สถาบันอาหาร ผนึก กรมทรัพย์สินทางปัญญา MOU ยกระดับนวัตกรรมอาหารไทย

Published on

สถาบันอาหาร (NFI) และกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมอาหารและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมอาหารไทย โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการจาก ผู้ผลิตสู่ เจ้าของนวัตกรรมและเสริมศักยภาพการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างสถาบันอาหาร (NFI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยง นวัตกรรมอาหารเข้ากับ ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้งานวิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของไทยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

“ปัจจุบันสถาบันอาหารมีความพร้อมด้านองค์ความรู้ งานวิจัยและพัฒนา มาตรฐานอาหาร รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการอาหารทั่วประเทศ ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกหลักในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือครั้งนี้จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารของไทยให้มีความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”

ทั้งนี้ ภายใต้ MOU ดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานใน 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย

  1. การส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เชื่อมโยงกับทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ
  2. การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูลทางวิชาการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง การบริหารจัดการ และการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในธุรกิจอาหาร
  3. การพัฒนาและยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร ผ่านการอบรม สัมมนา หรือกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา
  4. การส่งเสริมการคุ้มครองและการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร
  5. การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอาหารของประเทศ

“เป้าหมายสำคัญคือ การช่วยให้ผู้ประกอบการอาหารไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และนักนวัตกรรม เห็นคุณค่าและสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายโอกาสทางการตลาดในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี และจะมีการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานนวัตกรรมอาหารที่มีความเข้มแข็งในระดับสากล”

ด้าน อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ความร่วมมือกับสถาบันอาหารในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ ซึ่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน “กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงมุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอาหารไทยเห็นความสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้นวัตกรรม สูตร เทคโนโลยี และอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืนในตลาดโลก”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.nfi.or.thหรือ Facebook : สถาบันอาหาร NFI Connext

Latest articles

“ถนนไปสู่แหลมทอง” นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปี ของ ไชยยศ ปิ่นประดับ

สมาคมศิลป์ภูเก็จ (Phuket Art Association) ขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และพหุวัฒนธรรมผ่าน “ถนนไปสู่แหลมทอง” (The Road to the Golden Peninsula) นิทรรศการภาพถ่ายโดย ไชยยศ ปิ่นประดับ...

รพ.กรุงเทพ ผนึก ดีไวซ์ เทคโนโลยี่ส์ ยกระดับการรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด มุ่งสู่ Medical Robot Hub  

จากประสบการณ์การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกว่า 1,000 เคส โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมยกระดับองค์ความรู้ และมาตรฐานการรักษา เพื่อพัฒนาทีมศัลยแพทย์ และส่งต่อผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วย

ฮุนได ฉลองชัย “ช้างศึก” ทดลองขับรถยนต์ฮุนได รับไปเลยเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย  

การแข่งขันฟุตบอล ASEAN Hyundai Cup™ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดที่สองของทีมชาติไทย จบลงด้วยชัยชนะของทัพ “ช้างศึก” หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งตลอด 90 นาที เอาชนะมาเลเซียไปด้วยสกอร์ 2-0 เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด

ทำไมแผ่นดินไหวที่อิตาลีขนาดแค่ 4.7 แต่ทำให้อาคารหลายหลังเสียหายได้

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของอิตาลี เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา มีขนาดเพียง 4.7 ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่กลับสร้างความเสียหายให้อาคารหลายหลังได้

More like this