เปิดตัว แบรนด์ ไนซ ซีซันนิ่ง ผงปรุงรสคลีน สำเร็จรูป 100%  เจาะตลาดคนรักสุขภาพ

Published on

ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและผลผลิต รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการใช้ชีวิตของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มตระหนักถึงอันตรายของโรคภัย และหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง

นายชัชศรัณย์ เตชะเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนซ์เบทเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงปรุงรสคลีนสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ แบรนด์ ไนซ ซีซันนิ่ง เปิดเผยว่า เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพยังคงมาแรงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และได้ส่งผลให้พฤติกรรม ทัศนคติ เรื่องการดูแลสุขภาพของคนทั่วโลกและคนไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคคนไทยปัจจุบันนี้ให้ความใส่ใจเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กับการตระหนักถึงในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทเราจึงมีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งที่อยากสนับสนุนให้คนไทยหันมาบริโภคอาหารให้ครบมื้อและครบคุณค่าทางสารอาหาร รวมทั้งได้รับโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงไว้ด้วยรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม

ล่าสุด บริษัทจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสสายคลีน ภายใต้แบรนด์ “ไนซ ซีซันนิ่ง (Nize Seasonings )” ผงปรุงรสคลีนสำเร็จรูป 100% ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ตรงที่ ไนซ ซีซันนิ่งเราไม่ใส่ผงชูรส ทั้งยังลดปริมาณโซเดียมและน้ำตาล รวมทั้งเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ไร้สารปรุงแต่งอันตรายจากสารเคมี แต่ยังสามารถทำให้รสชาติอาหารอร่อยกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ จัดจ้านถึงเครื่องตามฉบับของอาหารไทย สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูทั้ง หมัก ผัด โรย ปรุงน้ำซุป

ได้แก่ ผงปรุงรสสูตรต้มยำน้ำข้น, ผงปรุงรสสูตรต้มยำน้ำใส, ผงปรุงรสสูตรพะโล้, ผงปรุงรสสูตรข้าวผัด, ผงปรุงรสสูตรต้มข่า, ผงปรุงรสสูตรแกงเขียวหวาน, ผงปรุงรสสูตรผัดกะเพรา, ผงปรุงรสสูตรลาบ, ผงปรุงรสสูตรยำ เป็นต้น เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้ที่ต้องการลดโซเดียมและลดน้ำตาล ผู้ที่ไม่ทานผงชูรส รวมทั้งสายสุขภาพที่ชื่นชอบอาหารไทย หอมเครื่องเทศ ที่ต้องการลดปริมาณโซเดียมและลดน้ำตาล แต่ยังคงอยากให้เมนูอาหารที่ตนเองชื่นชอบไม่จืดชืด อร่อยกลมกล่อม ปรุงง่าย สะดวก ประหยัดเวลา และไม่ทำร้ายสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบมากขึ้น

(จากซ้าย) รวิยุพาภัทร อนันตศานต์ และ ชัชศรัณย์ เตชะเรืองจิต

ด้านนางสาวรวิยุพาภัทร อนันตศานต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนซ์เบทเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงปรุงรสคลีนสำเร็จรูปเพื่อสุขภาพ แบรนด์ ไนซ ซีซันนิ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพในปี 2024 ยังขยายตัวได้ 6% หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 34,000 ล้านบาท จึงถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการและแบรนด์ต้องจับตามอง เพื่อสร้างโอกาสเติบโต โดยถ้าพูดถึงตลาดเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพในไทย เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท จากเทรนด์รักสุขภาพที่ส่งผลให้คนหันมาออกกำลังกาย รวมถึงเลือกดื่มเครื่องดื่มและทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพกันมากขึ้น

“ดังนั้น ทางบริษัทจึงมีความใส่ใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมาโดยตลอด คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ลดปริมาณน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัวลง เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดี รวมทั้งสามารถเข้าถึงอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ สำหรับคนรักสุขภาพ และผู้ป่วยที่ต้องการรับประทานอาหาร ลดเค็ม ลดหวาน ไม่ใส่ผงชูรส แต่รสชาติอาหารยังคงความอร่อย ตามแบบฉบับของอาหารไทย” นางสาวรวิยุพาภัทร กล่าว

Latest articles

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ร่วมกับ BCD เดินหน้า “โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากพระภิกษุสงฆ์”

โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากพระภิกษุสงฆ์ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากและยกระดับคุณภาพชีวิตของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร โดยมีการให้บริการทางทันตกรรมผ่านรถทันตกรรมเคลื่อนที่ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี

เที่ยวชะอำปี 2569 ชายหาดที่ทุกคนยังจับต้องได้ กับมุมลับที่คุณอาจจะยังไปไม่ถึง

ชะอำยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ด้วยมิตรภาพที่ยังไม่มีอะไรกั้นกว้าง ต่างกับทะเลบางแห่งที่วันนี้คนไทยโดยทั่วไปอาจจะเข้าถึงมันได้ยาก 

USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์ Kingston IronKey Keypad 200 Series

Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลกประกาศว่า Kingston IronKey Keypad 200 Series (รุ่น KP200 และ KP200C) แฟลชไดร์ฟ USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์ที่ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมความปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน NIST FIPS 140-3 Level 3

วว. /วช. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับ

วว. จัดงาน “แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากไม้ดอกไม้ประดับ” ภายใต้โครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ (Hub of Flowers) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

More like this