การเต้นท์-นอนป่า ระวังไรอ่อน ตัวการไข้รากสาดใหญ่

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนักท่องเที่ยวที่ไปกางเต็นท์นอนในป่าเพื่อรับลมหนาวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขอให้ระมัดระวังอาจถูกตัวไรอ่อนกัด เสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ ข้อมูลปีนี้พบว่าเกือบครึ่งของผู้ป่วยอยู่ในภาคเหนือ วิธีป้องกันคือสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้า และขอให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันโควิด 19 ด้วย

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงนี้จนถึงสุดสัปดาห์ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงประกอบกับมีลมแรง โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและป่าไม้ ประชาชนมักเดินทางท่องเที่ยวตามป่าเขาและกางเต็นท์นอนเพื่อสัมผัสอากาศหนาว จึงขอเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางรับลมหนาวและกางเต็นท์นอนในป่า ระวังถูกตัวไรอ่อนกัด อาจเสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ได้

สถานการณ์ของโรคไข้รากสาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2564 มีรายงานพบผู้ป่วย 240 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ภาคเหนือเป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด (106 ราย) ส่วนกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อายุ 45-54 ปี รองลงมาคืออายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 35-44 ปี ตามลำดับ ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่อาจมีการเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าว

โรคไข้รากสาดใหญ่” หรือ “โรคสครับไทฟัส” (Scrub typhus) เกิดจากการติดเชื้อริกเก็ตเซีย (Rickettsia) ชนิดหนึ่งจากบาดแผลที่ถูกตัวไรอ่อนซึ่งเป็นพาหะกัด ตัวไรอ่อนจะอาศัยอยู่ตามใบไม้ใบหญ้าใกล้กับพื้นดิน ไรอ่อนจะเกาะตามเสื้อผ้าของคนและกัดผิวหนังที่สัมผัสกับเสื้อผ้า โดยปกติจะมองไม่เห็นตัวไรอ่อน เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก บริเวณที่ถูกกัดส่วนใหญ่คือ รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว หลังถูกไรอ่อนกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีอาการปวดศีรษะ มีไข้สูง หนาวสั่น ไอ ตาแดง คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย และบริเวณที่ถูกกัดอาจจะมีผื่นแดงขนาดเล็กค่อย ๆ นูนหรือใหญ่ขึ้น อาจจะพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ (Eschar) แต่จะไม่ปวดและไม่คัน ผู้ป่วยบางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ อาจทำให้เสียชีวิตได้

นายแพทย์โอภาส แนะนำประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวและกางเต็นท์นอนในป่า ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หลีกเลี่ยงการนั่งหรือนอนบนพื้นหญ้า และทาโลชั่นกันยุงที่มีส่วนผสมของสาร DEET หรือใช้สมุนไพรทากันยุงซึ่งสามารถป้องกันตัวไรอ่อนกัดได้ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีตัวไรอ่อนชุกชุม ไม่ว่าจะเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ บริเวณที่มีการปลูกป่าใหม่หรือตั้งรกรากใหม่    ทุ่งหญ้า ชายป่าหรือบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และนำเสื้อผ้าที่สวมใส่มาซักให้สะอาด ด้วยผงซักฟอกเข้มข้น เพราะอาจมีตัวไรอ่อนติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้ หากมีอาการไข้และอาการข้างต้น ภายใน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเข้าป่าให้แพทย์ทราบเพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ป้องกันการเสียชีวิต นอกจากนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 100% รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

Alibaba Group จับมือ UEFA สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลสโมสรชายยุโรป

อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ Union of European Football Associations (UEFA) และ UC3 ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง UEFA และ European Football Clubs (EFC) ที่มีหน้าที่กำกับดูแล บริหารจัดการ และดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาด การขาย และการส่งมอบสิทธิประโยชน์เชิงพาณิชย์ของการแข่งขันฟุตบอลสโมสรภายใต้ UEFA

CHAGEE จับมือ Soi Dog เปิดตัวโครงการ CSR สุดอบอุ่น “Sip for Paws”

CHAGEE แบรนด์ชาพรีเมียมผู้เชื่อมั่นว่า “ชา” เป็นสิ่งเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน เดินหน้าสร้างสายสัมพันธ์เพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านโครงการเพื่อสังคมสุดอบอุ่น “Sip for Paws” ช่วยเหลือสุนัขและแมวซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยฮีลใจของผู้คนจำนวนมากในปัจจุบัน โดยร่วมมือกับ มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation)

Disney+ เฉลิมฉลองเดือน “Pride Month” ผ่าน 7 เรื่องราวหลากหลาย กับ 7 นิยามความภูมิใจที่ได้เป็นตัวเอง

ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมใน Pride Month ไปกับ Disney+ ผ่านคอลเลกชันภาพยนตร์และซีรีส์คุณภาพที่คัดสรรมาเพื่อถ่ายทอดนิยามของความรัก การค้นหาตัวตน การยอมรับในความต่าง และมิตรภาพในหลากหลายมิติ เพราะคำว่า ‘Pride’ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของความรู้สึกเท่านั้น แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองทุกย่างก้าวและช่วงเวลาของการเติบโต

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า และ แอร์เอเชีย เปิดตัวเมนูใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Midnight Grape “Coke”

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ร่วมกับพันธมิตร แอร์เอเชีย เปิดตัวเครื่องดื่ม Midnight Grape “Coke” พิเศษเฉพาะเที่ยวบินของแอร์เอเชีย เสิร์ฟความซ่าส์ของ “โค้ก” ผสานความหวานฉ่ำหอมอร่อยจากองุ่นเต็ม ฉลองการเป็นพันธมิตรร่วมกันระหว่างไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า และแอร์เอเชีย ที่ยาวนานมากกว่า 20 ปี พร้อมสร้างโมเมนต์สุดซ่าส์ต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2026 กับ “โค้ก” คอลเลกชันกระป๋องสุดลิมิเต็ด 10 ลายทีมโปรดของแฟนฟุตบอลชาวไทย และกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย

More like this