กรมบัญชีกลางปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกจ่าย ผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติก

Published on

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการและบุคคลในครอบครัว ได้ดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตั้งแต่ปี 2553 โดยกำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายาจำนวน 3 รายการ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติก (Rheumatic Disease Prior Authorization : RDPA) ประกอบด้วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด และโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างสูง จึงทำให้มีรายการยาชีววัตถุ (Biologic drugs) หรือยาสังเคราะห์มุ่งเป้า (Targeted therapies) ซึ่งเป็นยาที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่ใช้ในการรักษากลุ่มโรครูมาติกเพิ่มมากขึ้น กรมบัญชีกลางร่วมกับสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและครอบคลุมการรักษาที่จำเป็นมากขึ้น รวมทั้ง

เพิ่มการเข้าถึงยาในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก โดยกำหนดรายการยาจำนวน 8 รายการ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติกให้สามารถเบิกจ่ายตรงได้ ประกอบด้วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุ

ในเด็กชนิดมีอาการทางซิสเต็มมิก และโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กชนิดไม่มีอาการทางทางซิสเต็มมิก โดยจะเริ่มใช้สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 เป็นต้นไป

การเบิกค่ายารักษาผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติกข้างต้นในระบบเบิกจ่ายตรง ให้สถานพยาบาลดำเนินการลงทะเบียนแพทย์ผู้รักษา ผู้ป่วย และส่งข้อมูลตามโปรโตคอลที่กำหนดในระบบ RDPA เพื่อขออนุมัติเบิกจ่ายค่ายา หรือขอต่ออายุการเบิกจ่ายค่ายา หรือขอหยุดการใช้ยา สำหรับผู้ป่วยรายเดิมที่เคยได้รับการอนุมัติเบิกจ่ายค่ายาในระบบ RDPA แล้ว ให้เบิกจ่ายตรงค่ายาได้จนกว่าจะหยุดการรักษาด้วยยาดังกล่าว

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การเบิกจ่ายค่ายาของสถานพยาบาลที่ผ่านมามีการส่งเบิกค่ายาเกินอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนดส่งผลให้ต้องมีการเรียกเงินคืนค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาล และอาจเกิดข้อโต้แย้งจากสถานพยาบาล ดังนั้น เพื่อให้การส่งเบิกค่ายาของสถานพยาบาลเป็นไปอย่างถูกต้อง จึงกำหนดอัตราเบิกจ่ายค่ายา บางรายการ โดยให้ใช้กับการรักษาทุกข้อบ่งชี้ เช่น ยา Infliximab และ Secukinumab ใช้ในการรักษาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรครูมาติกและผู้ป่วยกลุ่มโรคผิวหนังเรื้อรัง เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการทบทวนอัตราการเบิกค่ายาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับอัตราเบิกจ่ายค่ายาที่กำหนดนั้น ให้มีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล กรมบัญชีกลาง หมายเลข 02 127 7000 ต่อ 6850 ในวัน เวลาราชการ

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this