APCO เผยกลยุทธ์ปรับโครงสร้างธุรกิจ จับมือพันธมิตรสร้างการเติบโต

Published on

APCO เผยกลยุทธ์ปรับโครงสร้างธุรกิจ จับมือพันธมิตรสร้างการเติบโต ขยายช่องทางจำหน่าย มุ่งเน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลายหลาย เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 10 ของการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 80% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 20-25%

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า APCO จดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 4พฤศจิกายน 2554 ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท และวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ย้ายหลักทรัพย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท พร้อมกับการประกาศ “ปณิธานที่จะเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมดีเลิศในการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS”

“ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา APCO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง และมีความสามารถในการทำกำไรดีมาตลอด จนปี 2557 – 2558 ได้รับรางวัล Best Company Performance Award คู่กับ Best CEO Award จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2 ปีซ้อน และสามารถย้ายเข้า SET ในปี 61 แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีช่วงเวลาที่ประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงในปีนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 บริษัทก็สามารถปรับกลยุทธ์และรูปแบบการจัดจำหน่ายเพื่อรักษาการเติบโตได้ โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 80% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 20-25% พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.พิเชษฐ์

ที่ผ่านมา APCO มีการวางแผนกำหนดกลยุทธ์การขยายธุรกิจในแต่ละปีให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปีนั้นๆ และรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง และด้วยฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง APCO จึงได้มีการปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น 100% ในตลอด 9 ปีที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางการดำเนินงานต่อจากนี้ APCO มีแผนที่จะร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพันธมิตรที่ร่วมลงนามแล้ว 3 ราย อาทิ ศูนย์ BIM Healthcare Center ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, APCO China ขยายช่องทางการขายในประเทศจีน ล่าสุดลงนามร่วมกับ อะโฮ้ อะคาเดมี่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ Social Media ในนาม บริษัท ไฮโซลด์ ดิจิทัล จำกัด ซึ่งในการร่วมมือกับพันธมิตร จะทำให้ผลิตภัณฑ์ APCO เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างหลายหลาย

อีกทั้งบริษัทมีการพัฒนางานวิจัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ APCO ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับมะเร็งที่สามารถป้องกันและบำบัดมะเร็งในทุกส่วนของร่างกาย ด้วยประสิทธิภาพสูง ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ที่สามารถลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาต้านไวรัส เพิ่ม CD4 ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภครอดจากการติดเชื้อฉวยโอกาส ช่วยให้ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายด้วยอาการติดเชื้อรา แบคทีเรีย มะเร็ง กลับมามีคุณภาพชีวิตเหมือนคนปกติ และ ล่าสุดประสบความสำเร็จในการช่วยผู้ติดเชื้อ HIV ที่ยังไม่ได้ใช้ยาต้านไวรัส ให้สามารถลดเชื้อจนหมดฤทธิ์ (หรืออาจจะปลอดเชื้อแล้ว) ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ (Plant-based Immunotherapy for HIV) เป็นครั้งแรกก่อนนักวิจัยจากทั่วโลก

Latest articles

ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋าไปฮ่องกงกับ Trip.com จัดดีลคุ้ม 2 ต่อ รับส่วนลดสูงถึง 50%

ซัมเมอร์นี้ Trip.com ชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสสีสันแห่งฤดูร้อนในฮ่องกง พร้อมอีเวนต์ระดับนานาชาติ กิจกรรมความบันเทิง และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตลอดฤดูกาล ภายใต้แคมเปญ “Hong Kong Summer Fun” โดย Trip.com ได้จับมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดตัวดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey Pinpoints the Threshold That Triggers C-suite Action

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey finds that 41% of business leaders would consider significant supply chain realignment even with cost increases below 20%, and another 42% capping their tolerance for tariff-related cost increase at 40% - a threshold far lower than expected.

ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

More like this