สัมมนา ตีแผ่ความจริง บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายอย่างไร

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  จัดสัมมนาวิชาการ “ตีแผ่ความจริง บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายอย่างไร”   เผยปัจจุบันการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนไทยอายุ 13-15 ปี พบว่ามีการใช้หรือสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากถึงร้อยละ 3.3 และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีความปลอดภัย   พร้อมแนะประชาชนให้ตระหนักถึงโทษ พิษภัย และอันตรายที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า

นายแพทย์ขจรศักดิ์  แก้วจรัส  รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ “ตีแผ่ความจริง บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายอย่างไร” ว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่ามีการแพร่หลายของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มประชาชน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน จากข้อมูลการสำรวจการบริโภคยาสูบในเยาวชนระดับโลก อายุ 13–15 ปี ในประเทศไทย ปี 2558 พบว่า ในเยาวชนกลุ่มนี้มีการใช้หรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ 3.3 โดยเป็นเยาวชนชาย ร้อยละ 4.7 และเยาวชนหญิง ร้อยละ 1.9 รวมถึงมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีความปลอดภัย

ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีประกาศเกี่ยวกับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือบุหรี่ไฟฟ้า ว่า “ไม่ใช่” อุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับช่วยในการเลิกบุหรี่ เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานควบคุมที่เป็นมาตรฐานออกมายืนยันถึงความปลอดภัยหรือคุณประโยชน์ของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งประเด็นในเรื่องของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน และได้รับความสนใจจากสาธารณชน เนื่องจากกลยุทธ์ธุรกิจยาสูบที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดความสนใจ รวมถึงช่องทางการส่งเสริมการขาย การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย     ได้ออกแถลงการณ์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีเนื้อหาเป็นห่วงถึงอันตรายทั้งผู้สูบและผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ เด็ก และผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าส่วนมากมีสารนิโคติน เยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงสามารถเสพติดได้ง่าย และเป็นอันตรายต่อการพัฒนาสมองของวัยรุ่น ทำลายสมาธิและการเรียนรู้  นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ายังก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า และแนะนำให้มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันพบว่าประเทศในอาเซียน นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีสิงคโปร์ กัมพูชา และบรูไน ที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศเช่นกัน

นายแพทย์ขจรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า บุหรี่ไฟฟ้า มีส่วนประกอบของสารเคมีที่มีพิษและก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะมีโทษต่อผู้สูบแล้วนั้น ละอองไอของบุหรี่ไฟฟ้ายังก่อให้เกิดโทษและผลกระทบต่อผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย โดยเฉพาะสารนิโคติน ที่พบทั้งในน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า และในละอองไอที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยสารนิโคตินที่พบในบุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดการเสพติด เป็นสารก่อมะเร็งในปอดและทางเดินอาหาร ขัดขวางพัฒนาการของสมองในเด็ก และส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึงโทษ พิษภัย และอันตรายที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเด็ก เยาวชน ขอให้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวให้มาก หากประชาชนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ สามารถโทรศัพท์ปรึกษาได้ที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ หมายเลข 1600 และคลินิกที่ให้บริการเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

Latest articles

Pearly ส่งหมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่ ฉลอง International Day of Happiness พร้อมรุกบริการแคทเทอริ่ง   

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” โชว์ไอเท็มสุดน่ารัก “หมอนซุกมือน้อง PEARLY”

ลาลามูฟ คว้า “เจฟ ซาเตอร์” นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

การเปิดตัว เจฟ ซาเตอร์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ถือเป็นก้าวสำคัญของลาลามูฟในการสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมสื่อสารจุดแข็งของแบรนด์ผ่านบุคคลที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่

เนสกาแฟ ทุ่ม 800 ล้านบาท เปิดตัวสูตรใหม่ ส่ง “ณเดชน์-แบมแบม” ดูโอแบรนด์แอมบาสเดอร์

เนสกาแฟ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดกาแฟในประเทศไทย ทุ่มงบ 800 ล้านบาท ชูแคมเปญมิวสิกมาร์เก็ตติ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ เปิดตัว “เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ริช อโรมา สูตรใหม่”

โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดตัวศูนย์ Menopause Wellness ยกระดับการดูแลสตรีวัยหมดประจำเดือน

โรงพยาบาลพญาไท 1 เปิดตัวศูนย์ “Menopause Wellness” ยกระดับการดูแลสตรีวัยหมดประจำเดือนแบบองคร์วม (Holistic Care) พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมการดูแลผิวและสมดุลภายใน

More like this