“หนูหิ่น” รุ้งลาวัลย์ เผยแนวคิดก่อนตัดสินใจศัลยกรรม ย้อนอายุใบหน้าด้วย Face Lock  

Published on

พูดถึง รุ้งลาวัลย์ หรือ ราวรรณ โทนะหงษา หลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าเรียกว่า “หนูหิ่น” จะร้องอ๋อทันที!! เพราะอินกับภาพเด็กสาวใช้นิสัยซื่อ-เปิ่น-กวนชวนฮาจาก“หนูหิ่น เดอะมูฟวี่” ที่กลายเป็นคาแรคเตอร์ติดตัวรุ้งมาตลอด 20 ปี

ด้วยความตลก เป็นธรรมชาติและตัวตน พร้อมทั้งมีความมั่นใจในตัวเองมาก หลายครั้งที่ถูกถามเรื่องทำศัลยกรรมและความสวย รุ้งก็จะมีคำตอบดีๆ ที่เป็นพลังบวกเติมเต็มความมั่นใจให้กับหลายๆ คน

“เคยถูกถามว่าไม่ใช่คนสวย แต่ทำไมมั่นใจในตัวเองจัง…. รุ้งคิดว่าความมั่นใจไม่ได้อยู่ที่ว่าเราสวยหรือไม่สวย มันอยู่ที่ Mindset มากกว่า เมื่อไรที่เราเห็นคุณค่าในตัวเอง เมื่อนั้นความมั่นใจก็จะฉายออกมา  คำว่าสวยไม่มีมาตรฐาน ทุกคนมีความสวยและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ส่วนเรื่องศัลยกรรมที่ผ่านมาไม่เคยคิด เพราะรุ้งแฮปปี้กับหน้าตาของตัวเองนะ เป็นหน้าที่ทำให้ได้เป็นหนูหิ่น จนมีทุกอย่างแบบวันนี้และฟิลหน้าเหมือนพ่อด้วยเลยอยากจะคงหน้าตาแบบพ่อเอาไว้  แต่ก็ไม่เคยแอนตี้หรือปฏิเสธ คิดว่าเมื่อถึงเวลาก็ต้องทำ” และวันนี้ก็มาถึง คือ ตัดสินใจทำศัลยกรรม!!

“…ผู้หญิงเราก็อยากดูแลตัวเองให้ดูดี พออายุมากขึ้นก็เริ่มคิดละ หนังตาตก เริ่มรู้สึกถึงความหย่อนคล้อย ทำอย่างไงล่ะ พอดีคนรู้จักมาทำแล้วเราเห็นว่าผลลัพธ์ออกมาดี สวย ดูเป็นธรรมชาติ แผลเล็กมาก ที่สำคัญหน้าตาเรายังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง เลยตัดสินใจเข้ามาปรึกษาอาจารย์”  ซึ่งรุ้งมีโจทย์ว่า แค่อยากให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง และคงเอกลักษณ์หน้าตาแบบเดิมไว้

 “อาจารย์หมอแนะนำให้ดึงหน้าด้วยวิธี Face Lock เพื่อแก้ปัญหาตาตกและช่วยยกกระชับใบหน้าและหางตาดูเฉี่ยวขึ้น  และทำ Facial Contour  ปรับสภาพผิวบนใบหน้าให้ดูอิ่มฟู สดใส ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงเหมือนกับย้อนวัยผิวหน้าให้ดูเด็กลง  นอกจากนี้ก็ยังทำตาสองชั้น  ปรับชั้นตาให้เท่ากัน และเติมไขมันเพื่อให้ดวงตาดูสวยสดใสขึ้น

รุ้งคิดว่า อะไรที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นสดชื่นขึ้น ถ้าไม่อยากให้แก่ไปตามวัย  อะไรที่ช่วยหยุดเวลาไม่ให้หน้าเราเหี่ยวไปมากกว่านี้ควรต้องทำนะ  ก่อนทำแอบตื่นเต้นเบาๆ แต่เชื่อฝีมือของคุณหมอ…เพราะฟังจากหลายๆคนที่บอกเวลาทำแทบไม่รู้สึกอะไรเลย ช่วง 2 วันแรกจะรู้สึกตึงๆ กินยาแก้ปวดไป 1 เม็ดแค่นั้น ผลลัพธ์หลังผ่าตัด หน้าที่เคยมีริ้วรอยก็หายไป ดูเด็กลงจากอายุ 46 ปีตอนนี้เหลือสัก 30 ได้ ที่ชอบมากคือหางตาดูเฉี่ยวสวยขึ้น ตัดสินใจถูกมากค่ะที่มาทำกับธีรพร” แถมรุ้งยังเปรยๆอีกว่า  “อีกสัก 5-10 ปีรุ้งอาจจะคิดว่าต้องทำจมูกแล้วนะก็เป็นไปได้นะ” ใครจะไปรู้..เปลี่ยนดั้งให้สวยโด่งไปเลยจ้า

ใครที่สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ดูแลสุขภาพ ผิวพรรณความงามและปลูกผม ติดต่อธีรพรคลินิกได้ทุกวัน โทร 02-026-3265  LINE ID: TeerapornClinic หรือศึกษาข้อมูลได้ที่ Website: https://teerapornclinic.com

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this