพทย์สามารถแนะนำ หรือ “สั่งจ่าย” ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้

รพ.พญาไท 1 ก้าวสู่ปีที่ 50 ตอกย้ำความเป็น “พันธมิตรด้านสุขภาพ” ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแห่งอนาคต

โรงพยาบาลพญาไท 1 ในเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ก้าวสู่ปีที่ 50 ของการให้บริการทางการแพทย์ พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็น "Partner for Life หรือ พันธมิตรด้านสุขภาพที่อยู่ดูแลคุณทุกช่วงชีวิต"

บีเอ็กซ์ เผยเคล็ดลับบำรุงผมสวย สะท้อนตัวตนฉบับสาวญี่ปุ่น

b-ex Thailand (บีเอ็กซ์ ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมระดับพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือ บมจ.โอซีซี เผยเคล็ดลับบำรุงผมสวยฉบับสาวญี่ปุ่นด้วย Maison Orchidée (เมซง ออร์คิเด) สูตรใหม่

More like this