Booking.com เผย คนไทยพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน และต้องการเที่ยวแบบยั่งยืนมากขึ้น

Published on

Booking.com Travel Confidence Index เผยผล ดัชนีความเชื่อมั่นการเดินทาง จากสำรวจข้อมูลความคิดเห็นของผู้เดินทางจำนวน 11,000 คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะ ครอบคลุม 11  ประเทศ เกี่ยวกับความเชื่อมั่นด้านการเดินทาง เพื่อสำรวจทัศนคติและมุมมองต่าง ๆ ของผู้เดินทางในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงความเชื่อมั่นโดยรวมของพวกเขาที่จะออกเดินทางและสำรวจโลกอีกครั้ง

ลอรา โฮลด์สเวิร์ธ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Booking.com กล่าวว่า  แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จะยังคงดำเนินต่อไป แต่เราก็รู้สึกยินดีที่ได้เห็นอุตสาหกรรมการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีที่ได้เผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นด้านการเดินทางที่ถูกจัดทำขึ้นมาเป็นครั้งแรก ด้วยพันธกิจของ Booking.com ที่ต้องการช่วยให้ทุกคนออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าผลจากสำรวจในครั้งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงความต้องการและแรงจูงใจของผู้เดินทาง ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางของพวกเขา รวมถึงบทบาทของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่จะทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคตด้วย

รายงานผลสำรวจเผยให้เห็นว่า ผู้คนอยากจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง โดย 76% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วภูมิภาคตั้งใจที่จะออกเดินทางในอีก 12 เดือนข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกัน ความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายก็เป็นปัจจัยสำคัญที่พวกเขาเลือกพิจารณาเมื่อต้องวางแผนการเดินทางครั้งใหม่ สำหรับประเทศไทย 70% ของผู้เดินทางชาวไทย พร้อมจะออกเดินทางในปีต่อไปและให้ความสำคัญกับการเดินทางภายในประเทศมาก่อน โดย 66% ของผู้เดินทางชาวไทยพร้อมที่จะยอมรับข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่อาจทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักได้

ผลสำรวจยังเผยอีกว่า แรงจูงใจสำคัญในการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย (76%) คือ “การไปพักผ่อนเพื่อชาร์จแบตและเติมพลังใจ” โดยการใช้เวลาพักผ่อนใกล้ชิดกับธรรมชาติคือสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังมองหา นอกจากนี้การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ผู้เดินทางชาวไทยให้ความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน

จากรายงานผลสำรวจพบว่า ถึงแม้ว่าตอนนี้ชาวไทยจะสามารถเดินทางระหว่างประเทศได้แล้ว แต่เกือบสามในสี่ของนักท่องเที่ยวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการเที่ยวในประเทศเป็นหลักเมื่อวางแผนการเดินทางครั้งต่อไป และแน่นอนว่าผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่เลือกการขับรถด้วยตัวเอง (74%) เป็นวิธีหลักในการเดินทาง รองลงมาคือเครื่องบิน (18%) และระบบขนส่งสาธารณะ (8%) ประเภทของทริปท่องเที่ยวในประเทศที่คนไทยสนใจมากที่สุด ได้แก่ เที่ยวทะเล (65%) สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น (62%) และการขับรถเที่ยว หรือ โรดทริป (45%)

เมื่อต้องวางแผนจองทริป ความกังวลหลักของผู้เดินทางชาวไทย คือ เรื่องความปลอดภัย (71%) ค่าใช้จ่าย (70%) และความสะดวกสบาย (64%) นอกจากความกังวลเหล่านี้แล้ว ความกลัวที่จะทำให้ครอบครัวและเพื่อนตกอยู่ในความเสี่ยงหรือมีอันตราย เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คนไทยกังวลเมื่อจะออกเดินทาง ซึ่งนับเป็นเปอร์เซ็นที่มากกว่าผู้เดินทางในเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าสามในสี่ (83%) เห็นด้วยว่า พวกเขาจะตัดสินใจไปเที่ยวทันทีหากมีงบประมาณที่เพียงพอ

ในแง่ความยั่งยืน ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 จาก 11 ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่ง 63% ของคนไทยมีความตั้งใจที่จะท่องเที่ยวแบบยั่งยืนมากขึ้นเมื่อเทียบกับแนวโน้มโดยรวมของตลาด (52%) โดยพวกเขากล่าวว่ายินดีที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน นอกจากนี้ 57% ของคนไทยเข้าใจและยอมรับได้หากจะมีตัวเลือกที่พักให้เลือกน้อยลง ตราบใดที่ตัวเลือกที่พักเหล่านั้นมีนโยบายที่สนับสนุนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวไทยก็ยังมีข้อกังวลหลายประการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่สูงในการเข้าถึงการเดินทางแบบยั่งยืน (66%) ข้อจำกัดในการเข้าถึงตัวเลือกการเดินทางแบบยั่งยืนในขณะออกเดินทาง(60%) และตัวเลือกด้านการเดินทางแบบยั่งยืนยังขาดความชัดเจน (59%)

เมื่อความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ชาวไทยใส่ใจและให้ความสำคัญมากขึ้น Booking.com ได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์ที่พักสำหรับการเดินทางอย่างยั่งยืน (Travel Sustainable property Badge) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยการคัดกรองที่พักรักษ์โลกที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และมีแนวทางดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งผลเชิงบวกต่อชุมชน มานำเสนอให้ผู้เดินทางได้เข้าถึงตัวเลือกความยั่งยืนได้อย่างง่ายดาย ในปัจจุบันมีที่พักมากกว่า 100,000 แห่งทั่วโลกได้รับป้ายสัญลักษณ์ “ที่พักสำหรับเดินทางอย่างยั่งยืน” บน Booking.com ที่ช่วยยืนยันและยกย่องแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักความยั่งยืนของแต่ละที่พัก

(จากซ้าย) มิเชล เกา และ ลอรา โฮลด์สเวิร์ธ

มิเชล เกา ผู้จัดการส่วนภูมิภาคประจำกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงของ Booking.com กล่าวเสริมว่า คนไทยพร้อมที่จะเปิดใจและรับมือกับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ระหว่างการเดินทาง ท่ามกลางการสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั่วทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว Booking.com ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนด้านบริการและเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าที่พักคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจพร้อมที่จะเข้าถึงความต้องการของตลาด และสามารถนำเสนอบริการที่เหนือความคาดหมาย ผ่านการแสดงข้อมูลที่โปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย สร้างความอุ่นใจ และตัวเลือกการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถออกไปสัมผัสโลกกว้างได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง พร้อมเริ่มต้นก้าวแรกสู่การเดินทางแบบยั่งยืน

Latest articles

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึก พาณิชย์  ปล่อยคาราวานผลไม้ภาคตะวันออกส่งตรงถึงผู้บริโภค

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ผนึกความร่วมมือกับ กระทรวงพาณิชย์ จัดงานปล่อยคาราวานผลไม้ภาคตะวันออก รับซื้อผลผลิตตรงจากแหล่งปลูกสำคัญผ่านเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

DayOne จัด Career Expo เปิดรับสมัครงานกว่า 500 ตำแหน่ง หนุนอุตสาหกรรม Data Center และ AI 

DayOne Data Center ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลกจากสิงคโปร์ จับมือบริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรมชั้นนำกว่า 30 แห่ง เปิดโลกเศรษฐกิจดิจิทัล และเปิดโอกาสคนไทยเข้าถึง 500 ตำแหน่งงาน

รีเซ็ตร่างกายจากภายใน เคล็ดลับง่าย ๆ เริ่มที่ระบบเมตาบอลิซึม

สุขภาพเมตาบอลิซึม หรือระบบเผาผลาญ กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การดูแลสุขภาพยุคใหม่ โดยหลายคนมักเข้าใจว่าเมตาบอลิซึมที่ดีคือการควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมตาบอลิซึมคือความสามารถของร่างกายในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต และการควบคุมน้ำหนัก โดยไม่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง สุขภาพเมตาบอลิซึมที่ดีไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย ตั้งแต่โครงสร้างร่างกาย สุขภาพลำไส้...

ผลผลิตทุเรียนปี 69 เพิ่ม 30% พาณิชย์ลุยส่งออกผ่านอินฟลูฯจีน จับมือพิมรี่พายขายคนไทย 100 บาท 1 ล้านลูก

สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ซึ่งภาคตะวันออกทยอยให้ผลผลิตก่อนและคาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด

More like this