ม.ทักษิณ เปิดคณะสหเวชศาสตร์ พร้อมรับนิสิตใหม่ ปีการศึกษา 2569

Published on

มหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดคณะสหเวชศาสตร์ รองรับการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการ หวังปั้นบุคลากรทางการแพทย์ตอบสนองความต้องการของประเทศ เปิดรับนิสิตในปีการศึกษา 2569 เป็นปีแรก

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์  จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า จากสถานการณ์การ
ขาดแคลนบุคลากรทางสาธารณสุขทำให้มีการเปลี่ยนแปลงความต้องการการศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในสาขาที่เป็นวิชาชีพมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสหเวชศาสตร์ จึงทำให้มีอัตราการแข่งขันในการสอบเข้าศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ สังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมมีอัตราที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่มหาวิทยาลัยทักษิณมีความพร้อมในการจัดการศึกษาทางด้านนี้จึงตระหนักในการมีส่วนร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนกำลังคนด้านสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

“จากสภาวะการณ์ดังกล่าวข้างต้น สภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 จึงอนุมัติให้มหาวิทยาลัยทักษิณจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ เพื่อรองรับงานด้านการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อเพิ่มกำลังคนในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ หลักสูตรกายภาพบำบัด หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ หลักสูตรจิตวิทยา และหลักสูตรรังสีเทคนิค เพื่อจะเพิ่มกำลังคนที่เป็นความต้องการของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

รวมถึงการสร้างความเสมอภาคการขยายโอกาสทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้กับประชาชน เป็นการสร้างโอกาสการแข่งขันเพิ่มขีดความสามารถของมหาวิทยาลัย ซึ่งคณะสหเวชศาสตร์ จะเริ่มดำเนินการเปิดรับนิสิตในปีการศึกษา 2569 เป็นปีแรก จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ 1) หลักสูตรกายภาพบำบัด จำนวน 40 คน  2) หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ จำนวน 40 คน 3) หลักสูตรจิตวิทยา จำนวน 40 คน  และในปีการศึกษา 2573 เปิดรับนิสิตหลักสูตรรังสีเทคนิค จำนวน 40 คน และมีอัตราค่าเล่าเรียนทุกหลักสูตรอยู่ระหว่าง 20,000-27,000 บาท ต่อภาคการศึกษา” รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์การรับนิสิตระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยทักษิณ พบว่าอัตราการแข่งขันการเข้าศึกษาในหลักสูตรทางวิชาชีพในสาขาวิทยาศาสตร์สุขของภาพมหาวิทยาลัยทักษิณมีค่อนข้างสูง  การเพิ่มจำนวนผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพนั้นจึงมีความสำคัญทั้งในแง่มุมของการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเพื่อการพัฒนากำลังด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างยั่งยืน  เพราะเป็นสาขาวิชา/ หลักสูตรที่นักเรียนให้ความสนใจและสมัครเข้าศึกษาต่อในด้านนี้กันมากขึ้น ดังรายงานการสำรวจของ Dek-D และ Megastudy (2024) ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มออนไลน์ให้ความรู้ แนะแนวการศึกษาต่อ การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ได้รับความนิยมมากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศไทย

รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์  จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ยังกล่าวอีกว่าปัจจุบันการเข้าศึกษาต่อในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพนอกจากกลุ่มแพทย์ศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาล แล้ว กลุ่มสาขาที่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ได้แก่ หลักสูตรกายภาพบำบัด หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ หลักสูตรจิตวิทยา และหลักสูตรรังสีเทคนิค ก็ต่างได้รับความนิยมในระดับสูงเช่นเดียวกัน

ดังนั้นมหาวิทยาลัยทักษิณจึงเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุข และการจัดบริการด้านสุขภาพ เพื่อสนองตอบความต้องการที่เพียงพอของภายในประเทศ  ประกอบกับ ปัจจุบันทั่วโลกมีความต้องการสูงขึ้นในบริการด้านสุขภาพทั้งการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการขับเคลื่อนประเทศเป็น “ศูนย์กลางบริการสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย”

Latest articles

อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงมาแรง ลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้าน หนุนซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่-พลังงานสะอาด

บีโอไอเผยอุตสาหกรรม “วัสดุขั้นสูง (Advanced Material)” กำลังสร้างฐานในประเทศไทย หนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไฮเทค ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 – ครึ่งปี 2569) มีผู้ลงทุน 35 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 23,500 ล้านบาท

THE PRINTMAKING ARCHIVE: Plates / Tools / Process นิทรรศการโดย เมธาสิทธิ์ บุญเอกบุศย์ 

THE PRINTMAKING ARCHIVE: Plates / Tools / Process นิทรรศการโดย เมธาสิทธิ์ บุญเอกบุศย์ นิทรรศการที่ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับโลกของภาพพิมพ์ผ่านสิ่งที่อยู่เบื้องหลังผลงาน ไม่ว่าจะเป็นแม่พิมพ์จากวัสดุที่หลากหลาย ทั้งไม้ ยาง โลหะ และทองแดง

เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว City of Music เชื่อมโยงเที่ยวครบรส เติมสุพรรณฯ ให้ใจได้ฮีล

ความโดดเด่นของสุพรรณบุรีมาจากรากฐานทางวัฒนธรรมดนตรีที่เข้มแข็งและผูกพันกับวิถีชีวิตผู้คนมายาวนาน โดยมีจุดเด่นสำคัญที่เรียกว่า “เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ” ครอบคลุมดนตรี 5 ประเภท

Gartner Identifies 4 Shifts Shaping the Future of Work

As AI continues to accelerate the pace and scope of work, CIOs must prepare for four shifts that will influence the future of work, said Gartner, Inc., a business and technology insights company.

More like this