ม.อ. มุ่งวิจัยพืชกระท่อมสู่เภสัชตำรับบำบัดผู้เสพยาเสพติด

Published on

คณะวิทยาศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ ม.อ.มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัยพืชกระท่อมพัฒนาสู่เป็นเภสัชตำรับบำบัดผู้เสพยาเสพติด โชว์ผลทดสอบความสัมพันธ์ระดับ Mitragynine ในเลือดไม่กระทบต่อสมรรถภาพสมองของผู้ใช้กระท่อมเป็นประจำนานกว่า 1 ปี มีประสิทธิภาพการรักษาและปลอดภัยสูง  ระบุมีฤทธิ์ระงับปวด รักษาอาการท้องเสีย ลดน้ำหนัก ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต่อยอดสู่การแพทย์เชิงพาณิชย์สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจประเทศไทย

ผศ.ดร.สมชาย ศรีวิริยะจันทร์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (เภสัชวิทยา) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยคณะวิทยาศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ ได้ดำเนินงานวิจัยพืชกระท่อมพัฒนาเป็นเภสัชตำรับ ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้การสนับสนุนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สกว.) เพื่อนำพืชกระท่อมไปใช้บำบัดผู้เสพยาเสพติดและทดสอบประสิทธิภาพ รวมถึงความปลอดภัยของเภสัชตำรับที่พัฒนา

ทั้งนี้การวิจัยพืชกระท่อมพบว่า มีสารสำคัญ ได้แก่ ไมทราไจนีน (Mitragynine) และ7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน (7-hydroxymitragynine) มีฤทธิ์ระงับปวด รักษาอาการท้องเสีย ลดน้ำหนัก ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ต้านอาการซึมเศร้า คลายกล้ามเนื้อลาย บำบัดผู้ติดยาเสพติด สามารถยับยั้งกลุ่มอาการถอนยาจากเอทานอล ลดอาการวิตกกังวลจากกลุ่มอาการถอนยากลุ่มสารฝิ่น โดยปัจจุบันต่างประเทศได้นำพืชกระท่อมใช้ประโยชน์เพื่อทดแทนสารเสพติด เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ไอซ์ และยาบ้า เพื่อบำบัดผู้เสพยาดังกล่าว

ขณะที่ล่าสุดทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ของม.อ. ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ของระดับ Mitragynine ในเลือดกับผลกระทบต่อสมรรถภาพสมองของผู้ใช้กระท่อมเป็นประจำ ในพื้นที่ตำบลน้ำพุ อ.เภอบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี จากกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ไม่เคยใช้พืชกระท่อม 99 ราย และผู้ใช้พืชกระท่อมแบบวิถีชุมชนดั้งเดิมประจำกว่า 1 ปี จำนวน 192 ราย โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.)

ผศ.ดร.สมชาย ศรีวิริยะจันทร์

สำหรับผลการทดสอบ พบว่าการใช้พืชกระท่อมแบบวิถีชุมชนดั้งเดิม ที่เคี้ยวใบสดหรือต้ม/ชงใบพืชกระท่อมแห้งเป็นประจำ ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพด้านความคิดและการรับรู้ การทำงานระบบประสาทอัตโนมัติและการทำงานของสมอง ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์เชิงนโยบายสู่การปลดพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพราะพืชกระท่อมมีสรรพคุณที่พร้อมจะพัฒนาสู่ตำรายาไทย โดยสามารถระงับอาการปวดท้อง แก้บิด แก้ท้องเสีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่การใช้พืชกระท่อมมีทั้งคุณประโยชน์และโทษ ซึ่งควรให้ปริมาณที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อร่างกาย

“ม.อ. พร้อมร่วมขับเคลื่อนพัฒนาพืชกระท่อมมาใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมทั้งเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป เพื่อสอดรับกับนโยบายสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด (สพส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการเรื่องพืชกระท่อมอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างแนวทางการทำวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ชุมชนจนถึงระดับอุตสาหกรรม” ผศ.ดร.สมชาย กล่าว

 

Latest articles

 “บีไชน์ ไบโอ โปร ซี” จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 เพียง 49 บาท ที่เซเว่น อีเลฟเว่น

บริษัท บีไชน์ นูทริชั่น พลัส จำกัด ชวนดูแลสุขภาพรับหน้าฝนด้วยไอเท็มยอดฮิตของสายสุขภาพ “ไบโอ โปร ซี วิตามินซี 1000 มก. พลัส บิลเบอร์รี่” (Bio Pro C Vitamin C 1000 mg. Plus Bilberry) วิตามินซีสูตรพรีเมียมที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

รพ. พญาไท 2 เปิดตัว “Her Confidence” พลิกโฉมการดูแลสุขภาพผู้หญิงยุคใหม่

โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพผู้หญิง เปิดตัว "Her Confidence" ศูนย์ดูแลสุขภาพสตรีเฉพาะทาง ภายใต้วิสัยทัศน์ HerLife World เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพผู้หญิง

สัมผัสรสชาติพรีเมียมเมนูเห็ดทรัฟเฟิลดำ บนรูฟท็อปใจกลางกรุงฯ ณ ห้องอาหารเรดสกาย

ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569 ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญเหล่านักชิมและผู้หลงใหลในรสชาติของเห็ดทรัฟเฟิลดำที่มีกลิ่นสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งวงการอาหาร

Honda Super-ONE ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย ลิมิเต็ดเพียง 30 คัน

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมวางจำหน่าย “Honda Super-ONE ใหม่” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่นประกอบและนำเข้าจากญี่ปุ่นสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในปีนี้

More like this