เชลล์ สร้างชุมชนเข้มแข็ง วางระบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

Published on

“ระบบการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชุมชน” คือแนวคิดที่เชลล์ นำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปัญหาเรื่องการจัดการน้ำเป็นต้นกำเนิดของความท้าทายทางเศรษฐกิจของชุมชน พลังงานสะอาดที่กำลังเป็นที่นิยมในทุกภาคส่วน ถูกนำมาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน

เชลล์ บริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก ผสานความร่วมมือพันธมิตรหลัก สำนักงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมันประจำประเทศไทย (GIZ) เทศบาลตำบลทุ่งหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด และวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น ริเริ่มโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการน้ำและการเกษตรแบบยั่งยืนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Shell Water Resource Management) เพื่อแก้ปัญหาการจัดการน้ำที่เป็นรากฐานความท้าทายทางเศรษฐกิจของชุมชน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นกลไกขับเคลื่อนสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นางสาวอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ถือเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์กรในปัจจุบัน ขณะเดียวกันเชลล์ก็ได้ปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว ภายใต้การดำเนินงานที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน (Powering Lives) โดยใช้การลงทุนทางสังคม (Social Investment) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน มุ่งสร้างผลตอบแทนเชิงสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้สังคม เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกระยะยาว

โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการน้ำและการเกษตรแบบยั่งยืนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นโครงการ
ที่เชลล์ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาระบบจัดการน้ำอย่างครบวงจร และยกระดับการทำการเกษตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ในชุมชน มุ่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยการพัฒนาการชลประทานผ่านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ สู่ระบบผลิตน้ำดื่มสะอาด ช่วยให้ชุมชนสามารถจัดสรรน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการดูแลระบบน้ำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่ออบรมด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และการบำรุงรักษา ตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดด้วยการส่งเสริมการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับศักยภาพและพัฒนาทักษะของเกษตรกร เยาวชน และชุมชนในพื้นที่

โครงการดังกล่าวส่งผลให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการมีน้ำใช้อย่างเพียงพอทั้งในครัวเรือนและการเกษตร ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำดื่มของครัวเรือน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรจากการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งเหล่านี้ส่งเสริมความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว นอกจากนี้ โครงการยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนให้กับเยาวชนและเกษตรกร ช่วยให้ชุมชนสามารถดูแลระบบได้ด้วยตนเองในอนาคต จากการนำทรัพยากรที่ได้รับมาต่อยอดเพื่อรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในชุมชน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในด้านการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

เชลล์นำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานมาช่วยในการส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการน้ำและการเกษตรแบบยั่งยืน พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนที่ร่วมโครงการนี้กว่า 3,390 คน ผ่านการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 พื้นที่สำคัญได้แก่ โรงเรียนบ้านตาหยวก ระบบชลประทานด้วยระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับการพัฒนา มีน้ำที่เหมาะสมไว้ใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน สร้างประโยชน์ให้กับทั้งเกษตรกร นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่กว่า 1,300 ราย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในท้องถิ่นจากการปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทน และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของชุมชนและภาคีเครือข่ายเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยพลังงานสะอาดเพื่อการเกษตรยั่งยืน

ขณะที่บ้านโพนเดื่อ ระบบสูบน้ำบาดาลและตู้จ่ายน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตน้ำดื่มคุณภาพได้วันละ 1,200 ลิตร ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายชุมชนได้ 155,596 บาทในเวลาเพียง 4 เดือน และยังขยายการผลิตจัดตั้งเป็นวิสาหกิจน้ำดื่มชุมชน สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรมจากการจำหน่ายไปยังชุมชนใกล้เคียง

“ส่วนที่บ้านโนนสวรรค์ นอกจากโรงสีข้าวชุมชนจะสามารถลดต้นทุนด้านพลังงานและการบริโภคของครอบครัวชาวนาแล้ว วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สถานที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาการผลิต และกระจายข้าวพันธุ์ดี ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรักษาระบบนิเวศน์ในนาข้าวของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และความเข้มแข็งของชุมชน ในการนำพลังงานสะอาดมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะความรู้และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน” นางสาวอรอุทัย กล่าว

ดร. นานา คึนเคล ผู้ประสานงานกลุ่มโครงการเกษตรและความปลอดภัยทางอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการพัฒนาระบบชลประทานและการจัดการพื้นที่เกษตรแบบยั่งยืน และส่งเสริมให้ชุมชนเข้าถึงน้ำสะอาดและมีคุณภาพสูงเพื่อการอุปโภคบริโภคมากขึ้น การอบรมการเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ชุมชน จากนี้เราจะมองหาโอกาสเพื่อสนับสนุนการตลาด เพื่อส่งเสริมศักยภาพของชุมชนและวิสาหกิจชุมชนเรื่องน้ำต่อไป

POCK

โครงการนี้ไม่เพียงเข้ามายกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีขึ้น แต่ยังพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับชุมชนอีกด้วย โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนและสมาชิกในชุมชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรยั่งยืนและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด นักเรียนยังได้รับประโยชน์จากการปลูกผักในโรงเรียน ทำให้มีผักสดบริโภคตลอดปี ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน พร้อมทั้งส่งเสริมโภชนาการที่ดี”

นายวิลักษณ์ พูลเทกอง ผู้ประสานงานโครงการฯ กล่าวเสริมว่า “การจัดการระบบชลประทานและการสูบน้ำจากแหล่งบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ยังทำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี โดยไม่ต้องพึ่งพาฤดูกาล ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ลดต้นทุนในการสีข้าว และเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้ชุมชนสามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น โครงการนี้จึงเป็นทั้งแหล่งความรู้และทรัพยากรที่ยั่งยืน สร้างคุณค่าให้กับชุมชนและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าเดิม”

เชลล์ดำเนินธุรกิจเคียงคู่กับการเติบโตของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมเพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตของชุมชน โครงการบริหารจัดการน้ำจากโซลาร์เซลล์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มผลผลิตข้าว และจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคและการเกษตร พื้นที่นี้ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน แม้จะพบกับอุปสรรคในระหว่างการดำเนินโครงการ แต่ด้วยความร่วมมือจากเกษตรกรที่อยู่ในชุมชน โครงการจึงดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่เติบโต เคียงข้างสังคมไทย เรามุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนให้กับประเทศไทยต่อไป

Latest articles

“พาณิชย์” เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” คาดการณ์ล่วงหน้าสินค้าเกษตร ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่าน GDCC

กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์และเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ผนึก NFI  ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

PSP จับมือ Orthene ตั้งฐานการผลิต Brake Fluids รองรับดีมานด์ทั่วภูมิภาคอาเซียน

PSP เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษครบวงจร ด้วยการจับมือกับ ออร์ทีน เคมีคอล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์น้ำมันเบรกระดับโลก เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานการผลิต Brake Fluids สำหรับภูมิภาคอาเซียนในประเทศไทย

น้ำลดต้องเช็ก 7 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำลด คือ การรีบเปิดระบบไฟฟ้า การรีบทาสี หรือ ปิดผิวผนังที่ยังมีความชื้น และการซ่อมแซมโครงสร้างโดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะอาจทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ถูกปิดทับและกลับมาเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง

More like this