เศรษฐกิจไทยสูญเงินราว 8.25 หมื่นล้านจากวิกฤติซัพพลายเชน

Published on

ทีเอ็มเอ็กซ์ โกลบอล ที่ปรึกษาด้านการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ และด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงด้านซัพพลายเชนอย่างครบวงจร ประเมินว่า ปัญหาการหยุดชะงักของซัพพลายเชนอันเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ  ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสูญเสียเกือบ 8.25 หมื่นล้านบาทต่อปี ในปี 2565 ปัญหาด้านซัพพลายเชนทำให้บริษัททั่วโลกสูญเสียรายได้โดยเฉลี่ย 0.47%

นัยนา กอเจริญรัตน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท TMX Global ประเมินว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มูลค่า 17 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 534,758 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ดังนั้นธุรกิจในประเทศไทยสูญเสียยอดขายประมาณ 8.25 หมื่นล้านบาทต่อปีเนื่องจากปัญหาด้านซัพพลายเชน

“เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซัพพลายเชนของไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยนโยบายปลอดโควิดของจีนส่งผลกระทบต่อการนำเข้าของไทยจากแหล่งวัตถุดิบสำคัญของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ และฝูเจี้ยน ทำให้ผู้ผลิตในประเทศขาดแคลนวัตถุดิบซึ่งส่งผลต่อการผลิตสินค้า ในขณะที่การกลับมาเปิดประเทศแบบฉับพลันของประเทศจีนและปัญหาขาดแคลนแรงงานตามท่าเรือขนส่งสินค้าในจีน ณ ปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่งสินค้า ซึ่งกระทบต่อผลกำไรของบริษัท”

นอกจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ประเทศไทยยังเคยประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ๆ ในอดีต และสถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดในภาคใต้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาด้านโลจิสติกส์ซึ่งส่งผลต่อภาคการผลิตสำคัญ เช่น การเกษตรและยานยนต์

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์สำหรับผู้ผลิตในเอเชีย ดังนั้น ปัญหาจากสภาพภูมิอากาศอย่างเช่นน้ำท่วมที่ทำให้การขนส่งล่าช้า จึงส่งผลกระทบต่อทั่วทั้งซัพพลายเชนในประเทศและต่างประเทศ ดังเช่นการที่โรงงานผลิตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี (นิคมอุสาหกรรมนวนคร) ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2563 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกบางราย

เมื่อประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ เช่น ผลสืบเนื่องจากสงครามในยูเครน และการบริหารจัดการเพื่อการใช้ชีวิตในสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศจีน สิ่งที่ธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ คือ ทำให้ซัพพลายเชนของตนเองมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศ ดังที่ได้วิเคราะห์ไว้ข้างต้น

สิ่งที่ธุรกิจควรพิจารณาในการสร้างซัพพลายเชนที่สามารถปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงนั้น นางสาวนัยนา ได้ให้แนวทางไว้ 3 ด้าน ได้แก่ กระบวนการ ปรับกระบวนการทำงานให้เหมาะสมพร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยี นำเทคโนโลยีดิจิทัลและพัฒนาการด้านนวัตกรรมมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ และ บุคลากร เพิ่มพูนทักษะให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์และพร้อมรองรับการปรับเปลี่ยนสู่ซัพพลายเชนรูปแบบใหม่

ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบจากข้อตกลงการค้าเสรีทั้งในระดับภูมิภาคและทวิภาคีกับหลายประเทศคู่ค้า อาทิ การจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน แต่อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างซัพพลายเชนของตนเองให้รองรับสถานการณ์ในอนาคต

การดำเนินงานด้านซัพพลายเชนจะเติบโตอย่างก้าวหน้าเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้นสถานการณ์โลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการวางกลยุทธ์ด้านซัพพลายเชนในระยะยาวด้วยการขจัดปัจจัยความไม่แน่นอนออกจากการดำเนินงานให้ได้มากที่สุด กลยุทธ์นี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่คุณค่าตลอดทั้งซัพพลายเชนและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านโซลูชันส์ต่าง ๆ

“ในขณะที่หลายภูมิภาคของโลกเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิด ผู้ประกอบการจึงควรใช้เวลานี้ในการนำบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากวิกฤติซัพพลายเชนมาประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติ ตลอดสองปีที่ผ่านมา ประสบการณ์และข้อมูลเชิงลึกที่ TMX รวบรวมจากสถานการณ์นี้ ทำให้ทีมงานของ TMX พร้อมร่วมงานกับผู้ประกอบการในภูมิภาคเพื่อทำให้ธุรกิจและซัพพลายเชนสามารถเดินหน้าด้วยประสิทธิภาพสูงสุด” นัยนา กล่าวทิ้งท้าย

 

 

Latest articles

DE Fund จัด “คลินิกกองทุน” ปิดท้ายที่อุดรธานี หนุนทุกภาคส่วนเข้าถึงทุนดิจิทัล

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) จัดกิจกรรม “DE Fund Clinic” หรือ “คลินิกกองทุน” เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้แนวทางการขอรับทุน พร้อมรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

ส.วิศวกรโครงสร้างฯ แจง 4 ประเด็น เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา ระบุอาคารสูงเมืองกรุงอาจรู้สึกได้

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ใกล้เมืองย่างกุ้ง จนส่งผลกระทบถึง กทม. นั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่าลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว เป็น 4 ประเด็น

ปิดผมขาวเนียนสนิท เพียง 7 นาที ด้วยครีมเปลี่ยนสีผมจากญี่ปุ่น

ผมสวย ดูดีเป็นธรรมชาติ ด้วย PAON SEVEN-EIGHT HAIR COLOR (พาออน เซเว่น-เอท แฮร์ คัลเลอร์)  ครีมเปลี่ยนสีผมสำหรับปิดผมขาว เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป มอบสีผมสวยดูเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเองภายในเวลาเพียง 7-8 นาที

 บ้านปู เปิดรับสมัคร! BC4C ปีที่ 15 “พลังดี ไม่มีดรอป” ชิงเงินทุนกว่าสามแสนบาท

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ สถาบัน Change Fusion เปิดรับสมัครผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) รุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม”

More like this