สสส. แจง รายงานประจำปี 2563

Published on

สสส. แจง รายงานประจำปี 2563 ส.ส. ชื่นชมขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพทันสถานการณ์โควิด-19 ผลประเมิน “ธรรมาภิบาล-ความโปร่งใส” ดีเยี่ยม แนะ บูรณาการ ตร. – สธ. แก้ปัญหาถูกล่วงละเมิด สร้างสังคมไร้ความรุนแรง 100% ต้องเดินหน้างานสุขภาวะ LGBTIQN+ ชง ออกแบบกิจกรรมทางกายเหมาะสมชุมชนครอบคลุมทุกพื้น

ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา (เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 12 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 วาระรายงานประจำปี 2563 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 โดยมี ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เป็นผู้ชี้แจง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ร่วมอภิปรายและเสนอแนวทางการทำงานเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพให้ สสส. จำนวนมาก

ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ชื่นชมการทำงานยุติความรุนแรงในผู้หญิง และตัดตอนการล่วงละเมิดทางเพศ งานพัฒนาระบบรายงานข้อมูลจุดเสี่ยงการคุกคามทางเพศในพื้นที่ กทม. ผ่านโปรแกรม Chat bot ที่ช่วยสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทางออนไลน์ ถือเป็นการทำงานเชิงรุกกระตุ้นไม่ให้สังคมเพิกเฉยต่อความรุนแรง สสส.ต้องขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้ง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจุดประกายให้เกิดค่านิยมไร้ความรุนแรง 100%

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สุขภาวะของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นประเด็นที่ สสส. ต้องให้ความสำคัญ ขอชื่นชมการทำงานของ สสส. โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์สุขภาวะกลุ่ม LGBTIQN+ ที่สะท้อนการทำงานเชิงรุกในการสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ ให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศชัดเจน เสนอให้ สสส. ขับเคลื่อนงานต่อไป ดังนี้ 1.ขับเคลื่อนให้เกิดการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ 2.พัฒนาฐานข้อมูลประชากรกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศให้เข้าถึงระบบริการสุขภาพ 3.สร้างระบบสุขภาพให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าถึงคลินิก LGBTIQN+ 4.สร้างเครือข่ายผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศให้มากขึ้น 5.พัฒนาศักยภาพเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศให้มีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาวะที่ถูกต้อง

นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 6 พรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า การที่ สสส. ได้รับรางวัลเนลสันแมนเดลา ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่โดดเด่นหลายด้าน สสส. ยังเป็นองค์กรที่น่าชื่นชมในด้านการตรวจสอบและประเมินผลอย่างเป็นระบบ ได้รับการประเมินในระดับสูง 4.92 จากคะแนนเต็ม 5 ทั้งยังมีจัดสรรคัดเลือกผู้รับทุนอย่างเข้มข้น เน้นทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เมื่อมีสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้สนับสนุนอย่างรวดเร็ว มีส่วนสร้างระบบดูแลผู้ป่วยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และพัฒนาระบบแพทย์ทางไกล Tele medicine เข้าไปช่วยสอบสวนโรค ติดตามอาการทำให้ได้รับการดูแลใกล้ชิด ถือเป็นบทบาทสำคัญในการทำงานอย่างทันทุกสถานการณ์ และครอบคลุมทุกมิติด้านการสร้างเสริมสุขภาพ

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส..สุโขทัย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สสส. มีระบบการติดตามประเมินผลที่ดี ทำงานครอบคลุมทุกพื้นที่ เป็นต้นแบบที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นเห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ สสส. ทำงานเชิงรุกและมีส่วนทำให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประเด็นที่ขอชื่นชมคือการณรงค์ให้กินผักผลไม้ที่พบประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป บริโภคมากขึ้น แต่ขอให้ สสส. ขับเคลื่อนงานที่ส่งผลดีต่อสุขภาพคนไทยต่อไป ดังนี้ 1.งานเกษตรกรภายใต้โครงการอาหารปลอดภัยทุกพื้นที่ 2.เพิ่มการณรงค์ให้ชุมชนท้องถิ่นมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับท้องถิ่น 3.ทำงานบูรณาการกิจกรรมทางกายร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข 4.เพิ่มพื้นที่สุขภาวะ Happy Work Place ในที่ทำงานตามชุมชนท้องถิ่น เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาวะไม่ดีในพื้นที่ต่างจังหวัด

Latest articles

RANONG MUSIC FESTIVAL 2026 เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัด

จังหวัดระนอง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ผนึกกำลังจัดงาน  “RANONG MUSIC FESTIVAL 2026” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ภายใต้ธีม “BOUNCE Beyond the Horizon” สนุกกันให้สุดขอบฟ้า

Maguro Group เปิดตัวแบรนด์ “หลาย” รุกตลาดอาหารอีสานร่วมสมัย  

จุดเด่นของ "หลาย" อยู่ที่รสชาติอีสานแท้จัดจ้านที่เข้าถึงง่าย ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบแท้และเครื่องเทศดั้งเดิมตามสูตรต้นตำรับอาหารอีสาน นำมาใส่ในเมนูที่คุ้นเคย อาทิ ส้มตำ ลาบ น้ำตก ยำ ต้มแซ่บ ย่าง และอาหารทะเลย่างอย่างกุ้งแม่น้ำย่าง

Gartner Predicts Most Privacy Incidents Will Stem from AI-Generated Inferences by 2029

 By 2029, most privacy incidents will result not from the direct exposure of personally identifiable information (PII), but from AI-generated inferences about individuals, according to Gartner, Inc., a business and technology insights company.

การ์ทเนอร์คาดการณ์ การโจมตีด้วยการคาดเดาข้อมูลของ AI เหตุรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

การโจมตีด้วยการคาดเดาข้อมูลของ AI นั้นมีความอันตรายเป็นพิเศษ เพราะมักจะเล็ดลอดกลไกการตรวจจับแบบเดิมไปได้ บุคคลอาจถูกเปิดเผยข้อมูลผ่านข้อสรุปที่ AI สร้างขึ้น มากกว่าบันทึกข้อมูลที่รั่วไหล

More like this