กรมควบคุมโรค เพิ่มสายด่วนปรึกษาโควิด-19

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มคู่สายโทรศัพท์ให้บริการประชาชนผ่านสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 จาก 30 คู่สาย เป็น 60 คู่สาย เพื่อตอบคำถามและข้อสงสัยของประชาชนที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางโซเชียลมีเดียที่หลากหลายให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มวัย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เป็นโรคติดต่ออันตราย มีการแพร่กระจายในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย  ทำให้มีประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคดังกล่าวจำนวนมาก   สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เป็นช่องทางหนึ่งในการสอบถามข้อมูล ข้อสงสัย ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงการแจ้งผู้ที่มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์สงสัยป่วยโรคโควิด-19

สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 แต่เดิมมีอยู่ 30 คู่สาย ให้บริการประชาชนมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่การระบาดของโรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคซาร์ส เป็นต้น ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี กรมควบคุมโรค จึงได้เพิ่มคู่สายเป็น 60 คู่สาย และปรับปรุงเป็นระบบดิจิทัล (Soft Phone) ผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งดำเนินการร่วมกับบริษัท TOT ระบบนี้เจ้าหน้าที่จะสามารถรับสายผ่านโทรศัพท์มือถือ จากนอกสถานที่ทำงานหรือทำงานที่บ้าน (Work at home) ได้ เพื่อลดการสัมผัสเชื้อตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข   ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรับสายได้ทัน ระบบอัตโนมัติในโทรศัพท์จะแจ้งให้แอดไลน์ แชทบอทที่ Line ID @COVID-19 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถดูข้อมูลของโรคจากไลน์นี้ได้ และผู้ที่โทรเข้ามายังสามารถฝากคำถามหรือกรอกแบบฟอร์มในแชทบอทหรือแจ้งเบาะแสผู้ที่สงสัยป่วยโรคโควิด-19 ได้ โดยจะมีการจัดทำเป็นแบบฟอร์มแจ้งเบาะแสและแบบฟอร์มคำถามไว้ให้  ซึ่งแชทบอทจะมีคำถามเป็น 2 ส่วน  ส่วนอัตโนมัติ ระบบจะตอบทันที ในส่วนคำถามที่แชทบอทตอบไม่ได้ ระบบจะขึ้นเป็นแบบฟอร์มให้กรอกข้อคำถามไว้ แล้วส่งไปที่ศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรคอีกต่อหนึ่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยต่อไป

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ยังได้เพิ่มช่องทางโซเชียลมีเดียที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มวัยในการติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หรือมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ได้แก่ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ ช่องทาง Twitter, Facebook, Line official, Tik Tok, Instagram “ไทยรู้ สู้โควิด” และ Line official ChatBot 1422 “Kor-Ror-OK” กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และทาง Line@รู้กันทันโรค หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

Latest articles

การท่องเที่ยวมาเก๊ารุกตลาดไทยเต็มรูปแบบ

สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวไทยเต็มรูปแบบ จัดงาน “Macao Tourism Product Updates Seminar & Travel Mart” พร้อมขยายโรดโชว์สู่เชียงใหม่และภูเก็ตเป็นครั้งแรก สะท้อนกลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุกที่มุ่งขยายฐานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและเข้าถึงนักเดินทางไทยในหลากหลายภูมิภาค...

“เฉินหลง” ร่วม Trip.com Group โปรโมตกุ้ยหลินสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

“เฉินหลง” นักแสดงระดับตำนานและแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการท่องเที่ยวจีนของ Trip.com Group ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองกุ้ยหลินสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อกุ้ยหลินสะท้อนผ่านข้อมูลการท่องเที่ยวล่าสุด โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยอดจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปยังกุ้ยหลินเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

finbiz by ttb แนะ 3 แนวทาง SME เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด หนุนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME มากกว่าตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ธุรกิจจะมีโอกาสทำรายได้ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็อาจสะดุดได้ในทุกจังหวะสำคัญ finbiz by ttb จึงรวบรวม 3 แนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและเลือกใช้ “สินเชื่อ SME” ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย

MR. D.I.Y.ได้รับการจัดอันดับใน ESG Emerging List 2026 ของสถาบันไทยพัฒน์

บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“MRDIYT” หรือ “บริษัทฯ”) ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ “ESG Emerging List” โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (ESG) พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

More like this