เทวกรรมโอสถ TOP3 ตลาดบรรเทาปวด ส่ง 3 นวัตกรรมเรือธง ปั้นยอดโตต่อเนื่อง

Published on

จากแชมป์โลกมวยไทย จุดประกายความพีคของ “น้ำมันมวย” พร้อมทัพสินค้าเพื่อการบรรเทาปวด โดย “เทวกรรมโอสถ” ที่มีชื่อเสียงยาวนานเกือบ 80 ปี ขึ้นแท่นสินค้า Soft Power ที่นักท่องเที่ยวตามหา จนในปี 2567 ระเบิดความฮอตอีกครั้งกับวลีเด็ด “ทุกรอยปวดมีเรื่องราว” โดยพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม-กรรชัย ส่งยอดขายเติบโตแรง มาในปีนี้ได้ประกาศเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมสินค้าเพื่อความผ่อนคลายที่เข้าถึงความต้องการได้มากขึ้น

ตลาดรวมผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท สินค้าหลักที่อยู่ในตลาด เช่น ผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดชนิดครีม ชนิดน้ำ เจล และสเปรย์ รวมทั้งแผ่นแปะบรรเทาปวด ปัจจุบัน “เทวกรรมโอสถ” เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านยาและเวชภัณฑ์ในประเทศไทย โดยมีแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรเทาปวด อยู่ใน TOP 3 สามารถต่อกรกับ 2 ผู้นำซึ่งเป็นแบรนด์จากต่างชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี

น้ำมันมวย ชื่อนี้ที่ทุกคนคุ้นเคย

“น้ำมันมวย” โดย “เทวกรรมโอสถ” ถือเป็นผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักมาเกือบ 80 ปี โดยมี “พันตรี นายแพทย์ หลวงสิทธิ์โยธารักษ์” (ทองม้วน อินทรทัต) เป็นผู้ก่อตั้ง

พ.ศ.2489 ในขณะนั้น พันตรี นายแพทย์ หลวงสิทธิ์โยธารักษ์ ได้เปิดคลินิกและปรุงยาขายหลายขนาน ยาตัวแรกที่มีการปรุงขึ้นและจำหน่ายคือ “ยาประสระนอแรด” ซึ่งซึ่งเป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดหัว, ยาอม “กามัน”​ และยาสีฟัน “โซเลก” ผลิตร่วมกับ บริษัท จำปาทอง จำกัด เป็นต้น

เมื่อความต้องการยามากขึ้น รวมถึงมีการปรุงยาอีกหลากหลายขนาน ท่านจึงได้จัดตั้งบริษัท ที่สะพานเทวกรรม ถนนนางเลิ้ง และได้ตั้งชื่อบริษัทตามที่ตั้ง เป็นชื่อ “บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด”

โดยปี 2503 วันที่ 16 เมษายน นายห้างทองทศ อินทรทัต (บุตรชายของหลวงสิทธิ์โยธารักษ์ )ในฐานะผู้จัดการนักมวย ได้ส่ง “นายโผน กิ่งเพชร” ขึ้นชกชิงแชมป์โลก กับ “ปาสคาล เปเรส” นักชกอเมริกาใต้ จนได้แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์คนแรกของประเทศไทย

นอกจากการสร้างแชมป์โลกแล้ว ยังมีชื่อของผลิตภัณฑ์ “น้ำมันมวย” ซึ่งเป็นยาขนานเอก ทุกค่ายมวยต่างพูดกันปากต่อปาก และตามหามาเพื่อใช้กับนักมวยในค่ายของตัวเอง ทางบริษัทฯ จึงได้พัฒนาสูตร และปรับจากน้ำมันสีขาวขุ่นเป็นสีเหลือง มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ โดยได้จดทะเบียนเพื่อผลิตและจำหน่ายในปี 2505 ภายใต้ชื่อ “น้ำมันมวย

ทุกรอยปวดมีเรื่องราวให้ชีวิตไปต่อ

สินค้าที่มีชื่อเสียงอีกแบรนด์ของเทวกรรมโอสถคือ “นีโอบัน” (Neobun) นวัตกรรมแผ่นแปะบรรเทาปวดที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ แต่โด่งดังเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเมื่อพิธีกรหนุ่ม“กรรชัย กำเนิดพลอย” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ภายใต้วลี “ทุกรอยปวดมีเรื่องราว” ซึ่งแคมเปญนี้ สร้างการรับรู้ได้อย่างแพร่หลาย มีการพูดถึงแบรนด์ในสังคมออนไลน์มากขึ้นถึง 47% (เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนมีแคมเปญ)” และด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรในทุกช่องทาง ทำให้ในปี 2567 บริษัทฯ ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์บรรเทาทุกเรื่องปวด ทุกรอยบาดแผลได้กว่า 790 ล้านชิ้น พร้อมการเติบโตของยอดขาย 45%

อธิชาภรณ์ จันทร์ประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด เผยว่า ในปีนี้ เทวกรรมโอสถ ได้ต่อยอดแนวคิด “LIFE CONVERGENCE ทุกรอยปวดมีเรื่องราวให้ชีวิตไปต่อ” เพื่อตอกย้ำจุดยืนที่มุ่งยกระดับสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ด้วยความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาเกือบ 80 ปี เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์

การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน บรรเทา ไปจนถึงการฟื้นฟู ด้วยความเข้าใจในปัญหาความเมื่อยล้าและอาการบาดเจ็บที่เกิดจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกร และพรีเซนเตอร์คนแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ นีโอบัน เผยว่า “ผมมองแนวคิด “LIFE CONVERGENCE ทุกรอยปวดมีเรื่องราวให้ชีวิตไปต่อ” ของนีโอบัน มีความเชื่อมโยงกับผมมาก ผมว่าคนไทยตอนนี้มองหาที่พึ่ง คนที่ช่วยแบ่งเบา รู้สึกว่าชีวิตทุกวันนี้ต้องสู้หลายอย่าง คนมองหาสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด เพื่อให้ชีวิตได้ไปต่อในวันพรุ่งนี้” กรรชัยกล่าว

เรื่องปวดเรื่องใหญ่ โอกาสยังไปได้อีกไกล

ผู้บริหารของเทวกรรมโอสถ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ อ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งระบุว่า แนวโน้มผู้มีอาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) จะพุ่งสูงถึง 843 ล้านราย ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยอาการปวดหลังส่วนล่างเป็นสาเหตุหลักของความพิการใน 160 ประเทศ และในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2567 ผู้เข้ารักษาโรคออฟฟิศซินโดรม หรือการปวดกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ และหลัง (กลุ่มอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก (Musculoskeletal Disorders (MSDs)) สูงถึง 483,850 ราย อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์บริการการแพทย์แผนไทยของรัฐทั่วประเทศ

นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่มีความเสี่ยงให้เกิดอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก ไม่ว่าจะเป็น การนั่งนาน หรือไม่ขยับตัวเป็นเวลานาน เช่น กลุ่มคนทำงานออฟฟิศ และการขับรถนาน นั่งกอดอก นั่งไขว่ห้าง นั่งหลังค่อม ห่อไหล่ หรือแอ่นตัว ตั้งจอคอมพิวเตอร์สูง หรือต่ำกว่าระดับสายตา หิ้วของหนักด้วยนิ้วบ่อย ๆ และสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว

เผยแผนเปิดตัวสินค้านวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

สาธิตา เจียมสุชน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2568 พร้อมเปิดตัวนำเสนอนวัตกรรมภายใต้แบรนด์เรือธงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานครอบคลุมทุก ๆ กลุ่ม ประกอบด้วย

  • แบรนด์มวย เปิดตัว Muay Patch แผ่นเจลประคบเย็น ออกแบบและตอบโจทย์กลุ่มไลฟ์สไตล์ ไฮแอคทีฟ ใช้ประคบเพื่อทำให้เย็นหรือบรรเทากล้ามเนื้อเมื่อยล้าในผู้ที่ต้องการความเย็นสบาย และสดชื่นสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
  • แบรนด์ นีโอบัน (Neobun) พลาสเตอร์ยาบรรเทาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปีนี้ได้เปิดตัว Neobun Jumbo สำหรับคอ บ่า ไหล่ และ Neobun Back Pain สำหรับกลางหลัง และหลังส่วนล่าง และนีโอบันยังมีแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดในรูปแบบเจล มี 2 สูตร สูตรเย็นสำหรับบรรเทาอาการปวดเริ่มต้น และสูตรร้อนสำหรับบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง โดยทุกผลิตภัณฑ์ของนีโอบันมีกลิ่นอ่อนๆ เพื่อความรู้สึกผ่อนคลาย
  • นีโอพลาสท์ (Neoplast) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลแผล ได้เปิดไลน์สินค้าสำหรับกลุ่มครอบครัว ด้วยการเปิดตัวพลาสเตอร์ลายไดโนเสาร์สำหรับเด็ก ที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจ ด้วยเนื้อพลาสติกที่อ่อนโยนต่อผิวเด็ก ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ปัจจุบัน “เทวกรรมโอสถ” ถือเป็นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์บรรเทาปวดที่ครบวงจร ทั้งน้ำมันมวย แผ่นแปะ เจล ครีม และสเปรย์ นอกจากในประเทศไทยแล้วยังมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 10% ของรายได้รวม ทั้งประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา สำหรับการเดินหน้าทำตลาดและเปิดตัวสินค้าใหม่ จะทำให้บรรลุเป้าหมายการเติบ 20% ใน 3 ปีข้างหน้า

ตลาดนักท่องเที่ยว กับ Soft Power สินค้าไทย

ก่อนหน้านี้สินค้าของเทวกรรมโอสถ เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยนิยมซื้อหาในปริมาณมาก ทั้งเป็นของใช้และของฝาก แต่ในปีนี้เมื่อปริมาณนักท่องเที่ยวจีนลดลง พร้อมด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราการซื้อจากนักท่องเที่ยวจีนจึงมีขนาดที่ลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศยังมีอัตราการเติบโตที่ดี และมีความเข้าถึงสินค้ามากขึ้น เช่น กลุ่มน้ำมันมวย ซึ่งบริษัทฯ มีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ว่า ไม่จำเป็นต้องใช้กับนักมวยเท่านั้น ไม่ว่ากีฬาใดหรือการออกกำลังกายแบบไหน ก็สามารถเลือกใช้น้ำมันมวยได้

ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ถือเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจกับแบรนด์ “นีโอบัน” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับยอดขายของบริษัทฯ รายได้หลักมากจากแบรนด์ นีโอบันและนีโอพลัส 60% แบรนด์มวย 40% โดยในปี 2567 ทุกแบรนด์มีอัตราการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปีนี้ซึ่ง 4 เดือนแรกของปี ซึ่งมีสัญญานการเติบโตที่ดีเช่นกัน จึงคาดว่าในปี 2568 บริษัทฯ จะสร้างอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้ตามเป้าหมาย พร้อมต่อสู้กับแบรนด์ผู้นำ

Latest articles

AIT ปักธงปี 69 รายได้ทะลุเป้า 6,900 ล้านบาท มุ่งสู่ผู้นำ ICT ครบวงจร

AIT ปักธงปี 69 รายได้ทะลุเป้า 6,900 ล้านบาท มุ่งสู่ผู้นำ ICT ครบวงจร หลังปี 68 ปิดจ๊อบ ทำกำไรสุทธิ 582 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลเพิ่ม 0.21 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำหุ้น Dividend Stock

วิริยะประกันภัย หารือรัฐบาลญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนแนวทางรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน

วิริยะประกันภัย หารือรัฐบาลญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนแนวทางรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนก นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนระหว่างสองประเทศ

แนะวิธีควบคุมค่าไฟฟ้าสำหรับอาคาร เตรียมรับมือช่วงพีค ค่าไฟพุ่งช่วงหน้าร้อน

ในช่วงฤดูร้อน ค่าไฟของอาคารมักเพิ่มสูงขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในอาคาร โดยปกติแล้ว ค่าไฟฟ้าที่มาจากระบบปรับอากาศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50–60% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด

ฟิลิปส์ เจาะลึก 7 ประโยชน์ของเทคโนโลยี AI ต่อวงการเฮลธ์แคร์

Artificial Intelligence หรือ เทคโนโลยี AI ซึ่งได้เข้ามาพลิกโฉมวงการเฮลธ์แคร์อย่างรวดเร็ว ด้วยการนำเสนอแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

More like this