สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยศิลปิน นักสร้างสรรค์ ชุมชน และเครือข่ายพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเปิด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” หรือ “Chiang Mai Design Week 2025” (CMDW2025) ปีที่ 11 ภายใต้ธีม “Local Plus: Creativity, Technology, Sustainability ร่วมมือกันสร้างสรรค์เติบโต”
ตลอด 9 วันของเทศกาลฯ มีนักสร้างสรรค์จากภาคเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ ร่วมจัดงานรวมกว่า 166 คน และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ต่างประเทศ 15 ประเทศ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท จากเดิมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอด 10 ปี กว่า 5,700 ล้านบาท พร้อมดึงดูดผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกว่า 1 ล้านคน
เทศกาลฯเชื่อมโยงนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการท้องถิ่นของภาคเหนือร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อเดินหน้าต่อยอด “ทุนจากวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “ทุนเศรษฐกิจ” ที่ดึงดูดนักลงทุนและโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ตอกย้ำบทบาทของเทศกาลฯ ในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคเหนือสู่ระดับนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 14 ธันวาคม 2568 ณ ย่านกลางเวียง, ช้างม่อย – ท่าแพ และสันป่าข่อย จังหวัดเชียงใหม่
วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายการสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding) ให้เป็นที่ยอมรับและจดจำในระดับนานาชาติ ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ‘12 เดือน 12 ธีม’ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนสามารถสัมผัสประสบการณ์ของเชียงใหม่ครบทุกมิติ ทั้งภูมิประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม ธุรกิจท้องถิ่น ประเพณี และวิถีชีวิต
โดยเดือนธันวาคม ถูกกำหนดให้เป็นเดือนแห่ง Creativity & Design โดยมีเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าศิลปะ การออกแบบ และวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงโอกาสทั้งจากการท่องเที่ยวและการลงทุนในระดับโลกได้จริง
ไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า CEA ตั้งเป้าให้เทศกาลฯ เติบโตจาก ‘เทศกาลงานออกแบบ’ ไปสู่การเป็น ‘เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding)’ ที่สำคัญของเชียงใหม่ ช่วยให้เมืองนี้ก้าวข้ามภาพจำเดิมจาก ‘เมืองท่องเที่ยว’ ไปสู่การเป็นเมืองที่ ‘Crafting Wellness from Local Essence, Inspiring Asia’ และกลายเป็นจุดหมายของนักสร้างสรรค์และนักลงทุนจากทั่วโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ CEA ยังคงเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนืออย่างต่อเนื่องและครอบคลุม ทั้งการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะสร้างสรรค์ เช่น การจัดตั้ง TCDC แห่งใหม่ใน 4 จังหวัดของภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, แพร่, อุตรดิตถ์ และพิษณุโลกโดยมีแผนจะเปิดให้บริการปี 2569
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า เทศกาลฯ มี 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1. การเฉลิมฉลองนักสร้างสรรค์คืนถิ่น (Homecoming) สนับสนุนการกลับมาร่วมสร้างเมืองของคนเชียงใหม่รุ่นใหม่ 2. การสืบสานวิถีท้องถิ่นที่ยั่งยืน (Local Sustainable Living) เสริมความเข้มแข็งของทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และ 3. การสร้างพื้นที่แห่งโอกาสใหม่ (New Opportunities) เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ มีพื้นที่เติบโตและขยายสู่ตลาดใหม่ โดยมีเครือข่ายจาก 15 ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปเข้าร่วมเทศกาลฯ ในปีนี้ 
Local Plus: ต่อยอดพลังท้องถิ่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
เทศกาลฯ ปีนี้ถ่ายทอดแนวคิด “Local Plus” ที่ถูกถ่ายทอดผ่าน 5 สัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่
- เครื่องหมาย บวก (+): พลังร่วมของคนสร้างสรรค์ องค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมกันทำให้เชียงใหม่และเมืองอื่น ๆ ในภาคเหนือ ยกระดับเมืองให้พร้อมสำหรับโอกาสใหม่ ๆ ของคอมมิวนิตี้สร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ เช่น งานคราฟต์ (Craft), ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) ฯลฯ
- เครื่องหมาย คูณ (×): ต่อยอดผลงานสู่มาตรฐานสากล ที่ “พลัส” พลังความร่วมมือกับนานาชาติกว่า 15 ประเทศ
- เครื่องหมาย หาร (÷): แบ่งปันความรู้และนวัตกรรมในประเด็นที่ท้าทายบริบทโลก เช่น การรับมือกับภัยพิบัติในยุค “New Norm” ฯลฯ
- เครื่องหมาย ลบ (-): ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเทศกาลฯ ถือเป็นต้นแบบของการจัดงานหรืออีเวนต์ ที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- สัญลักษณ์อินฟินิตี้ (∞): เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ส่งเสริมภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
โปรแกรมไฮไลต์สะท้อน “พลัง Local Plus” ตลอด 9 วันของเทศกาลฯ เทศกาลฯ นำเสนอโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 150 กิจกรรม ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ กลางเวียง, ช้างม่อย – ท่าแพ, สันป่าข่อย และพื้นที่อื่น ๆ ดังนี้
-Make Scents, Make Sense
TCDC เชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น.
นิทรรศการที่เปิดมุมมองใหม่เรื่อง “กลิ่นหอม” ในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกันสำรวจศักยภาพของพืชพรรณท้องถิ่นภาคเหนือซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และพร้อมต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางด้านกลิ่นของไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Wellness ด้วยพลังแห่งกลิ่นหอมจากธรรมชาติ
-The Homecoming Club สถานที่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เวลา 10.00 – 22.00 น.
กิจกรรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กลับบ้าน เล่าผ่านเรื่องราวของคนคืนถิ่น ถูกถอดรหัสออกมาเป็นคลับที่มีพื้นที่ต่าง ๆ รอให้ได้สำรวจ พร้อม “คู่มือการปิ๊กบ้าน” ในแบบฉบับของตัวเอง
-Days in Rainy Summer
TCDC เชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น.
นิทรรศการที่ชวนมาสัมผัสประสบการณ์เหนือจริงที่ “ลม” จะถูกนำเสนอในฐานะผู้เล่าเรื่อง ดำดิ่งสู่โลกของกระดาษสาทำมือจากสยามพรหมประทาน ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนา ผ่านแสง เสียง และการเคลื่อนไหวของลม
-Toy Laung (Art Toy
หอพื้นถิ่นล้านนา เวลา 10.00 – 22.00 น.
นิทรรศการ Art Toy Exhibition และตลาดจำหน่ายผลงานจากศิลปินเชียงใหม่และทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “Land: Masks of Art – พื้นที่ หน้ากาก ศิลปิน” พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสร้าง Art Toy ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและงานปั้นมือ
-เส้นทางใหม่หางโจว
หอกลางเวียง เวลา 10.00 – 22.00 น.
นิทรรศการเส้นทางใหม่หางโจวจากประเทศจีน เส้นทางแห่งจินตนาการที่เชื่อมงานหัตถกรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “The New Hangzhou Line” มาพร้อมกับเวิร์กช็อปสุดพิเศษที่จะพาสำรวจโลกของงานฝีมือแบบหางโจว ผสานมรดกวัฒนธรรมสู่การถักทอความคิดสร้างสรรค์สู่อนาคต
-CRAFTed to TASTE
หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น.
สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ CEA สำนักภาคเหนือ ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านโครงการศิลปินพำนักระหว่างศิลปินเซรามิกจากฝรั่งเศสและไทย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่เชื่อมโยงงานหัตถกรรมกับอาหารพื้นเมือง (Indigenous Food) ไปสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดันภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน
-Russian Soul: modern heritage
ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เวลา 10.00 – 22.00 น.
สภาธุรกิจรัสเซียไทย (Russian-Thai Business Council) ร่วมกับดีไซเนอร์จากรัสเซีย จัดนิทรรศการ “Russian Soul: modern heritage” ที่สะท้อนวัฒนธรรมระหว่างมรดกดั้งเดิมและดีไซน์ร่วมสมัย จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญจาก HSE Art and Design School เพื่อถ่ายทอดรัสเซียในมุมมองใหม่ และสร้างความร่วมมือสู่เวทีนานาชาติ
-นิทรรศการศิลปะไฟนีออน
โดย สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
ห่าน สตูดิโอ เวลา 10.00 – 22.00 น.
“Fractured Galaxy” นิทรรศการศิลปะไฟนีออนโดยไจลส์ ไรเดอร์ (Giles Ryder) ศิลปินผู้หลงใหลและผูกพันกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน ศิลปินนำเสนอผลงานผ่านศิลปะจากแสงไฟนีออน วัสดุ และแสงสะท้อนในฐานะเครื่องมือเล่าบริบทสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากความเป็นสมัยใหม่ ตลอดจนบอกเล่าพื้นที่แห่งประสบการณ์และความผูกพันระหว่างศิลปินที่มีต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
-North East India (Asthalakshmi) Pavilion
หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น.
องค์กรพัฒนางานหัตถกรรมและผ้าทอมือแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ NEHHDC จากประเทศอินเดีย นำช่างฝีมือและผู้ประกอบการร่วมนำเสนอผลงานหัตถกรรมหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานผ้าทอ งานจักสาน เครื่องประดับทำมือ การแสดงผลงานผ้าไหม Eri และผลงานการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้มรดกวัฒนธรรมและงานคราฟต์ของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่รู้จักในเวทีนานาชาติ
-ด้วยวิถีและดวงดาว
หอกลางเวียง เวลา 10.00 – 22.00 น.
นิทรรศการที่ชวนผู้ชมมาสัมผัสความนิ่งจากจิตใจ ความสงบที่สร้างแรงบันดาลใจและความมั่นคงภายใน โดยถ่ายทอดผ่านศิลปะ 2 มิติ ที่แปลงภาพนิ่งเป็นภาพเคลื่อนไหว พร้อมสำรวจความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน วิถีชีวิต และสิ่งรอบตัว
-ดอกไม้เริงระบำ
มัก. ซีเอ็นเอ็กซ์ เวลา 16.00 – 23.00 น.
นิทรรศการศิลปะการจัดดอกไม้ที่นำแรงบันดาลใจจากการเต้นรำ มาถ่ายทอดเป็นงานจัดดอกไม้ที่มีลีลาราวกับการเต้นรำ โดย โอภาส ยาคำมี (อัน) ศิลปินและนักจัดดอกไม้ชาวเชียงใหม่ พร้อมกับศิลปินจากฟินแลนด์ ฮ่องกง อินเดีย อิหร่าน เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่มาร่วมจัดดอกไม้ให้เริงระบำ ทว่างดงามในแบบฉบับของตนเอง
-Chiang Mai Street Jazz Festival 2025
โอลด์ เชียงใหม่ (ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่) เวลา 17.00 – 23.00 น. (เวทีใหญ่ วันที่ 7 ธันวาคม 2568) เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด รวมศิลปินจากเครือข่ายเทศกาลดนตรีทั่วเอเชียและยุโรป มาร่วมสร้างพลังแห่งความสร้างสรรค์

