กรมกิจการสตรีฯ เดินหน้าหนุนมาตรการ สางปัญหาคุกคามทางเพศในการทำงาน

Published on

ปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในที่ทำงาน เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม เดิมทีเคยมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้มาแล้ว แต่ยังอาจจะยังไม่ครอบคลุมและเพียงพอต่อการสางปัญหา ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน 12 ข้อ 

นางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน 12 ข้อ ซึ่งมีสาระสำคัญในหลักการที่หน่วยงานต้องถือปฏิบัติ เช่น การประกาศเจตนารมณ์เป็นลายลักษณ์อักษร การจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อให้ความคุ้มครองบุคลากรทุกคนของหน่วยงาน การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากร การกำหนดกลไกการร้องทุกข์ภายในหน่วยงาน การจัดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รวดเร็ว และเป็นความลับ รวมถึงการมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน พยาน และผู้ถูกกล่าวหา และได้เห็นชอบให้กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เป็นศูนย์ประสานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน (ศปคพ.) โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว และติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการฯ โดยรายงานต่อคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ สทพ.) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ทั้งนี้ มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดฯ เคยประกาศใช้มาแล้วเมื่อปี 2558 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ข้อ แต่จากการดำเนินงาน ที่ผ่านมาพบว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ครอบคลุมถึงการคุ้มครองผู้ร้องเรียน พยาน รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาอย่างแท้จริง และนอกจากนี้ยังพบว่าหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจบางหน่วยงานยังมีการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงานเกิดขึ้น ซึ่งจากแบบรายงานผลเมื่อปี 2560 – 2561 ที่ สค. ได้จัดส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ จำนวนทั้งสิ้น 196 หน่วยงาน มีหน่วยงานที่รายงานผลมายัง สค. รวมทั้งสิ้น 179 หน่วยงาน ซึ่งพบว่า 165 หน่วยงาน ไม่มีปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศฯ คิดเป็นร้อยละ 92.18 และมีหน่วยงานที่มีปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศฯ จำนวน 14 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 7.82

มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน จะบังคับใช้ในหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ สำหรับภาคเอกชน พม. จะดำเนินการขอความร่วมมือให้นำมาตรการดังกล่าว ไปดำเนินการในหน่วยงานตามความเหมาะสม ซึ่งมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดฯ ที่ปรับปรุงใหม่นี้ จะทำให้บุคลากรในหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ได้รับการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิส่วนบุคคลมากขึ้น และมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกระทำ พยาน รวมทั้งผู้ที่ถูกร้องเรียน

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการฯ ในระยะนี้ คือ ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานประกาศเจตนารมณ์ ให้บุคลากรในหน่วยงานรับทราบและถือปฏิบัติ พร้อมทั้งจัดทำแนวปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดฯ โดยความร่วมมือของบุคลากรในหน่วยงาน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรในหน่วยงานว่าผู้บริหารให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว และจะมีการดำเนินการอย่างจริงจังหากมีกรณีเกิดขึ้น สำหรับ ศปคพ. จะทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์ฯ ให้ความรู้ คำแนะนำ และเป็นผู้ประสานงานหลักในการรับเรื่องร้องเรียน กรณีการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศฯ โดยจะประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และติดตามผลการดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ สามารถร้องทุกข์ภายในหน่วยงานได้ เช่น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับของผู้กระทำ หรือฝ่ายการเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมาย หรือกลุ่มคุ้มครองคุณธรรมจริยธรรม หรือร้องทุกข์ได้ที่ ศปคพ. สค. รวมถึง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการฟรี 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นางสาววิจิตา กล่าว

Latest articles

“Thai Night Cannes 2026” ชูวิสัยทัศน์ “Reimagining Thailand”

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประกาศศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยบนเวทีโลก “Thai Night Cannes 2026” ชูวิสัยทัศน์ “Reimagining Thailand”ยกระดับประเทศไทยจากจุดหมายกองถ่ายโลก สู่พันธมิตรคอนเทนต์แห่งอนาคต

ททท. เปิดรับสมัคร TME7 หลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง

ททท. เปิดรับสมัคร TME7 หลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันเครือข่ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Journey New Thailand”การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ProPak Asia 2026 เปิดเวที Creative Design Village อัปเดตเทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์

กระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกกำลังมุ่งหน้าสู่มาตรฐานใหม่ ข้อกำหนดด้านความยั่งยืน คุณสมบัติพื้นฐานในการปกป้องผลิตภัณฑ์ให้ปลอดภัยและมีอายุยาวถูกยกระดับ การปรับเปลี่ยนใช้วัสดุอย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามีผลต่อต้นทุนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีหน้าที่ในการสื่อสารกับผู้บริโภคเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องนำมาพิจารณา

RISE ผนึกกำลัง Harvard Business Impact เปิดตัว HBR Spark แพลตฟอร์ม Executive Education

RISE ผนึกกำลัง Harvard Business Impact ขยายความร่วมมือระดับโลก เปิดตัว HBR Spark แพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้บริหารยุค AI ด้วยเนื้อหาแบบ Bite-sized ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Executive Education แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

More like this