สธ. นำร่องศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน 16 แห่งทั่วประเทศ

Published on

กรมควบคุมโรค ร่วมกับกรมอนามัย และสำนักบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย กระทรวงสาธารณสุข นำร่องศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน 16 แห่งทั่วประเทศ หลังกลุ่มวัยทำงานมีความเสี่ยงมากขึ้น พร้อมจัด 5 บริการที่เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคสำหรับวัยทำงานโดยเฉพาะ แบบเบ็ดเสร็จและผสมผสาน หวังให้มีสุขภาพดี เริ่มต้นในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. 61 นี้เป็นต้นไป

นายแพทย์อัษฏางค์  รวยอาจิณ  รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มวัยทำงานดูแลสุขภาพของตนเองลดลง อาจเนื่องจากภาระงานมากและคิดว่าตนเองแข็งแรงดี ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น  กรมควบคุมโรค กรมอนามัย และสำนักบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน จึงได้ร่วมดำเนินการจัดตั้ง”ศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน” (Wellness Center) ที่มีคุณภาพและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในการสร้างเสริมสุขภาพ

ศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน เป็นการจัดคลินิก/พื้นที่บริการทางด้านส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ที่เน้นประชากรวัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) เข้ามาใช้บริการได้สะดวก ผู้มาใช้บริการไม่ต้องเป็นคนป่วย แต่เป็นคนที่มีสุขภาพดีหรือ     มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มาขอประเมินสุขภาพ และรับคำปรึกษาการดูแลได้  ซึ่งภายในศูนย์บริการมีบริการที่จัดให้แก่วัยทำงานทั้งหมด 5 บริการ ดังนี้ 1.การประเมินสถานะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม  2.การคัดกรองความเสี่ยงด้านต่างๆ เช่น คัดกรองโรคและความเสี่ยงสุขภาพต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อ ความเสี่ยงต่อการติดยาเสพติด และคัดกรองปัญหาสุขภาพจากการประกอบอาชีพ  3.การส่งเสริมสุขภาพผ่านการให้คำปรึกษา และการฝึกด้านต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย การกินอาหารที่พอดีเพื่อสุขภาพ ให้บริการวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น  4.การติดตามผลของการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อวางแผน ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเเต่ละบุคคล และ 5.การบันทึกข้อมูลภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามต่อเนื่อง

นายแพทย์อัษฎางค์  กล่าวต่อไปว่า “ศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน” จะเริ่มดำเนินการและให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป โดยจะเน้นการเข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุม โดยเริ่มนำร่องจัดบริการในสถานพยาบาลทั้งสิ้น 16 แห่ง ใน 3 ระดับทั่วประเทศ ได้แก่ โรงพยาบาลในสังกัดกรมควบคุมโรค 2 แห่ง ได้แก่ 1.สถาบันบำราศนราดูร และ 2.สถาบันราชประชาสมาสัย  โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 6 แห่ง ได้แก่ 1.โรงพยาบาลสมุทรสาคร 2.โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ 3.โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก 4.โรงพยาบาลหนองคาย  5.โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า  จ.นนทุบรี และ 6.โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา   โรงพยาบาลชุมชน 8 แห่ง ได้แก่ 1.โรงพยาบาลทัพทัน จ.อุทัยธานี  2.โรงพยาบาลนภาลัย จ.สมุทรสงคราม  3.โรงพยาบาลบางเลน  จ.นครปฐม 4.โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์   จ.สุราษฎร์ธานี 5.โรงพยาบาลชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี  6.โรงพยาบาลบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 7.โรงพยาบาลพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และ 8.โรงพยาบาลแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา  สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

Latest articles

“พาณิชย์” เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” คาดการณ์ล่วงหน้าสินค้าเกษตร ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่าน GDCC

กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์และเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ผนึก NFI  ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

PSP จับมือ Orthene ตั้งฐานการผลิต Brake Fluids รองรับดีมานด์ทั่วภูมิภาคอาเซียน

PSP เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษครบวงจร ด้วยการจับมือกับ ออร์ทีน เคมีคอล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์น้ำมันเบรกระดับโลก เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานการผลิต Brake Fluids สำหรับภูมิภาคอาเซียนในประเทศไทย

น้ำลดต้องเช็ก 7 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำลด คือ การรีบเปิดระบบไฟฟ้า การรีบทาสี หรือ ปิดผิวผนังที่ยังมีความชื้น และการซ่อมแซมโครงสร้างโดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะอาจทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ถูกปิดทับและกลับมาเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง

More like this