“ไทยพร้อม” ขับเคลื่อนผัก และผลไม้เป็นวาระชาติ

Published on

ก.เกษตรฯ – สสส. – ภาคีองค์กรเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ประกาศ “ไทยพร้อม” ขับเคลื่อนผัก และผลไม้เป็นวาระชาติ ยกระดับสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573 ตั้งเป้าให้คนไทยกินผักผลไม้เพียงพอ-ปลอดภัย หนุนพลิกโฉมระบบอาหารประเทศไทย สานพลังบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดเวทีหารือสาธารณะ (National Dialogue) ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ การออกแบบ “ไทยพร้อม” สู่การขับเคลื่อนผักและผลไม้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมี วอร์เรน ที เค ลี เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านโภชนาการและระบบอาหาร สำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก พญ.เรณู การ์ก เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ (โรคไม่ติดต่อ) สำนักงานผู้แทนองค์อนามัยโลกประจำประเทศไทย

พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกผัก เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) สถาบันวิจัยและการศึกษา ตลาดค้าปลีก-ส่ง หน่วยงานด้านโลจิสติกส์ และธุรกิจอาหาร กว่า 300 คน เข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลก (UN Food Systems Summit 2021: UNFSS2021)

ดร.นพ. ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. และองค์กรภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ศูนย์พืชผักโลก ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ภาคีเครือข่ายภาควิชาการ และภาคประชาสังคม สนับสนุนให้รัฐบาลกำหนดให้การกินผักผลไม้ที่ปลอดภัยและเพียงพอของคนไทย เป็นเป้าหมายและตัวชี้วัดระดับชาติ

ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อกระตุ้นให้คนไทยกินผักผลไม้เพิ่มมากขึ้นและได้ปริมาณที่เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยคนไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไป ควรกินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงานเฉพาะที่ดูแลด้านอาหารปลอดภัยและโภชนาการ และเด็กวัยเรียน เร่งดำเนินงานส่งเสริมการเข้าถึงและกินผักผลไม้ที่ปลอดภัยและเพียงพอ

“สสส. และภาคีเครือข่าย จึงได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายส่งเสริมผักผลไม้ปลอดภัย โดยใช้กลไกมาตรการทางกฎหมายและนวัตกรรมเชิงนโยบาย (policy innovation) อาทิ การใช้นโยบายทางภาษี เพื่อจูงใจการขายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ กำหนดจำนวนสินค้าอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (รวมผักและผลไม้) ขั้นต่ำที่ร้านอาหารต้องขาย การให้ร้านอาหารติดข้อมูลแสดงค่าพลังงานอาหารบนเมนู เป็นต้น โดยกรณีตัวอย่างนโยบายในประเทศอังกฤษ พบว่า หากภาครัฐใช้นโยบายอุดหนุนทางราคาผักผลไม้ร้อยละ 10 จะช่วยให้ประชาชนโดยรวมกินผักผลไม้เพิ่มขึ้น 0.25 ส่วน ขณะที่หากใช้นโยบายอุดหนุนทางราคาผักผลไม้ร้อยละ 30 กับกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย จะช่วยให้ประชาชนกลุ่มนี้กินผักผลไม้เพิ่มขึ้น 0.53 ส่วน และนโยบายทั้งสองนี้ถูกประเมินว่า มีความคุ้มค่าในการลงทุนทั้งจากมุมด้านนโยบายและสังคม” ดร.นพ. ไพโรจน์ กล่าว

ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ประสานงานของประเทศไทยสำหรับ UNFSS (Thai National Convener) กล่าวว่า จะนำข้อเสนอ และข้อถกแถลงจากเวทีหารือสาธารณะในครั้งนี้ โดยเฉพาะปัจจัยด้านนโยบายและมาตรการสนับสนุนจากรัฐที่ควรประกาศให้การผลิต และบริโภคผักผลไม้เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ เชื่อมโยงสู่รูปธรรมปฏิบัติการระบบอาหารที่มีการดำเนินการในสังคมไทย พัฒนาเชิงโครงสร้าง และกลไกสนับสนุนภาคเกษตร และระบบอาหารของไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs ภายในปี 2573

โดยจะเชื่อมร้อยกับข้อเสนอจากผู้ที่มีบทบาท และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบการผลิตอาหารและการเกษตรของประเทศไทย นำไปเสนอในเวทีประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหาร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แสดงความประสงค์ต่อสหประชาชาติที่จะเข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและอาหารจากทั่วโลก (pre-summit) 26 – 28 กรกฎาคม 2564 ณ กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี และการประชุมระดับผู้นำประเทศและนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนกันยายน 2564 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศ และรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและอาหารจากทั่วโลก เร่งหารือและจัดทำนโยบายแผนงานการปฏิรูประบบอาหารและการเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมติดตามรายละเอียดและสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://thfoodsystems.com/ และสามารถดาวน์โหลดเอกสารข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย “ขับเคลื่อนโยบายและมาตรการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และระบบอาหารของประเทศ” ได้ที่เว็บไซต์ สสส.  http://ssss.network/ka8t3

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this