โชว์สัญญานบวกเที่ยวไทย QHHRREIT ชูทำเลศักยภาพ เดินหน้าลงทุน ‘เซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม’ อีก 30 ปี

Published on

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หรือ QHHRREIT (กองทรัสต์ฯ) เดินหน้าเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ในโครงการ ‘เซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ บนทำเลศักยภาพสูงสุด (Super Prime CBD) ใจกลางกรุงเทพฯ ชูอัตราเข้าพักงวด 9 เดือนปี 2568 แข็งแกร่ง 91.2% มั่นใจสร้างผลตอบแทนมั่นคงระยะยาว

ทั้งนี้ได้ประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกหลังการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 จะไม่ต่ำกว่า 10.8%  และเตรียมประกาศราคาเสนอขายสูงสุดหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยราคาเสนอขายสูงสุดจะไม่เกิน 6.70 บาทต่อหน่วย เปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไปจองซื้อพร้อมกันวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์นี้

สัญญานเที่ยวไทยฟื้น กรุงเทพขึ้นแท่นเป้าหมายฮอต

มนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัดในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก ประกอบกับการที่ย่านราชประสงค์-ชิดลม กำลังยกระดับสู่การเป็น ‘World-class Shopping Destination’ อย่างเต็มรูปแบบ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลบวกโดยตรงต่ออัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ของโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในย่านนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งจังหวะเวลาการเข้าลงทุนครั้งนี้ถือว่าได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากเป็นช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาลง (Interest Rate Downcycle) ซึ่งกองทรัสต์ฯ จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง สำหรับวงเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะนำมาใช้ลงทุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพทำกำไรและกระแสเงินสดสุทธิ เพื่อนำมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์

เผย 4 จุดแกร่ง เซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม  

สุขวัฒก์ ภวสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัดในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ กล่าวว่า QHHRREIT มุ่งเน้นการลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูงบนทำเล Super Prime Location ปัจจุบันมีทรัพย์สินหลัก 4 แห่ง ได้แก่ โครงการเซนเตอร์ พอยต์ พลัส ประตูน้ำ, โครงการเซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 10, โครงการเซนเตอร์ พอยต์ พลัส สีลม และโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม

สำหรับการเข้าลงทุนเพิ่มเติมใน “โครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม” ครั้งนี้ เป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารต่อเนื่องระยะยาวถึง 30 ปี (1 มิถุนายน 2569 – 31 พฤษภาคม 2599) โดยมีจุดเด่นได้แก่

  1. ทำเลที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ (Strategic Super Prime Location) โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนหลังสวน เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นทำเลที่มีมูลค่าที่ดินสูงมากและหาไม่ได้อีกแล้ว ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม และสวนลุมพินี แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ World-class จึงเป็นที่ต้องการสูงมากสำหรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ
  2. ทรัพย์สินมีคุณภาพสูง (High Asset Quality) อาคารสูง 24 ชั้น จำนวน 178 ห้องพัก พร้อมที่จอดรถสูงถึง 82 คัน มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 22,360 ตารางเมตร ให้บริการห้องพักหลากหลายรูปแบบตั้งแต่แบบ Studio ไปจนถึงแบบ 3 ห้องนอน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ ห้องเด็กเล่น ห้องอาหาร Blue Spice ห้องออกกำลังกาย ห้องสันนทนาการ และห้องประชุม เป็นต้น ซึ่งได้รับการดูแลรักษาและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  3. ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง (Proven Performance) ทรัพย์สินมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นโดยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) พุ่งสูงถึง 91.2% เพิ่มขึ้นจาก 90.0% ในปี 2567 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการเข้าพักอย่างแท้จริง
  4. โครงสร้างรายได้ที่มั่นคง (Secure Structure) การลงทุนครั้งนี้มีการวางโครงสร้างผลประโยชน์ที่สร้างความมั่นคงและโอกาสเติบโต โดยกองทรัสต์ฯ จะได้รับค่าเช่าคงที่ (Fixed Rental) ประมาณ 51.32 ล้านบาทต่อปี พร้อมปรับเพิ่มขึ้น 2% ทุก 3 ปี และยังได้รับค่าเช่าผันแปร (Variable Rental) อีก 90% ของกำไรสุทธิหลังหักค่าเช่าคงที่ ทำให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการเติบโตของผลประกอบการ
Long Haul – Medical Torism ส่งแรงหนุนการเติบโต

มัลลิกา ทัศนนิพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายโรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 10 และโรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม ในฐานะผู้บริหารโรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ กล่าวว่า โครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม ถือเป็นทรัพย์สินคุณภาพที่เปรียบได้กับเพชรยอดมงกุฎบนถนนหลังสวน ย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำและอาคารสำนักงานเกรดเอ บริหารงานภายใต้แบรนด์ ‘เซนเตอร์ พอยต์’ (Centre Point) โดยบริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (QHI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ในธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ประกอบกับการปรับโฉมภาพลักษณ์ (Rebranding) และการยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการมีความทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มัลลิกา กล่าวเสริมว่า การสนับสนุนจากภาครัฐในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าปกติ รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบาย Medical Tourism และศูนย์กลาง Wellness เป็นปัจจัย

ปัจจัยบวกที่สำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจโรงแรม

กองทรัสต์ฯ ประเมินตัวเลขผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 10.8%

รพีพรรณ บุณยรักษ์ Department Head, Product Distribution and Development  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือเป็นจังหวะการลงทุนที่ดี ด้วยจุดเด่นที่ทรัพย์สินตั้งอยู่บนทำเลที่หาได้ยากในตลาดปัจจุบัน ประกอบกับราคาเสนอขายที่น่าสนใจ ซึ่งกองทรัสต์ฯ จะเตรียมได้ประกาศราคาเสนอขายสูงสุดภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยราคาเสนอขายสูงสุดจะไม่เกิน 6.70 บาทต่อหน่วย ซึ่งพิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสม น่าลงทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดี

ซึ่งกองทรัสต์ฯ จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 1,233.50 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาประเมินต่ำสุดจากผู้ประเมินอิสระ 2 ราย ถึงประมาณ 6.1% ถือเป็นสินทรัพย์ที่มี Discount จากราคาประเมินตั้งแต่วันแรกที่เข้าลงทุน

นอกจากนี้ยังให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) จากโครงสร้างราคาและศักยภาพของทรัพย์สิน โดยประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกหลังการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 จะไม่ต่ำกว่า 10.8% (อ้างอิงรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติสำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2570 โดยปรับปรุงสมมติฐานจำนวนหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติมประมาณ 69 ล้านหน่วย และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวนประมาณ 835 ล้านบาท และราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมที่ 6.70 บาทต่อหน่วย) ซึ่งถือว่าสูงโดดเด่นเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือเงินฝาก

ทั้งนี้ กองทรัสต์ฯ จะระดมทุนโดยการออกหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนไม่เกิน 69.0 ล้านหน่วย และกู้ยืมเงินระยะยาวไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งนี้ กองทรัสต์ฯ จะเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม และประชาชนทั่วไป จองซื้อพร้อมกันได้ในวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569

สามารถจองซื้อได้ที่ ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ และผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ โทร. 02-777-6784 โดยจองซื้อที่ราคาเสนอขายสูงสุดที่จะประกาศภายในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะคืนเงินส่วนต่างให้กับผู้จองซื้อทุกราย

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this