ข้อเข่าเสื่อมหรือบาดเจ็บ ปวดเข่าเหมือนกัน แต่อาจไม่ใช่โรคเดียวกัน

Published on

แพทย์เฉพาะทางชี้ “ข้อเข่าเสื่อม” กับ “ปวดเข่าจากการบาดเจ็บ” ต่างกันตั้งแต่สาเหตุ การวินิจฉัย ไปจนถึงแนวทางรักษา

อาการปวดเข่าเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุด ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและคนวัยทำงานทั่วโลก แต่สิ่งที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ อาการปวดเข่าที่ดูคล้ายกัน อาจมีที่มาและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะระหว่าง “ข้อเข่าเสื่อม” และ “อาการปวดเข่าจากการบาดเจ็บ” หากวินิจฉัยผิดหรือปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

รศ.พล.อ.ท.นพ.จำรูญเกียรติ ลีลเศรษฐพร แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ อธิบายว่า อาการปวดเข่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ การเสื่อมตามอายุและการใช้งาน และการบาดเจ็บจากแรงกระแทกหรืออุบัติเหตุ

ข้อเข่าเสื่อม โรคเรื้อรังที่ค่อยเป็นค่อยไป

ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) เป็นความผิดปกติของข้อต่อที่เกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้ออย่างช้า ๆ ส่งผลให้กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งเสียดสีกันขณะเคลื่อนไหว เกิดอาการปวดที่เพิ่มขึ้นตามเวลาและอายุที่มากขึ้น ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงภายในข้อ เช่น กระดูกอ่อนบางลง การเกิดกระดูกงอกรอบข้อ และการเปลี่ยนแปลงของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ

ลักษณะอาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดเข่าเรื้อรัง ค่อยเป็นค่อยไป ปวดมากขึ้นเมื่อเดินหรือใช้งานนาน มีอาการฝืดในช่วงเช้าหรือหลังนั่งพักเป็นเวลานาน มีเสียงกรอบแกรบขณะงอเข่า และในบางรายอาจพบข้อเข่าผิดรูปหรือโก่งงอ โดยทั่วไปอาจมีบวมเล็กน้อย แต่ไม่ใช่อาการอักเสบเฉียบพลัน

ปวดเข่าจากการบาดเจ็บ อาการเฉียบพลันที่ต้องระวัง

ในขณะที่อาการปวดเข่าจากการบาดเจ็บ (Traumatic Knee Pain) มักเกิดจากแรงกระแทกหรือแรงบิดที่มากเกินไปต่อข้อเข่า เช่น เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด (ACL Injury) หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือการล้มและกระแทกโดยตรง ลักษณะเด่นคือเกิดอาการปวดทันทีหลังเหตุการณ์ มีอาการบวม ร้อน แดง และเคลื่อนไหวลำบาก

ผู้ป่วยบางรายอาจได้ยินเสียง “แคล็ก” หรือ “แตก” ขณะเกิดการบาดเจ็บ รู้สึกเข่าหลวม หรือไม่มั่นคง อาการมักรุนแรงในช่วงแรก และอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะฟื้นตัว หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

บาดเจ็บวันนี้ เสื่อมเร็วขึ้นในอนาคต

แพทย์ยังชี้ว่า การบาดเจ็บที่เข่าในอดีตถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมในอนาคต โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงของเอ็นหรือหมอนรองกระดูก ซึ่งทำให้โครงสร้างข้อเข่าเปลี่ยนไป การเดินผิดรูป และแรงกระจายในข้อไม่สมดุล ส่งผลให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วกว่าปกติ

วินิจฉัยให้ถูก คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ตรงจุด

การแยกความแตกต่างระหว่างข้อเข่าเสื่อมกับอาการบาดเจ็บ จำเป็นต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ ตั้งแต่การซักประวัติอย่างละเอียด การตรวจร่างกาย ไปจนถึงการตรวจทางรังสี เช่น X-ray เพื่อประเมินการเสื่อมของข้อ หรือ MRI เพื่อดูความเสียหายของเอ็นและโครงสร้างอ่อนภายในข้อ ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

แนวทางรักษาต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยข้อเข่าเสื่อมมักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การปรับพฤติกรรม ลดน้ำหนัก การทำกายภาพบำบัด เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อ การใช้ยา หรือการฉีดยาเข้าในข้อเพื่อลดแรงเสียดสี

ขณะที่อาการบาดเจ็บของเอ็นเข่า แนวทางการรักษาจะพิจารณาจากระดับการฉีกขาด ความมั่นคงของข้อ และการใช้งานของผู้ป่วย อาจเริ่มจากการพัก ฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด หรือในกรณีที่รุนแรงและกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการรักษา คือการลดอาการปวด ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และป้องกันไม่ให้ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงในระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นได้จากความเข้าใจที่ถูกต้องและการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

ในบริบทที่สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย การลงทุนกับการรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่ระยะแรก ถือเป็นการลดต้นทุนสุขภาพในระยะยาว โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ มุ่งเน้นการดูแลปัญหากระดูกและข้อแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมิน วินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาและฟื้นฟู เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและการสูญเสียศักยภาพในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) ปรึกษา โทร. 02-034-0808

Latest articles

โตชิบา – แอร์บัส โชว์พลังงานไฮโดรเจนมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินยั่งยืน

เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ส่ง “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ” ในวันวาเลนไทน์

Booking.com เผย ‘ยุคทองของทุกคน’ เทรนด์การเดินทางปี 2569

แบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางฉบับครบรอบ 10 ปีโดย Booking.com เปิดเผยว่า ในปี 2569 ผู้เดินทางจะเลือกการเดินทางที่คำนึงถึงความเป็นตัวของตัวเองเป็นหลักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

The Show Must Go On เรื่องเล่าผ่านเลนส์ของ ‘สมัชชา อภัยสุวรรณ’ ใน BKKDW 2026

นิทรรศการภาพถ่ายชุด The Show Must Go On โดย สมัชชา อภัยสุวรรณ นำเสนอเรื่องราวของย่านชุมชนชาวจีน ผ่านการจัดแสดงในรูปแบบ Photo Bomb โดยไม่รบกวนจังหวะเดิมของสถานที่ เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2569

More like this