เลือกกองทุน SSF แบบที่ใช่…สไตล์คุณ

Published on

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ กับโอกาสในการซื้อ SSF หลักทรัพย์จดทะเบียน หรือ SSFX (มีกำหนดซื้อได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563) ซึ่งเป็นทางเลือกการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว มีเป้าหมายการใช้เงินก้อนในอีก 10 ปีข้างหน้า และมองหาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มจากวงเงิน SSF ปกติ และกลุ่มเกษียณอื่น ๆ โดยสามารถลงทุนได้สูงถึง 200,000 บาท

SSFX ทุกกองจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เช่น หุ้น หน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ตั้งแต่ 65% ขึ้นไปของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ส่วนที่เหลืออีกไม่เกิน 35% นั้น แต่ละกองสามารถลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ได้

สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนกองทุน SSFX กองไหนดี ฝ่ายส่งเสริมความรู้ตลาดทุนและศูนย์ประสานงานต่างจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีคำแนะนำให้ลองพิจารณา 3 คำถามนี้ก่อน เพื่อช่วยเลือก SSFX ที่ใช่สำหรับตัวเอง

1. สินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้หรือไม่
ผู้ลงทุนควรศึกษาว่าการลงทุนใน SSFX นั้น มีเงื่อนไขและมีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้หรือไม่จากสินทรัพย์ที่กองลงทุน ซึ่งโดยหลักการทั่วไปหากกองทุนมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น มักทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น แต่การลงทุนก็มีความเสี่ยงมากขึ้นด้วย ขณะที่กองทุนที่มีการผสมสินทรัพย์การลงทุนอื่น ๆ ในพอร์ตนอกเหนือจากการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียน ยังมีการกระจายลงทุนในหุ้นกู้ เงินฝาก รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือก (เช่น ทองคำ น้ำมัน ตราสารอนุพันธ์) ก็จะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของกองได้
การลงทุนของ SSFX

แม้ว่าจะมีเงื่อนไขให้ลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV ก็อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ตามอัตราส่วนระหว่างการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนกับสินทรัพย์อื่น คือ (1) กลุ่มที่เน้นลงทุนในหุ้น โดยกองทุนประเภทนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนตั้งแต่ 80% ขึ้นไปของ NAV และ (2) กลุ่มที่มีการกระจายการลงทุนในทรัพย์สินอื่น กองทุนประเภทนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ระหว่าง 65-80% ของ NAV หรือ กระจายลงทุนในสินทรัพย์อื่น ระหว่าง 20-35% เช่น ตราสารหนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

2. ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบใด active หรือ passive
การลงทุนแบบ active คือ การลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ผู้จัดการกองทุนมุ่งสร้างผลตอบแทนให้มากกว่าดัชนีอ้างอิง ซึ่งจะต้องอาศัยความสามารถของผู้จัดการกองทุนในการบริหารจัดการกองหรือมีกระบวนการคัดเลือกหุ้นด้วยการวิเคราะห์เชิงลึก ในขณะที่การลงทุนแบบ passive จะเน้นสร้างผลตอบแทนไปในทิศทางเดียวกันกับดัชนีอ้างอิง ด้วยการลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง เช่น SET50 หรือ SET100 และให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวสอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง จึงทำให้ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนของกองทุนแบบ passive ต่ำกว่ากองทุนรวมที่มีกลยุทธ์แบบ active

3. ต้องการรับเงินปันผลระหว่างทางหรือไม่
ปัจจุบันกองทุน SSFX ที่เสนอขายแล้วมีทั้งกองทุนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกัน คือ SSFX ประเภทที่จ่ายเงินปันผลจะเหมาะกับผู้ลงทุนที่ชอบผลตอบแทนระหว่างการลงทุน หรือเพื่อให้มีกระแสเงินสด (cash flow) อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจว่าเงินปันผลที่ได้รับมาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ด้วย
จากคำถามทั้ง 3 ข้อข้างต้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปในหัวข้อ นโยบายการลงทุน กลยุทธการลงทุน และค่าธรรมเนียม

โค้งสุดท้ายสำหรับการลงทุนใน “กองทุน SSF หลักทรัพย์จดทะเบียน” ที่ปัจจุบันเปิดสนอขายแล้ว จำนวน 20 กองทุน จากบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) 15 แห่ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ บลจ. สาขาของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงแอปพลิเคชั่นของตัวแทนขายหน่วยลงทุนที่เสนอขายกองทุนดังกล่าว หรือสอบถามมาที่ สายด่วนศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. 1207 ตลอด 24 ชั่วโมง

Latest articles

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

“SAPPE” ฉีกตลาด Water Plus ส่ง ‘B’lue’ นวัตกรรมน้ำใสกลิ่นไอศกรีม

SAPPE เจ้าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของไทย เดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่ม เปิดตัวนวัตกรรม ‘เครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมเจ้าแรกในประเทศไทย’ ดึงเสน่ห์ความอร่อยและความทรงจำสุดพิเศษของ ‘ไอศกรีม’ มาสร้างสรรค์มัดใจคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ส่ง 2 รสชาติใหม่

หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ เปิดตัวโซลูชันพลังงานอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ร่วมนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานอัจฉริยะในงาน ASIA Sustainable Energy Week...

More like this