สสว. ยกระดับ มะพร้าว สับปะรด กระเทียม สู่ความสำเร็จกว่า 40 ล้าน

Published on

สสว. ร่วมกับ สถาบันอาหาร จัดกิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2563 ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในเชิงพาณิชย์ พัฒนาพื้นที่กลุ่มคลัสเตอร์ต่อเนื่องที่มีความเข้มแข็ง

ทั้งนี้มีกลุ่มคลัสเตอร์ที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ คลัสเตอร์มะพร้าว จำนวน 1 คลัสเตอร์ (คลัสเตอร์มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร) คลัสเตอร์สับปะรด จำนวน 1 คลัสเตอร์ (คลัสเตอร์สับปะรดสยามโกลด์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) และคลัสเตอร์กระเทียม จำนวน 1 คลัสเตอร์ (กลุ่มเครือข่ายผู้ปลูกกระเทียม จังหวัดเชียงใหม่) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจแบบคลัสเตอร์ และพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ ของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ จำนวนกว่า 468 ราย ตั้งแต่พัฒนาศักยภาพการดำเนินการธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในแต่ละกลุ่ม อาทิ จัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หลักสูตรมาตรฐานการผลิต หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หลักสูตรการพัฒนาคลัสเตอร์ หลักสูตรการตลาดและการสร้างแบรนด์เชิงสร้างสรรค์สำหรับผู้นำคลัสเตอร์มะพร้าว สับปะรด และกระเทียม

โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากโครงการ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปิ๊งโคโค่ (PING COCO) น้ำมะพร้าวน้ำหอม 50% ผสมคอลลาเจน ซิงค์ และทอรีน ซึ่งทางกลุ่มคลัสเตอร์มะพร้าวน้ำหอมมีแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวน้ำหอม ที่เสริมสารกลุ่ม Functional โดยผสมคอลลาเจน ซิงค์ และทอรีนที่มีสรรพคุณช่วยทางด้านต่างๆ และนำผ่านเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลซ์เซชัน ซึ่งช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคที่ชื่นชอบน้ำมะพร้าวน้ำหอม

ผลิตภัณฑ์เนยกระเทียม ผลิตภัณฑ์ที่นำกระเทียมซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ปลูกได้จำนวนมากในท้องถิ่นนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยทำเป็นผลิตภัณฑ์เนยกระเทียมที่สามารถนำไปรับประทานกับอาหารได้ โดยการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในการแปรรูปการถนอมอาหาร สามารถเก็บได้นานกว่า 1 เดือนในอุณหภูมิ 1-8 องศาเซลเซียส

ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาปรุงสำเร็จผสมน้ำสับปะรดและเนื้อสับปะรด โดยนำสับปะรดพันธุ์ MD2 มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนในเมืองที่เร่งรีบ แต่ยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่บริโภคได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถเก็บรักษาได้นาน จึงมีแนวคิดพัฒนาเครื่องดื่มชาปรุงสำเร็จผสมน้ำสับปะรดและเนื้อสับปะรดแบบแช่แข็ง เพียงแค่นำแก้วเข้าอุ่นในไมโครเวฟ ก็จะได้เครื่องดื่มแบบเกล็ดหิมะที่สามารถดื่มได้ทันที มีรสชาติอร่อย หอมหวาน สดชื่น ได้เนื้อสัมผัสของชิ้นสับปะรด 100% เก็บรักษาที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส ได้นาน 6 เดือน

ทั้งนี้ คาดว่า เมื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในโครงการฯ สามารถออกสู่ตลาดได้ จะเกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ ได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท และ สสว. นั้นยังคงให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ต่อไป ในรูปแบบของโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารโครงการได้ที่ www.sme.go.th

Latest articles

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ทั้งจากนโยบายภาครัฐ มาตรการทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องทบทวน “วิธีคิด” ในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

Insta360 เปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอล ร่วมพัฒนากับ Leica สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

Insta360 ประกาศเปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอลเรือธงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ซึ่งออกแบบมา เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน และฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครบครันไว้ ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เสริมด้วยระบบเลนส์คู่และเลนส์เทเลโฟโต้ระดับโปร ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และสายโปรดักชันที่ถ่ายทำและตัดต่อบนสมาร์ตโฟน

โก โฮลเซลล์ จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ดันแคมเปญ “HoReCa GO More”

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำการเป็นธุรกิจค้าส่ง เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ ผ่านแคมเปญใหญ่ประจำปี “HoReCa GO More” ร่วมกับพันธมิตร 26 แบรนด์ชั้นนำ ขนทัพวัตถุดิบลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอัดโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่อยอดเสริมแกร่งอีกมากมาย เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ต่อลมหายใจนาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 2569

พญาไท-เปาโล ผนึก Shop.BeDee ยกระดับการเข้าถึงสุขภาพคนไทย ผ่าน Digital Health Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำ ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย

More like this