Friends of Silk Road Club in Thailand ระดมสมองนักวิชาการ จัดเสวนาบรรยายประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20

Published on

Friends of Silk Road Club in Thailand ร่วมกับ Siam Think Tank และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดเสวนาวิชาการบรรยายประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ภายใต้หัวข้อ “จีนยุคใหม่กับการผลักดันประเทศกำลังพัฒนาให้เติบโตอย่างทัดเทียม” เผยจีนจะส่งเสริมการเปิดกว้างและการปฏิรูปของจีนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อก่อให้เกิดความทันสมัยแบบจีนพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของไทย เดินหน้าสานความสัมพันธ์ไทย-จีนสู่ปีที่ 50

โดย การสัมมนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 10 ท่าน ทั้งจากประเทศไทย และจีน เข้าร่วมการสัมมนา ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567

นางเผิง เฟย ที่ปรึกษาสถานทูตจีนในประเทศไทย กล่าวว่า การเสวนาในครั้งนี้ ได้แสดงบทสรุปจากการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 (Communique of the Third Plenary Session of the 20th Central Committee of the Communist Party of China) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15-18 กรกฎาคม 2567 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

นางเผิง เฟย

โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เนื่องมาจากแนวทางการที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวจีนให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน  ทั้งด้านรายได้ของประชากร การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการ ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ประเทศจีนได้เปลี่ยนผ่านจากระดับของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มาเป็นการพัฒนาในระดับสูง ก้าวทันความเปลี่ยนของสถานการณ์โลก

นอกจากการพัฒนาภายในประเทศแล้ว จีนยังมุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนรวมทั้งประเทศไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างทัดเทียมกัน จึงมีแนวคิดที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมรวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น

“ และในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน ในปี 2568 นี้ จึงหวังว่าจะสามารถรักษาความร่วมมือและความสัมพันธ์ รวมทั้งการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างกันให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป” นางเผิง เฟย กล่าว

ดร.หลี่ หมินซิน (Dr. Li Minxin)

ด้าน ดร.หลี่ หมินซิน (Dr. Li Minxin) กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ Siam Think Tank กล่าวสรุปในงานสัมมนาครั้งนี้ว่า Siam Think Tank และ Friends of Silk Road Club in Thailand ได้ดำเนินการจัดเสวนาในครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างไทย-จีน มาเป็นปีที่ 8 โดยล่าสุด จากการประชุม Central Committee of the Communist Party of China ครั้งที่ 3  ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของจีน อันเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเป็นมิตรประเทศกันมาอย่างยาวนาน จึงได้จัดงานสัมมนาครั้งนี้ขึ้นเพื่อกระชับความร่วมมือในการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน สังคม และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ  และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งในเชิงวิชาการ การศึกษา วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี

“การพัฒนาแบบจีน สามารถเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทย โดยเป้าหมายผนึกความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อให้คนจีนและคนไทย ได้เรียนรู้และเข้าใจกัน สืบสานความสัมพันธ์อันดีงามได้อย่างราบรื่น อันจะนำไปสู่การขยายผลด้านการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ” ดร.หลี่ หมินซิน กล่าว

 

Latest articles

วิริยะประกันภัย ร่วมค่ายอาสา “แบกโดนัทขึ้นดอย” สานฝันน้องห้องเรียนเคลื่อนที่บ้านดอยแยก จ.เชียงใหม่

“โครงการแบกโดนัทขึ้นดอย GEN9 ตอน อาสาพา “กลม” ไปห่มดอย” เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล สร้างทักษะการเรียนรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองและชุมชนให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่

PTG – ศิริราช สานต่อ “Social Innovation” ปี 2 ปักหมุดพื้นที่ NIA จัดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่

PTG ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อโครงการ “Social Innovation” ปีที่ 2 ภายใต้วิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม ผ่านกิจกรรมรับบริจาคโลหิตประจำปี 2569

เปิดแล็บนักวิจัย “พริกอินทรีย์” ปลุกเทรนด์อาชีพคนรุ่นใหม่ Young Smart Farmer – นวัตกรการเกษตร

‘การวิจัยพันธุ์พริกที่มีความต้านทานต่อโรคแอนแทร๊กซ์’ ผลก็คือพริกพันธุ์ที่เราปรับปรุงแล้วอยู่ในรุ่น F One ก็คือมีความต้านทานต่อโรคแอนแทร็กซ์สูงและสามารถปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ได้ ให้ผลผลิตสูงและเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยได้

 วว. หนุนตรวจเข้มสารปนเปื้อนในทุเรียน “Basic Yellow 2” ยกระดับการแข่งขันส่งออกผลไม้ไทย

ความร่วมมือของ วว. และพันธมิตร ภายใต้การสนับสนุนทุนโดย สวก. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการตรวจสอบที่แข็งแกร่ง โดยไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกทุเรียนได้อย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วยมาตรฐานสากล

More like this