finbiz by ttb ไขข้อข้องใจการจดทะเบียนบริษัทของ SME

Published on

ในการดำเนินธุรกิจเมื่อผู้ประกอบการได้ดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว เริ่มมองถึงการเติบโตในอนาคตก็คงจะต้องเริ่มพิจารณาว่าควรจะจดทะเบียนบริษัทหรือยัง ซึ่งการจดทะเบียนบริษัทมีประโยชน์อย่างไร และจะเหมาะสมกับธุรกิจที่มีลักษณะแบบไหน ยุ่งยากหรือไม่ finbiz by ttb จึงได้รวบรวมข้อมูลมานำเสนอเพื่อให้ผู้ประกอบการ SME มีความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง

จดทะเบียนบริษัทดีอย่างไร? การจดทะเบียนเป็นบริษัทจะสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กรในมิติต่าง ๆ ดังนี้

  1. ความน่าเชื่อถือ การจดทะเบียนบริษัทจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรได้ โดยมีสถานะเป็น “นิติบุคคล”
  2. คุ้มครองความรับผิดชอบของเจ้าของธุรกิจ เพราะความรับผิดชอบจะเป็นของบริษัท เช่น ในกรณีที่เป็นหนี้สินของกิจการ เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของกิจการ หรือผู้ถือหุ้นได้
  3. ความได้เปรียบด้านภาษี

3.1   มีโอกาสเสียภาษีต่ำกว่า เพราะสามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง

3.2   ไม่ต้องเสียภาษีในกรณีที่ขาดทุน

3.3   ได้รับการยกเว้นภาษีในกำไร 3 แสนบาทแรก

3.4   อัตราภาษี 15% ในกรณีที่กำไรไม่เกิน 3 ล้านบาท

  1. ความได้เปรียบด้านการสนับสนุน

มีโอกาสที่ในการพิจารณาสินเชื่อได้ดีกว่า เพราะในภาพรวมนิติบุคคลจะได้เปรียบกว่าบุคคลธรรมดา

และได้รับการสนับสนุนจากมาตรการต่าง ๆ จากภาครัฐฯ

ธุรกิจควรเป็นบริษัทเมื่อไหร่?

แม้ว่าการจดทะเบียนบริษัทจะได้เปรียบในมิติต่าง ๆ ก็ตาม แต่ก็ควรจะจดทะเบียนบริษัทเมื่อมีคุณสมบัติที่เหมาะสม หรือมีวัตถุประสงค์ที่แน่นอนในการก่อตั้งบริษัท ดังต่อไปนี้

  1. มีรายได้มากกว่า 750,000 บาทต่อปี
  2. เริ่มมีผู้ร่วมลงทุนหลายคน
  3. ต้องการสร้างเครดิตทางบัญชี สร้างความน่าเชื่อถือ
  4. คาดการณ์แล้วว่าอนาคตจะเติบโตอย่างแน่นอน
  5. พร้อมในการจัดทำเอกสาร หรือ มีตัวช่วยในการทำเอกสารที่เชื่อถือได้
  6. พร้อมสำหรับภาระภาษีที่ต้องนำส่งหน่วยงานรัฐทุกเดือน หรือมีตัวช่วยที่เชี่ยวชาญ

หากพิจารณาแล้วว่า องค์กรมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทได้ ในปัจจุบันยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า การจดทะเบียนบริษัทเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งความจริงก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

จดทะเบียนบริษัทยุ่งยากจริงหรือไม่?

ประเด็นที่มักถูกเข้าใจผิด เกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น ได้แก่

1 ) จดบริษัทแล้วมีโอกาสหลบภาษียากขึ้น

เริ่มต้นจากแนวคิดว่า ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาจะมีโอกาสถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรน้อยกว่า และสามารถใช้สิทธิ์หักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเหมาได้ด้วย ข้อเท็จจริงคือ การตรวจสอบของกรมสรรพากรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่รูปแบบของธุรกิจว่าเป็นบุคคลธรรมดา หรือบริษัท (นิติบุคคล) แต่ขึ้นอยู่กับประเด็นความผิดหรือความสงสัยที่ถูกตรวจพบมากกว่า และหากพิจารณาในรายละเอียดของข้อกฎหมายต่างๆ และแนวทางการตรวจสอบของกรมสรรพากรแล้ว พอสังเกตได้ว่า การทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดานั้นอาจมีโอกาสถูกตรวจสอบมากกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากกรมสรรพากรเองก็ทราบดีว่าบุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจนั้น มีโอกาสหลบเลี่ยงและหนีภาษีได้ง่ายกว่า ประกอบกับเงื่อนไขและความซับซ้อนของการทำบัญชีที่บริษัท (นิติบุคคล) นั้นต้องมีการทำบัญชีและนำส่งงบการเงินรวมถึงส่งข้อมูลต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่บุคคลธรรมดานั้นถูกกำหนดให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายตามแนวทางของกรมสรรพากรเท่านั้น

2 ) จดบริษัทแล้วต้องจัดการเอกสารต่างๆ วุ่นวายมากมาย

ข้อเท็จจริง คือ เอกสารต่าง ๆ จะมากกว่าเป็นบุคคลธรรมดาจริง แต่เอกสารเหล่านั้นนำประโยชน์ด้านอื่น ๆ มาให้ การเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ต้องมีเอกสารมากมาย การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบเหมา ถ้าจดบริษัทแล้วเอกสารต่าง ๆ ก็จะย่อมจะมากขึ้น แต่ในมุมของ “สินเชื่อ” และ “การเงิน” เนื่องจากความยุ่งยากวุ่นวายของการเตรียมเอกสารที่ว่านั้นทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ง่ายกว่า และมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา

นอกจากโอกาสทางด้านสินเชื่อแล้ว ถ้าหากมองไปถึงโอกาส “การเงิน” ในการลงทุนต่อยอด เช่น การขยายธุรกิจ การเติบโต ความโปร่งใสต่างๆ รวมถึงความสนใจของนักลงทุน เมื่อธุรกิจมีข้อมูลที่ละเอียดและตรวจสอบได้ ก็เป็นการสร้างโอกาสเติบโตได้อีกช่องทางหนึ่ง และการจดทะเบียนบริษัทยังทำให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลทางการเงินต่าง ๆ ที่มี มาช่วยวางแผนในการตัดสินใจทางด้านการเงินต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน และถ้าหากมองไปยังประเด็นทางด้าน “ภาษีเงินได้“ การเป็นนิติบุคคลจะเสียภาษีน้อยกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา เพราะอัตราภาษีเงินได้ของนิติบุคคลนั้นมีอัตราที่ต่ำกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ก็ต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นด้วยอีกทางหนึ่ง ดังนั้น หากธุรกิจมีข้อมูลที่ถูกต้อง ย่อมจะส่งผลดีต่อการเงินและการวางแผนภาษีของธุรกิจอีกต่อหนึ่ง

3 )  จดทะเบียนบริษัทแล้วต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อเท็จจริง คือ ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือว่าบริษัท (นิติบุคคล) ก็ตาม ธุรกิจดังกล่าวจำเป็นต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน เมื่อมีรายได้ที่กฎหมายกำหนด คือ เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องของการตั้งราคาขายที่รวม หรือไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ให้ถูกต้องด้วย มิฉะนั้นอาจถูกกรมสรรพากรเรียกทั้งเบี้ยปรับ ค่าปรับ เงินเพิ่มต่าง ๆ ที่ธุรกิจต้องจ่ายย้อนหลัง

ดังนั้น หาก SME อยากเติบโตได้อย่างมั่นใจ มีโอกาสทางด้านสินเชื่อ เงินลงทุน ประหยัดภาษี และมีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจ การตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทน่าจะตอบโจทย์มากกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา และหากมองว่าธุรกิจของเรามีโอกาสเติบโตแน่ และมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ ก็อย่าให้เรื่องภาษีหรือว่าความกลัวมาเป็นข้อจำกัดของธุรกิจอีกต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่นี่ https://www.ttbbank.com/pr/fb-km-regist23

สนใจข้อมูลอย่างละเอียด และติดตามสาระดี ๆ เพื่อธุรกิจและเอสเอ็มอีได้ที่ www.ttbbank.com/th/finbiz

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this