Stop Motion จากโคคา-โคล่า ชวนคนไทยแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

Published on

ในทุกๆ ปี ผู้คนจำนวนไม่น้อยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ยังต้องประสบกับปัญหาที่วนเวียนเกิดขึ้นเป็นประจำ นั่นก็คือ “ปัญหาน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นน้ำแล้ง หรือน้ำท่วม และเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงปัญหาน้้ำ ที่ไม่เคยห่างหายไปจากสังคมไทย และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย จึงได้จัดทำวิดีโอ Stop Motion เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันค้นหาคำตอบของการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

วิดีโอ เพราะนํ้าคือชีวิต… ร่วมค้นหาการแก้ปัญหานํ้าแล้ง น้ำท่วม กับโครงการ “รักนํ้า” บอกเล่าเรื่องราวของน้ำที่สร้างผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ บางแห่งต้องประสบปัญหาภัยแล้ง หรือไม่มีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค ขณะที่บางพื้นที่กลับรับปริมาณน้ำที่มากเกินไปจนเกิดเป็นอุทกภัย ซึ่งทาง โคคา-โคล่า ภายใต้การทำงานผ่านมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำที่แตกต่างเหล่านั้นผ่าน โครงการ “รักน้ำ”

เสื้อผ้าของตัวละครบางส่วนที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมทอมือจากบ้านถนนงาม และบ้านหนองแวงน้อย ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น

ตัวละคร ที่หลากหลาย ทั้งครอบครัวชาวบ้านในชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำจากองค์กรพันธมิตร ได้ถ่ายทอดการดำเนินงานใน โครงการ “รักน้ำ” ด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น ชุมชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมก็สนับสนุนการขุดสระเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและป้องกันน้ำท่วม ทำคลองส่งน้ำ ประตูระบายน้ำ เป็นต้น หรือในพื้นที่ปัญหาน้ำแล้งจากการบุกรุกทำลายป่าเพื่อการเกษตร หรือป่าต้นน้ำเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีการเกษตร ก็มีการรณรงค์ไม่ตัดไม้ทำลายป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าต้นน้ำอีกทาง ส่วนชุมชนที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค ก็มีการสนับสนุนการทำระบบประปาแสงอาทิตย์เพื่อให้มีน้ำกิน น้ำใช้ และทำการเกษตร จะเห็นได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาโดยบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับปัญหาน้ำที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำจากองค์กรพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันกับมูลนิธิ ฯ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้จะไม่สำเร็จเลย หากปราศจากความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และโดยเฉพาะผู้คนในชุมชน

นอกจากการดำเนินเรื่อง รวมถึงตัวละครและฉากต่างๆ จะถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนที่มี “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญในการดำรงชีวิตและการทำเกษตรกรรมแล้ว เอกลักษณ์ความเป็นไทยพื้นบ้านยังถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงเพลงที่นำเอาเครื่องดนตรีไทยมาเป็นส่วนสำคัญในการรังสรรค์ทำนอง ไปจนถึงเสื้อผ้าของตัวละคร บางส่วนตัดเย็บด้วยผ้าไหมทอมือจากบ้านถนนงาม และบ้านหนองแวงน้อย ตำบลบ้านหัน อำเภอโนนศิลา จังหวัดขอนแก่น อันเป็นผลผลิตจากโครงการ “รักน้ำ” ที่มีการจัดการน้ำเพื่อชุมชนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้มีน้ำกินน้ำใช้ในชีวิตประจำวันอย่างพอเพียง และสามารถปลูกหม่อน เลี้ยงไหม นำไปทอผ้า เพื่อใช้เองและจำหน่ายได้

เบื้องหลังการถ่ายทำ

สำหรับ โครงการ “รักน้ำ” เริ่มขึ้นในปี 2550 โดยมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย มูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีพันธกิจในการสร้างความยั่งยืนให้กับ “น้ำ” อันเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเครื่องดื่ม โดยดำเนินการครอบคลุม 3 ด้านคือ 1) การอนุรักษ์แหล่งน้ำ 2) การนำน้ำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และ 3) การเข้าถึงน้ำที่สะอาด ในพื้นที่ที่โคคา-โคล่าใช้น้ำในการผลิตเครื่องดื่ม 7 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ปทุมธานี และพัทลุง ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร คือ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต

ทั้งนี้ ปัญหาน้ำในประเทศไทยนั้นต้องการการบริหารจัดการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พร้อมไปกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และจากคนไทยทุกคน วิดีโอนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจผลักดันให้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมกันอนุรักษ์น้ำ อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศและคนไทยทุกคน สามารถติดตามและรับชมวิดีโอ เพราะนํ้าคือชีวิต… ร่วมค้นหาการแก้ปัญหานํ้าแล้ง น้ำท่วม กับโครงการ “รักนํ้า” ได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของโคคา-โคล่า ประเทศไทย ทั้งเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/cocacolaTH/posts/2904422576497793 และ Youtube https://youtu.be/-ntTYEaZI1M

Latest articles

จานอาหารเปลี่ยนโลก: เมื่อสุขภาพหัวใจและขยะอาหารเริ่มต้นที่มื้อนี้

การสร้างระบบอาหารที่ดีขึ้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เราสามารถเริ่มจากมื้ออาหารในชีวิตประจำวัน เลือกอาหารจากพืชมากขึ้น และใช้สิ่งที่เราซื้อมาให้คุ้มค่า

Big Bad Wolf Books ยกทัพหนังสือกว่า 1 ล้านเล่ม ลดสูงสุด 95% บูมตลาดนักอ่านยุค AI

ในยุคที่ AI สามารถค้นหา สรุป และสร้างคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการเข้าถึงข้อมูล แต่คือความสามารถในการ อ่านให้เข้าใจ เชื่อมโยง ตั้งคำถาม ประเมินความน่าเชื่อถือ และสร้างความคิดเห็นของตัวเอง ผล PISA 2025 สะท้อนโจทย์นี้อย่างชัดเจน

อวานี ไซเปรส เลคส์ ศูนย์รวมเวลเนสแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

อวานี ไซเปรส เลคส์ รีสอร์ท จะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดภายใต้แบรนด์อวานี ในภูมิภาคออสตราเลเซีย ประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีท 204 ห้อง ในสองรูปแบบการเข้าพักที่แตกต่างกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

วว. เดินหน้าขับเคลื่อน Innovation Ecosystem ผลักดัน 9 ผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

การนำงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ (Research to Commercial) นับเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (National Competitiveness) เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยเปลี่ยนทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ให้เป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง

More like this