เปิดสถิติเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ยุค AI เสนอยุทธศาสตร์ป้องกันภัยไซเบอร์ ขึ้นแท่น “วาระแห่งชาติ”

Published on

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และภาคีเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย จัดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 (SIDTH 2026) ภายใต้แนวคิด “Too Good to e True : ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์จะเป็นเรื่องจริง” ชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน เนื่องในวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ปี 2569

ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานเปิดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 แถลงจุดยืนในการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อตอบโต้สถานการณ์ภัยคุกคามออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้นจากการใช้ AI เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ด้าน

1.ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ มุ่งเน้นการทำงานผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อจัดการ “บัญชีม้า” และ “ซิมม้า” อย่างเด็ดขาด พร้อมระงับธุรกรรมต้องสงสัยได้ทันที

  1. รับมือภัยจาก AI และ Deepfake เร่งวางรากฐานทางกฎหมายและมาตรฐาน AI Governance เพื่อกำกับดูแลและป้องกันการใช้ Deepfake ในการหลอกลวง

3.ส่งเสริมระบบคลาวด์ที่มีความปลอดภัยสูงสำหรับภาครัฐ และกำกับดูแลการใช้ข้อมูลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด

4.กำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล บังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียข้ามชาติให้เพิ่มมาตรการคัดกรองโฆษณาหลอกลวงและการพนันออนไลน์

5.สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (DQ) และหลักการ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์เพิ่มขึ้น จากรายงานสถานการณ์การละเมิดทางเพศ ปี 2567 โดยอินโฮป (INHOPE) เครือข่ายสายด่วน (Hotlines) ที่ทำงานเพื่อต่อต้านปัญหาการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ใน 57 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า มีประชาชนแจ้งตรวจสอบสื่อต้องสงสัยสูงถึง 2.5 ล้านรายการ

สิ่งที่น่ากังวลคือ สื่อต้องสงสัยเหล่านี้มีเด็กอายุ 3-13 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงถึง 93% และ AI ได้ถูกนำมาใช้สร้างเนื้อหาละเมิดทางเพศที่ซับซ้อนและรุนแรง

นอกจากนี้รายงานความเสี่ยงโลก 2024 (Global Risk Report 2024) ระบุว่าการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและข่าวลวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นความเสี่ยงสำคัญอันดับหนึ่งและต่อเนื่องไปอีก 10 ปี สอดคล้องสถานการณ์ความรุนแรงบนโลกออนไลน์ในไทย ซึ่งมิจฉาชีพใช้ AI สร้างภาพ เสียง และวิดีโอที่เหมือนจริงจนแยกไม่ออกมาหลอกลวงเพิ่มขึ้น

เช่น AI ปลอมใบหน้าและเสียงของหมอ เพื่อบิดเบือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ปลอมใบหน้าเป็นนักธุรกิจชวนลงทุน และใช้ AI ลบเสื้อผ้าบุคคลจริงเพื่อสร้างสื่อลามกอนาจาร นำไปสู่การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ และทำลายอนาคตของเด็กและเยาวชน

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย มีสติ และมีความรับผิดชอบ ด้วยการพัฒนาพลเมืองที่รู้เท่าทันสื่อ ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศสื่อที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะที่ดี มีแนวทางดำเนินงาน 3 ด้าน

1.ผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการและนักกฎหมายให้เท่าทันความเสี่ยงในยุคดิจิทัล

2.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาวะดิจิทัล (Digital Wellbeing) ผ่านการพัฒนาแกนนำเยาวชนด้านการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่เป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวังภัยออนไลน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

3.สื่อสารสร้างแนวปฏิบัติและค่านิยมในการใช้สื่ออย่างปลอดภัย ร่วมกับเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย ในการเฝ้าระวัง สร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาศักยภาพ และขับเคลื่อนนโยบายอินเทอร์เน็ตปลอดภัยระดับประเทศ สำหรับการจัดงาน SIDTH 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ทุกภาคส่วนจะได้มาร่วมกันเสริมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ก้าวต่อไป สสส. พร้อมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านดิจิทัลผ่านแนวทางการทำงาน 3 มิติ

1.ผนึกกำลังเฝ้าระวังภัยออนไลน์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรฐานแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีระบบเฝ้าระวัง ตรวจสอบเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย

 2.สนับสนุนนวัตกรรมเพื่อกลุ่มเปราะบาง เช่น ซิมมือถือสำหรับเด็ก ที่มีระบบกรองเนื้อหาผิดกฎหมายและจำกัดการเข้าถึงสื่ออันตรายตามช่วงวัย และยกระดับหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อ ไปสู่การรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI

  1. สนับสนุนการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยเฉพาะ AI ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายและสหวิชาชีพ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในยุคอาชญากรรม AI” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย กล่าวว่า งาน SIDTH 2026 ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ สร้างพื้นให้เด็ก เยาวชน และประชากรกลุ่มเปราะบางมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางความปลอดภัยในโลกออนไลน์ และบูรณาการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางดิจิทัลตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับสากล โดยงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9-10 ก.พ. 2569 มีเวทีสัมมนาวิชาการและการจัดแสดงนิทรรศการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

นอกจากนี้ กิจกรรมจะยังถูกจัดขึ้นตลอดเดือน ก.พ. นี้ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สงขลา เชียงใหม่ และขอนแก่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลที่เข้มแข็งระดับท้องถิ่นและยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ของไทยให้ยั่งยืน

เคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า อันตรายที่เด็กเผชิญในโลกออนไลน์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งจากมนุษย์และ AI โดยสามารถเปรียบเทียบได้ว่าในทุกห้องเรียนของประเทศไทย มีเด็กประมาณ 3 คนที่เคยเผชิญการล่วงละเมิดหรือการแสวงประโยชน์ทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อเด็กถูกชักจูงให้สร้างหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ส่อไปในทางเพศ นั่นถือเป็นการล่วงละเมิดโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย ไร้ศักดิ์ศรี และน่ากังวลอย่างยิ่ง และส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออนาคตของเด็ก การคุ้มครองเด็กในโลกออนไลน์จึงไม่อาจเป็นเรื่องที่มารอแก้ไขภายหลังเกิดเหตุ แต่ต้องถูกรวมไว้ในการออกแบบเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นทาง

นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร ที่ปรึกษา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)กล่าวว่า ในงาน SIDTH2026 ทาง สพธอ. ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform Services: DPS) ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล ที่มุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

พร้อมทั้งผลักดันแนวคิดการออกแบบแพลตฟอร์มที่คำนึงถึงความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง (Safety by Design) ผ่านการนำเสนอแนวคิด “กรอบการกำกับดูแลดิจิทัลและ AI อย่างมีจริยธรรมเพื่อการศึกษา (Ethical Digital & AI Governance for Education)” บนเวทีเสวนาร่วมกับหลายหน่วยงาน พร้อมการจัดนิทรรศการเปิดตัวหลักสูตร “AI & Digital Ethics for Educators” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ETDA และพันธมิตรด้านการศึกษา ได้แก่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการใช้ AI ในสถานศึกษา ภายใต้กรอบเดียวกันทั้งครูและนักเรียน ส่งเสริมการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ปลอดภัย และสอดคล้องกับสิทธิเด็กในโลกดิจิทัล

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this