วว. ยกระดับศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการ เกษตรกร วิสาหกิจ

Published on

โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ (Science Infrastructure) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ในด้านลดต้นทุนการลงทุนของภาคเอกชน สนับสนุนการผลิตบุคลากรที่มีทักษะสูง และส่งเสริมการวิจัยแบบเปิดที่เชื่อมโยงทั่วโลก  

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นหน่วยงานหลักของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานด้านวิจัยพัฒนาและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อยกระดับศักยภาพด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการ เกษตรกร วิสาหกิจ ทุกระดับ โดยมุ่งมั่นสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้ทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและปัจจัยพื้นฐาน พร้อมสร้างโอกาสในการพัฒนาบุคลากรของพื้นที่ให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน ท้องถิ่น หรือภูมิภาคอย่างยั่งยืน

โดยวว. มีความเชี่ยวชาญการวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน 3 แกนหลักสำคัญ  ดังนี้

1) การวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ  ได้แก่  นวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์  อาหารสุขภาพ  ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพ

2) การวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่  นวัตกรรมวัสดุ  พลังงานสะอาด สิ่งแวดล้อม หุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ

3) การให้บริการอุตสาหกรรม  ได้แก่  บริการวิเคราะห์ทดสอบ  บริการตรวจสอบผลิตภัณฑ์  บริการสอบเทียบเครื่องมือและอุปกรณ์  บริการทดสอบความชำนาญ

ในบริบทการดำเนินงานของ วว. ดังกล่าว ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐาน วทน. จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย

  1. ศูนย์นวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร (ICPIM 1)   บริการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม มาตรฐาน GHP, ISO, IEC 17025  เป็นศูนย์ชั้นนำระดับสากล สำหรับการวิจัยพัฒนา การผลิต และบริการ ในส่วนของอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้จากโพรไบโอติก (Probiotic) และพรีไบโอติก (Prebiotic) ครอบคลุมการให้บริการสายพันธุ์จุลินทรีย์โพรไบโอติกมากกว่า 50 สายพันธุ์ บริการวิเคราะห์ทดสอบคุณสมบัติการเป็นพรี-โพรไบโอติก บริการทดสอบคุณสมบัติเชิงหน้าที่ของจุลินทรีย์หรือสารชีวภาพในหลอดทดลองและเซลล์เพาะเลี้ยง  บริการวิจัยพัฒนา  งานบริการทดสอบพิษวิทยาต่อหน่วยพันธุกรรม (Genetic Toxicity) ตามมาตรฐานการทดสอบความเป็นพิษตามหลักการ OECD, GLP
  2. ศูนย์นวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมเกษตร (ICPIM 2)   โรงงานต้นแบบมาตรฐานระบบควบคุมคุณภาพและระบบควบคุมคุณภาพการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นชีวภัณฑ์ทางการเกษตร มีศักยภาพผลิตจุลินทรีย์ 2 สายการผลิต  คือ แบคทีเรียและเชื้อรา  มีกำลังการผลิตของทั้งโรงงานอยู่ที่  115,000 ลิตรต่อปี  รองรับการผลิตจุลินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตพืช (ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคแมลงศัตรูพืช/ ชีวภัณฑ์ที่ใช้เพื่อผลิตในการผลิตชีวภัณฑ์  ปุ๋ยชีวภาพ) จุลินทรีย์ที่ใช้ในด้านการประมง และปศุสัตว์ โดยผลิตภัณฑ์ที่ออกจากโรงงาน มี  3  รูปแบบ  คือ หัวเชื้อผง  หัวเชื้อเหลว   และหัวเชื้อสด
  3. โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (FISP)  ให้บริการผู้ประกอบการด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มครบวงจรและได้มาตรฐาน GMP  ครอบคลุมบริการอุตสาหกรรมอาหาร ดังนี้ ผลิตเครื่องดื่มบรรจุถุง ผลิตอาหารทอดสุญญากาศ  ผลิตอาหาร  Freeze dry   ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม UHT   ผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวดแก้ว   ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารรีทอร์ต  ประเมินอายุผลิตภัณฑ์อาหารในสภาวะเร่ง  บริการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ  และบริการทดลอง HPP
  4. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (ALEC)  ดำเนินงานคลังเก็บรักษาสายพันธุ์สาหร่าย ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยง วิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน  โดยมีขอบข่ายดำเนินงานครอบคลุม 1) ด้านอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสาหร่ายอย่างยั่งยืน  2) ด้านการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน  และ 3) ด้านงานบริการ  ได้แก่  การให้บริการสายพันธุ์สาหร่าย  การจัดจำแนกชนิดของสายพันธุ์สาหร่าย  การตรวจนับจำนวนเซลล์สาหร่าย  การให้บริการตรวจวิเคราะห์สารพิษไมโครซิสตินจากสาหร่าย  การให้บริการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงสาหร่าย  และการให้บริการที่ปรึกษา
  5. ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (RTTC)   มุ่งพัฒนาการวิเคราะห์และทดสอบระบบรางตามหลักเกณฑ์สากล สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) เพื่อทดแทนการนำเข้า สนับสนุนการผลิตบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านระบบราง ตลอดจนวิจัยพัฒนาแก้โจทย์ปัญหาด้านระบบรางของประเทศสู่การสร้างความยั่งยืนในการขนส่งระบบรางมีศักยภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการผลิตบุคลากรให้สามารถต่อยอดไปสู่การวิจัยและพัฒนาด้านระบบราง โดยร่วมมือกับสถาบันและมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การจัดทำหลักสูตรถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานห้องปฏิบัติการทดสอบระบบรางทันสมัย ที่สามารถสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านระบบราง รวมถึงให้การฝึกอบรมและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในส่วนวิศวกรรมระบบราง เช่น วิศวกรและนักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ
  6. ศูนย์บริการนวัตกรรมเครื่องสำอางแบบครบวงจร (ICOS)  บริการผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานตามทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางอาเซียน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ด้วยการให้บริการที่เป็น Total  Solution  เบ็ดเสร็จและครบวงจร สามารถพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากผู้ประกอบการ  วิสาหกิจชุมชน  วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (SMEs)  และ Startup  เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจผ่านการวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมตามนโยบายรัฐบาล
  7. ศูนย์ทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุ (BioD)  ให้บริการตรวจสอบการสลายตัวทางชีวภาพ โดยเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบแห่งเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก. 17025-2548 (ISO/IEC 17025:2005) ในการดำเนินการทดสอบการสลายตัวได้ทางชีวภาพตามมาตรฐาน ISO 17088 กับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และยังเป็นห้องปฏิบัติการที่ทดสอบผลิตภัณฑ์สลายตัวได้ทางชีวภาพตามข้อกำหนด TGL-44-12 ของโครงการฉลากเขียวภายใต้มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของฉลากสิ่งแวดล้อมสากลที่มีเครือข่ายมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ยังเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรับรองระดับโลก DIN CERTCO ประเทศเยอรมัน และ Biodegradable Products Institute (BPI) ตามมาตรฐาน EN 13432, ISO 17088 หรือ ASTM D 6400 ซึ่งการรับรองผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานสากลมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้นงานบริการทดสอบโดย BioD จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการไทยด้านการทดสอบได้มากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับการส่งไปทดสอบที่ห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายที่ต้องการมีฉลากสิ่งแวดล้อมสากลบนผลิตภัณฑ์ เพื่อการส่งสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น และสามารถแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ของ วว. ดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งในภารกิจที่เป็นจุดแข็งขององค์กรในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรม SMEs และชุมชนผ่านระบบนิเวศนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน วว. พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาและให้บริการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมแกร่งเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคง ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

Latest articles

เมื่อเทพแห่งโลกอีสปอร์ต และไอดอลเกาหลีตัวท็อปต้องมาเจอกัน!

เมื่อเทพแห่งโลกอีสปอร์ต และไอดอลเกาหลีตัวท็อปต้องมาเจอกัน! FAKER และ บอมกยู TXT นำทัพเข้าสู่ “Murder Club: Liar’s Table” สุดยอดเกมโชว์สืบสวนคดีฆาตกรรม ปักหมุดสตรีม 29 กรกฎาคมนี้ บน Disney+ เกมโชว์ไขคดีฆาตกรรมที่เต็มไปด้วยการวางแผนและเรื่องราวสุดระทึก เมื่อเหล่าคนดังต้องมารับบทเป็นผู้ต้องสงสัย และต้องช่วยกันหาตัวฆาตกรตัวจริงให้เจอ

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ประกาศทิศทางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2569 โดยมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย การสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การรักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่างของแบรนด์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

งานวิจัยเสนอเกณฑ์สื่อสารแอลกอฮอล์ยุคดิจิทัล ย้ำ “ข้อเท็จจริง ไม่จูงใจ ไม่เข้าถึงเด็ก”

สวรส. หนุนงานวิจัยเชิงระบบประกอบการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ชี้ต้องกำหนดเส้นแบ่งระหว่างการให้ข้อมูลกับการโฆษณาให้ชัด ลดการใช้ดุลพินิจ และปิดช่องการตลาดแฝงผ่านกิจกรรมสังคม ตราเสมือน และผู้มีอิทธิพลบนสื่อออนไลน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ร่วมกับ โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรม “หนูน้อยนักประดิษฐ์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์...

More like this