กลยุทธ์การตลาดบุหรี่ ไล่ล่าวัยรุ่นเป็นฐานลูกค้าใหม่

Published on

การวิเคราะห์ข้อมูลของศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบใน พ.ศ. 2560 พบว่า คนไทยเสียชีวิตเพราะบุหรี่ถึง 72,656 คน โดยโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายหลัก ผู้ที่สูบบุหรี่ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าด้วย 

ย้อนไปเมื่อปี 2558 สถานการณ์ผู้สูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนมีถึง 200,000 คนต่อปี นับว่าเป็นจำนวนที่มากอยู่ จากการศึกษาเอกสารลับทางการตลาดของบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ บอกว่าภายใน 30 ปี บริษัทบุหรี่จะต้องล้มละลาย หากเราไม่สามารถไล่ล่าให้วัยรุ่นเข้ามาสูบบุหรี่ได้ บริษัทบุหรี่จึงพยายามงัดกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อมาสร้างแรงจูงใจให้เด็กและเยาวชนลิ้มลองการสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งรูปลักษณ์บุหรี่ให้เข้าถึงวัยรุ่นอย่างบุหรี่ไฟฟ้า การนำสารเมนทอลหรือรสชาติอื่นมาใส่ในบุหรี่เพื่อเชิญชวนให้เสพติด การนำดารานักร้อง หรือ Influencer มาสูบบุหรี่ หรือจัดกิจกรรมเชิญชวนทางออนไลน์ สิ่งต่าง ๆ

เหล่านี้เป็นเรื่องที่ท้าทายให้มูลนิธิฯ และเครือข่ายรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น การรณรงค์และเข้มงวดจริงจังในการบังคับใช้พื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ ณ สถานศึกษาและที่สาธารณะ การสร้างจิตสำนึกให้ร้านค้าปลีกตามชุมชนไม่ขายบุหรี่ให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการผลักดันเรื่องภาษีของบุหรี่และยาเส้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีราคาแพง สกัดกั้นให้วัยรุ่นเข้าถึงบุหรี่ยากขึ้น

ศ.เกียรติคุณ นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ

“รวมทั้งการผลักดันให้มีการสร้างองค์ความรู้ในพิษภัยของยาสูบ บรรจุเป็นเนื้อหาหลักสูตรในระบบการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะโดยลำพังที่ทางมูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมอื่น ๆ ทำการเสริมสร้างความรู้นอกระบบอย่างเดียวไม่เพียงพอ การจะสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ และการดูแลเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติดในรูปแบบของสินค้าถูกกฎหมายอย่างบุหรี่ต้องอาศัยองค์กรทุกภาคส่วนของสังคมเป็นองคาพยพในการขับเคลื่อนสังคมไปด้วยกัน” ศ.เกียรติคุณ นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าว

จากข้อมูลทางการแพทย์สากลคนที่ติดบุหรี่ จะเริ่มสูบบุหรี่เมื่อเป็นวัยรุ่น อายุเฉลี่ย 17 ปี เพราะอยากรู้ อยากลอง ในวัยรุ่นที่ทดลองสูบบุหรี่เพียง 100 มวน หรือเพียง 5 ซอง สารนิโคตินในบุหรี่ที่มีฤทธิ์ติดง่ายและเลิกยากเทียบเท่าเฮโรอีน ก็จะทำให้เยาวชนคนนั้นติดบุหรี่ทันที ในขณะที่พอถึงอายุ 20 ปี 80 % ของคนไทยที่สูบบุหรี่ได้ติดบุหรี่ไปแล้ว และพอหลังอายุ 24 ปี จะมีคนติดบุหรี่น้อยมาก นี่ก็แสดงให้เห็นว่าการเสพติดบุหรี่เกือบทั้งหมดติดขณะเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่อายุน้อย ในจำนวนคนติดบุหรี่ 10 – 11 ล้านคนในประเทศไทย มีอยู่ 1 ใน 3 หรือประมาณ 37 % ที่พยายามจะเลิกบุหรี่ในแต่ละปี แต่ที่ยังเลิกยากอยู่ เป็นเพราะฤทธิ์ของนิโคตินสารเสพติดในบุหรี่ ที่เขาว่าติดง่าย เลิกยากยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เลิกไม่สำเร็จ

“โดยจากสำรวจคนที่ติดบุหรี่ 10 คน มีเลิกไม่ได้ถึง 7 คน และที่เลิกบุหรี่ได้มีเพียง 3 คน ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 20 ปีทีเดียวจึงเลิกได้สำเร็จ และช่วงอายุที่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จอายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป เพราะเริ่มมีครอบครัว มีลูก มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น แต่อีก 7 คนที่เลิกไม่ได้ก็อาจจะไปเลิกได้ตอนตายหรือใกล้ตายแล้ว” ศ.เกียรติคุณ นพ. ประกิต กล่าว

ด้านนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สะท้อนถึงทิศทางการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายภาคีหลักของแผนงานควบคุมยาสูบ ว่า เพื่อสร้างสังคมปลอดบุหรี่ในยุคปัจจุบันและอนาคตบุหรี่ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมาก การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการสูบบุหรี่ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2560 พบว่า การสูบบุหรี่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีละ 87,250 ล้านบาท (คำนวณเป็นความสูญเสีย 42 บาทต่อบุหรี่ 1 ซอง) โดยรวมแล้วความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการสูบบุหรี่คิดเป็นร้อยละ 0.56ของ GDP และคิดเป็นร้อยละ 15 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศทั้งหมด

แม้ว่าสถานการณ์การสูบบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปในภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด พ.ศ. 2560 พบว่า ประชากรสูบบุหรี่ทั้งสิ้น 10.7 ล้านคน (ร้อยละ 19.1) แต่กลับพบว่ามีผู้สูบบุหรี่เป็นครั้งคราวกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยใน พ.ศ. 2534 มีผู้สูบบุหรี่เป็นครั้งคราวเพียง 590,528 คน กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1,251,695 คน ในพ.ศ. 2560

ทั้งนี้การสูบบุหรี่เยาวชนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอายุที่เริ่มสูบน้อยลง โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มอายุ 19-24 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2558 จากร้อยละ 20.2 เป็นร้อยละ 20.4 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยาสูบมีกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่อาจส่งผลให้มีผู้ทดลองสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น

“ถึงแม้ว่าไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมยาสูบ พ.ศ.2560 ที่มีการห้ามการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ (Total Ban) แต่ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีข้อจำกัดผนวกกับไม่สามารถดูแลพื้นที่ออนไลน์ได้ ทำให้เกิดเสรีบนโลกออนไลน์ เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นท้าทายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งทำงานขับเคลื่อน สอดประสานในการสกัดกั้นไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากสารเสพติดในบุหรี่ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเลิกบุหรี่ยากแล้ว กลยุทธ์ทางการตลาดของบุหรี่ ที่ไล่ล่าวัยรุ่นให้มาเป็นลูกค้ารายใหม่ทดแทนลูกค้าเก่าที่ล้มหายตายจากโรคภัยจากบุหรี่ปีละกว่า 50,000 กว่าคน การปล่อยให้เด็กและเยาวชน ต้องเข้าสู่วังวนของบุหรี่ เท่ากับเป็นการผลักไสให้พวกเขาเดินไปสู่เส้นทางการเสพสารเสพติดที่ต้องทนทุกข์ทรมานนานนับ 20 ปี กว่าจะเลิกบุหรี่ได้ และเมื่อเลิกได้ตอนนั้นสภาพร่างกายของเขาอาจจะย้ำแย่แค่ไหน ไม่อาจประเมินได้

ดังนั้น ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน จึงเป็นปราการด่านแรกที่จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เราต้องร่วมกันสร้างความรู้ให้เยาวชนรู้เท่าทันกลยุทธการตลาดบุหรี่ในทุกรูปแบบ

Latest articles

Mallorka Khaoyai  คาเฟ่ใหม่เขาใหญ่ บรรยากาศแสนดี ที่มาพร้อมเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้ว

เมื่อมาถึงหน้าร้าน Mallorka Khaoyai (มายอร์ก้า เขาใหญ่) เราจะพบอาคารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โทนครีมอ่อนและเหลืองพาสเทล ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจโดดเด่นอยู่ใกล้กับขุนเขา  เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์  

มทร.ล้านนา เดินหน้าพลิกโฉมพัฒนาเชิงพื้นที่ สร้างการเรียนรู้ที่ยั่งยืน

รศ.วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเข้ารับตำแหน่งอธิการบดี มทร.ล้านนา อย่างเป็นทางการ ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้ลงพื้นที่จัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก น่าน และตาก เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา

Huawei Calls for Accelerating AI-Ready Networks to Unlock Asia-Pacific’s Intelligent Future

Huawei joined policymakers, telecommunications operators, industry organizations, and ecosystem partners at the Broadband Development Summit APAC 2026,

COVERMARK ชวนสัมผัสช่วงเวลาแห่งความพิเศษกับ “Brand Day Special”

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น เชิญชวนลูกค้าร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งการช้อปที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น กับแคมเปญ “Brand Day Special” พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 20% และของสมนาคุณที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

More like this