“กัลเดอร์มา” จับมือหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรคลินิก ต่อต้านสินค้าหัตถการปลอม

Published on

‘กัลเดอร์มา’ (Galderma) ร่วมงาน Authentication of Counterfeit Products Training 2024 เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจเช็กผลิตภัณฑ์ของแท้ให้กับเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อเสริมศักยภาพในการปราบปรามสินค้าปลอม พร้อมลุยสร้างการรับรู้ภายใต้กิจกรรม #เช็กก่อนฉีด รณรงค์ให้พันธมิตรคลินิกและผู้บริโภครู้เท่าทัน ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามปลอม

ภก. พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงามประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันตลาดเวชศาสตร์ความงามเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้ฉวยโอกาสผลิตและลักลอบนำเข้าสินค้าเสริมความงามละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือสินค้าปลอมเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) และสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (PLLA) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในไทย ซึ่งกัลเดอร์มาเล็งเห็นถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงความเสียหายต่อแบรนด์และความสูญเสียทางเศรษฐกิจ บริษัทฯ จึงเดินหน้าสนับสนุนและจัดกิจกรรมเพื่อรับมือสินค้าปลอมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เช่น จัดสัมมนาวิชาการทางการแพทย์แนะแนวทางการรักษาคนไข้ที่ประสบปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ปลอม, ยกระดับความปลอดภัยให้ผู้บริโภคด้วยการนำแบรนด์เข้าร่วมแอปตรวจสอบผลิตภัณฑ์แท้ eZTracker และจัดกิจกรรม #เช็กก่อนฉีด รณรงค์ให้คลินิกและผู้บริโภคเช็กผลิตภัณฑ์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง”

ล่าสุด ร่วมแชร์ความรู้ในงานอบรมวิธีการตรวจสอบและแยกแยะสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า Authentication of Counterfeit Products Training 2024 ที่จัดโดยสำนักงานกฎหมายและทนายความ RWT International Law Office ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Integrated Dermatology Strategy (IDS) ที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพความงามที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภค ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้รอบด้านให้กับพันธมิตรคลินิกและหน่วยงานต่างๆ ในอุตสาหกรรมความงาม

ภาพบรรยากาศเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และคณะผู้บริหาร กัลเดอร์มาประเทศไทย ร่วมงานสัมมนา Authentication of Counterfeit Products Training 2024

ข้อมูลจากงาน Authentication of Counterfeit Products Training 2024 ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เรื่องสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เร่งดำเนินการปราบปรามผลิตภัณฑ์ปลอมอย่างจริงจัง พร้อมผนึกความร่วมมือกับภาคเอกชน สร้างการตระหนักรู้และป้องกันผู้บริโภคไม่ให้ตกเป็นเหยื่อสินค้าปลอม ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมความงามเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีสินค้าปลอมและไม่ได้มาตรฐานวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ทั้งยังหาซื้อได้ง่ายตามช่องทางอี-คอมเมิร์ซต่างๆ

ภก. พิรพัฒน์ กล่าวถึงเคสปัญหาที่พบว่า “ในปีที่ผ่านมาและปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคให้เข้าไปตรวจสอบผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม แบรนด์ Restylane และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหนังที่เสื่อมสภาพตามวัย
แบรนด์ Sculptra ของคลินิกเสริมความงามบางแห่ง เนื่องจากมีผู้บริโภคเข้ารับบริการแล้วเกิดความเสียหายกับใบหน้า โดยจากการตรวจสอบพบว่า คลินิกบางแห่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศแต่เป็นประเทศที่กัลเดอร์มาไม่มีฐานการผลิต คลินิกบางแห่งนำสินค้าปลอมมาให้บริการปะปนกับสินค้าแท้ เป็นต้น ซึ่งผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ทั้งยังลดทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ บริษัทฯ จึงขอเป็นอีกหนึ่งพลังที่ออกมาปกป้องและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค”

ภก. พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์

นอกจากนี้ กัลเดอร์มา ยังแนะนำวิธีการตรวจสอบและแยกแยะผลิตภัณฑ์เสริมความงามแบรนด์ Restylane และ Sculptra โดยผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและผู้บริโภคสามารถสังเกตได้ ดังนี้

บรรจุภัณฑ์ภายนอก (กล่อง): มีเลขทะเบียนและ อย. จดแจ้งชัดเจน, มี QR Code สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์แท้โดยใช้แอปพลิเคชัน eZTracker, มีฉลากภาษาไทยกำกับ, ต้องระบุรายละเอียดเลขล็อตสินค้า, วันผลิตและวันหมดอายุสินค้า, ข้อมูลเกี่ยวกับสารหัตถการ ที่สำคัญต้องระบุว่านำเข้าโดย บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

ภายในบรรจุภัณฑ์: ต้องมีเอกสารกำกับภาษาไทย
– สำหรับผลิตภัณฑ์ Restylane จะต้องมาในรูปแบบไซริงค์พร้อมฉีดอยู่ในแพ็กเกจแบบ Sterile ไม่มีร่องรอยการเปิดใช้งานมาก่อน และจะต้องมีเลขล็อตระบุ
– สำหรับผลิตภัณฑ์ Sculptra ผลิตภัณฑ์ต้องเป็นขวดแก้วสุญญากาศและภายในกล่องจะมี 1 ขวดต่อกล่อง และจะต้องมีเลขล็อตระบุ

“ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามปลอมหาซื้อได้ง่ายและมีราคาต่ำ อีกทั้งยังมีการลอกเลียนแบบทุกรายละเอียดทำให้ตรวจสอบได้ยาก บริษัทฯ จึงขอรณรงค์ให้ผู้บริโภคและคลินิกเสริมความงาม #เช็กก่อนฉีด และสแกน QR Code ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน eZTracker เพราะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่มีระบบการบันทึกข้อมูลที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง ซึ่งกัลเดอร์มาเป็นแบรนด์เสริมความงามรายเดียวในประเทศไทยที่เข้าร่วมแอปนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเดินหน้าสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรคลินิกในการปราบปรามหัตถการปลอมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นให้กับคลินิกและอุตสาหกรรมเสริมความงามของไทยให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ภก. พิรพัฒน์ กล่าวปิดท้าย

Latest articles

50 ปี รพ. วิรัชศิลป์ ชุมพร รีแบรนด์สู่ “พริ้นซ์วิรัชศิลป์” ยกระดับศูนย์การแพทย์ทุติยภูมิขั้นสูง

โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกและคู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดชุมพรมายาวนานกว่า 50 ปี ประกาศเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการสู่ “โรงพยาบาลพริ้นซ์ วิรัชศิลป์” (PRINC Virajsilp Hospital) ภายใต้เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ (PRINC Group)

COVERMARK มอบของขวัญสุดพิเศษตลอดเดือนตุลาคม

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น มอบ “PRIVILEGE GIFT SELECTION” ของขวัญสุดพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อคุณตลอดเดือนตุลาคม เมื่อช้อปรองพื้นคู่เบสเมคอัพ รับ Mineral Wash มูลค่า 300 บาท

MJets ส่งแคมเปญ People of Mjets รับตลาด Private Aviation โตต่อเนื่อง  

Mjets ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคลชั้นนำของเอเชียและรายแรกในประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “People of MJets” ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมผู้เชี่ยวชาญเบื้องหลังการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนบุคคล ตั้งแต่การวางแผนและให้บริการเที่ยวบิน การดูแลความพร้อมของอากาศยาน

ททท.จัดกิจกรรม LUCK แลก ลุ้น เชิญชวนคนไทยสมัครสมาชิก Amazing Friend

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” เชิญชวนคนไทยสมัครสมาชิก Amazing Friend เพื่อ รับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรับรางวัลรวม 252 รางวัล มูลค่ากว่า ล้านบาท อาทิ รถยนต์ ไฟฟ้า BYD ATTO และ Voucher

More like this