เคยไหมที่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาเอกสารสำคัญที่กองทับกันอยู่ในตู้ หรือกังวลว่าเอกสารสำคัญทางธุรกิจจะสูญหายหรือถูกทำลาย ? เมื่อโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว การจัดการเอกสารแบบเดิม ๆ จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การเลือกใช้บริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจ ที่เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนเอกสารให้เป็นระบบดิจิทัลจึงเป็นก้าวสำคัญ แต่จะเลือกผู้ให้บริการอย่างไรให้มั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ บทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่ต้องพิจารณา
- ความปลอดภัยของข้อมูล มาตรฐานที่ต้องตรวจสอบ
ความปลอดภัยของข้อมูลคือสิ่งสำคัญสูงสุดเมื่อเลือกบริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจ ควรตรวจสอบว่าบริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นตอนการสแกนไปจนถึงการจัดเก็บในระบบคลาวด์ ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานการเข้ารหัสข้อมูลที่สูง (Encryption) และมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ควรสอบถามถึงนโยบายและมาตรการในการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต (Cybersecurity) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจ
- ความเชี่ยวชาญในการจัดทำระบบฐานข้อมูล
การเปลี่ยนเอกสารเป็นดิจิทัลไม่ได้หมายถึงแค่การสแกนไฟล์ แต่คือการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาและเรียกใช้เอกสารได้อย่างรวดเร็ว บริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจที่ดีควรมีความเชี่ยวชาญในการจัดทำดัชนี (Indexing) และการกำหนดหมวดหมู่ของเอกสารอย่างเป็นระบบ เช่น การจัดทำ Keyword Tags, การระบุวันที่และประเภทของเอกสารที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาเอกสารที่ต้องการได้ภายในไม่กี่วินาที แทนที่จะเสียเวลาค้นหาเอกสารในกองกระดาษ
- มาตรฐานการจัดเก็บที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย
เอกสารทางธุรกิจบางประเภทมีข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาในการจัดเก็บ เช่น เอกสารทางการเงินหรือเอกสารสัญญา บริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจที่น่าเชื่อถือควรมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายเหล่านี้และสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง การจัดเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัลที่ถูกต้องตามมาตรฐานจะช่วยให้สามารถนำเอกสารเหล่านี้มาใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์
- ความรวดเร็วในการเข้าถึงและเรียกใช้ข้อมูล
ประโยชน์หลักของการใช้บริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจ คือความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา การเลือกผู้ให้บริการที่มีแพลตฟอร์มการจัดการเอกสารที่ใช้งานง่าย (User-Friendly) และสามารถเข้าถึงได้ผ่านหลายอุปกรณ์ (เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานได้มาก การที่ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทำให้บริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์การทำงานที่รวดเร็วในยุคดิจิทัล
การเลือกบริษัทจัดการเอกสารสำหรับธุรกิจที่เหมาะสมจึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะช่วยเปลี่ยนความยุ่งยากของการจัดการเอกสารให้เป็นระบบที่ปลอดภัย รวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

