อยู่บ้านช่วยระวัง กำจัดยุงลาย ป้องกันไข้เลือดออกที่ยังน่าห่วง

Published on

สภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย เหมาะแก่การอาศัยของยุง ตัวการที่นำพาโรคร้ายมาสู่เรา ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในพื้นที่ที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ระมัดระวังป่วยโรคไข้เลือดออก  และช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยแนะให้ประชาชนเก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงนี้ประเทศไทยจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำขังในภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เพราะอาจเสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 เมษายน 2563 พบผู้ป่วย 8,147 ราย เสียชีวิต 4 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี และ 0-4 ปี ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ อ่างทอง ระยอง พิจิตร สมุทรสาคร ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ขอนแก่น นครราชสีมาและนครปฐม ตามลำดับ ส่วนปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตคือโรคอ้วน และก่อนมาโรงพยาบาลได้ทานยาทานเองในกลุ่มยา NSAIDS เช่น ไอบรูโปรเฟน

จะเห็นได้ว่าเพียง 3 เดือนกว่าของปีนี้ ที่แม้จะมีผู้ป่วยน้อยกว่าในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขผู้ป่วยจำนวนกว่า 8000 ราย ก็ถือว่ามากกว่าหลายๆ ปีก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโดยรวมก็ยังมีความเสี่ยงสูงและต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นต่อไป ยิ่งเมื่อมีพายุฝนในช่วงนี้ยิ่งจะเติมน้ำในภาชนะขังน้ำทั่วไปซึ่งอาจมีไข่ยุงลายแห้งติดอยู่หลายเดือนรอการแตกตัวเป็นลูกน้ำและเป็นยุงลายพาหะได้ อีกทั้งเมื่อเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการในราวเดือนพฤษภาคมก็จะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นจากที่จะมีจำนวนยุงลายชุกชุมหนาแน่นขึ้นไปอีกหากไม่ดำเนินการใดๆอย่างจริงจัง ทางที่ดีประชาชนเองซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของชุมชนซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เอื้อต่อการก่อโรคมากที่สุด ควรตระหนักและสร้างนิสัยในพฤติกรรมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างสม่ำเสมอก่อนฝนจะมา เก็บปิดทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อลดจำนวนยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออกและโรคอื่นๆ ก่อนฤดูการระบาดของโรคที่จะมาถึง

สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้น ขอให้ประชาชนสำรวจพื้นที่ที่มีน้ำขัง และร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน โดยแนะให้ประชาชนเก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค  ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายกันหลายโรค ทั้งไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรคโควิด-19 จึงขอให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย รับประทานยาลดไข้ 1-2 วัน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการวินิจฉัยโรคและรับการรักษาต่อไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this