อิฐมวลเบา “Q-CON” ได้ฉลากเบอร์ 5 การันตีประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงสุด

Published on

Q-CON ในเครือเอสซีจี ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาของไทย กว่า 25 ปีขึ้นรับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในพิธีมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงแก่ผู้ประกอบการโครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลากจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)

นายกิตติ สุนทรมโนกุล กรรมการผ้จัดการบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯได้ผลิตคอนกรีตมวลเบาคุณภาพสูงเพื่อจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งประเภทไม่เสริมเหล็ก ได้แก่ อิฐมวลเบาทุกชั้นคุณภาพ และประเภทเสริมเหล็ก ได้แก่ แผ่นผนังและแผ่นพื้นสำเร็จรูป แผ่นผนัง Sound Barrier คานทับหลังสำเร็จรูป เคาน์เตอร์ครัวสำเร็จรูป โดยอิฐมวลเบา Q-CON ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C177-04 จากศูนย์วิจัยและปฏิบัติการทดสอบพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงครบทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งชั้นคุณภาพ G2 และ G4 ซึ่งหมายถึงอิฐ Q-CON มีคุณสมบัติเป็นฉนวน สามารถกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายใน และช่วยประหยัดพลังงานภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยม

การได้รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา Q-CON เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับก่อเป็นผนังเนื่องจากมีค่าต้านทานความร้อน (R) มากกว่าวัสดุอื่น 7-14 เท่า เช่น อิฐมอญ อิฐบล็อค ทำให้เป็นฉนวนกันความร้อน ประหยัดพลังงาน และลดค่าไฟได้ดีกว่าวัสดุผนังประเภทอื่น ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับประเทศในเขตร้อนแบบประเทศไทย รวมไปถึงยังประหยัดต้นทุนค่าก่อฉาบ กล่าวคือ เมื่อเทียบราคาวัสดุบวกค่าแรงต่อตารางเมตร อิฐมวลเบาจะมีต้นทุนถูกกว่าวัสดุอื่น หากต้องการค่าการกันความร้อนที่มีค่าเท่ากัน เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ก่อสร้างไว ไม่ต้องก่อ 2 ชั้นเหมือนอิฐมอญที่ต้องเว้นช่องว่างตรงกลางเพื่อกันความร้อนหรือวัสดุอื่นที่ต้องประกบวัสดุกันความร้อนเพิ่มเติม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่ม อีกทั้งช่างยังเสียเวลาในการทำงาน “ซึ่งหากใช้อิฐมวลเบาทีมีความหนาตั้งแต่ 10 ซม. ขึ้นไป ยิ่งหนา จะยิ่งกันความร้อนได้ดีขึ้นอีกถึง 30 %” นายกิตติ กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ Q-CON เป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.1505-2541 ครบทุกชั้นคุณภาพ G2, G4 และ G6

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this