สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตลอดการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีฟอกอากาศขั้นสูงในรถยนต์วอลโว่

Published on

ปัญหาฝุ่นควัน มลพิษทางอากาศ และ PM2.5 ร้ายแรงกว่าที่คิด และส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก โดยก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด หัวใจ สมอง ผิวหนัง อีกทั้งยังมีผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและร่างกายของเด็ก 

ฝุ่นและมลภาวะทางอากาศส่งผลให้เครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่หลาย ๆ บ้านเลือกใช้เพื่อกรองฝุ่นควันและมลภาวะภายในที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตามการดำเนินชีวิตภายนอกอาคารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่วอลโว่ได้ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีฟอกอากาศในรถยนต์เพื่อมอบคุณภาพอากาศที่สะอาดขึ้นให้แก่คุณและครอบครัวขณะเดินทาง เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถใช้เวลาในรถยนต์วอลโว่ได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลจากมลภาวะภายนอก

คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความปลอดภัยของผู้ใช้คือสิ่งที่วอลโว่ให้ความสำคัญเสมอมา เราจึงใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าทุกนาทีที่คุณและครอบครัวใช้ในรถวอลโว่นั้นปลอดภัยที่สุด ไม่เว้นแม้แต่คุณภาพอากาศภายในรถ เพราะเราเชื่อว่าอากาศบริสุทธิ์มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมลภาวะทางอากาศ สารก่อภูมิแพ้ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก นอกจากนี้การได้รับอากาศที่สะอาดยังช่วยเพิ่มสมาธิในการขับขี่ ดังนั้นเราจึงไม่เคยหยุดที่จะคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีภายในรถยนต์วอลโว่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ ปลอดภัย ยั่งยืน และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ

เทคโนโลยี Advanced Air Cleaner ยังได้รับการรับรอง Allergy Standards Limited (ASL) ว่าเป็นมิตรต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถกรองสารก่อภูมิแพ้จากหญ้า ต้นไม้ และละอองเกสรต่าง ๆ ในอากาศที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารได้มากถึง 99.9%

สัมผัสอากาศบริสุทธิ์แม้ในขณะเดินทางด้วยเทคโนโลยีฟอกอากาศขั้นสูงในรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่น อุ่นใจด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจวัดระดับ PM2.5 ภายในห้องโดยสารได้อย่างต่อเนื่องและแสดงผลบนจอแสดงผลส่วนกลาง อีกทั้งยังสามารถเปรียบเทียบกับระดับ PM2.5 ภายนอกรถได้อีกด้วย

โดยเทคโนโลยี Advanced Filter ในรถยนต์วอลโว่ซีรีย์ 40 ปลอดภัยจากมลภาวะทางอากาศแม้ในขณะเดินทางด้วยเทคโนโลยี Advanced filter ที่สามารถกรองอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กผ่านเทคโนโลยีตัวกรองระดับนาโนที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสารได้มากถึง 80% นอกจากนี้ตัวกรองยังสามารถช่วยกรองละอองเกสรเกือบทั้งหมดไว้ด้านนอกห้องโดยสาร จึงช่วยลดปัจจัยการเกิดอาการภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี

และเทคโนโลยี Advanced Air Cleaner ในรถยนต์วอลโว่ซีรีย์ 60 และ ซีรีย์ 90 สัมผัสอากาศที่สะอาดขึ้นกับอานุภาพการกรองอากาศด้วยตัวกรองเส้นใยสังเคราะห์และกระบวนการไอออไนเซชั่นในเทคโนโลยีฟอกอากาศขั้นสูง ทำให้สามารถกรองอนุภาค PM2.5 ได้มากถึง 95% นอกจากนี้แผ่นกรองยังช่วยกรองละอองเกสรเกือบทั้งหมดไว้ด้านนอกห้องโดยสาร ซึ่งช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้วอลโว่ยังได้เลือกใช้วัสดุที่ลดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้โดยสารและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้วัสดุที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ หรือแม้แต่การคำนึงถึงกลิ่นภายในห้องโดยสาร เพื่อให้มั่นใจว่ารถของวอลโว่นั้นปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

Latest articles

วิริยะประกันภัย ชวนจิตอาสาสร้างคอนโดปู ฟื้นฟูป่าชายเลน จ.ชลบุรี

กลุ่มวิริยะจิตอาสาภายใต้สังกัด และอาสาสมัครจากกลุ่มภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ทำกิจกรรมสร้างคอนโดปู ปล่อยพันธุ์ปูม้าและปูทะเล และเพาะพันธุ์กล้าไม้โกงกาง อันเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลและฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง” เพื่อเพิ่มประชากรสัตว์น้ำ

DEMI เปิดตัว SUMMER BAR เติมความเย็นสดชื่น พร้อมฟื้นบำรุงเส้นผมในทุกวัน

DEMI HAIR CARE SCIENCE (เดมิ แฮร์ แคร์ ไซเอ็นซ) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม ที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบำรุงเส้นผมจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือ โอซีซี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SUMMER BAR เติมความเย็นสดชื่น พร้อมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในทุกวัน

เฉลิมฉลองเทศกาล Eat Spain Drink Spain ใจกลางกรุง

ร่วมสัมผัสประสบการณ์พร้อมเฉลิมฉลองไปกับเทศกาล Eat Spain Drink Spain ในแบบฉบับห้องอาหาร อูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ชวนคุณมาลิ้มลองทุกรสชาติความอร่อยในแบบฉบับอาหารสเปนใจกลางกรุง

NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมเตรียมรับมือแล้ว

คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า เปิดผลสำรวจ NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนมุมมองคนไทยต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พบสัญญาณสำคัญว่า “ความตระหนัก” กำลังขยับไปสู่ “การลงมือทำ” เมื่อ 88.2% ระบุว่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ 71.7% พร้อมให้ความร่วมมือหากภาครัฐออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

More like this