ทีเอ็มบี ประกาศราคา TSR ที่ 1.40 บาท สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ส่วน TCAP

Published on

หลังจากประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทีเอ็มบีวานนี้ ทีเอ็มบีประกาศราคาใช้สิทธิ TSR เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ 1.40 บาท สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ส่วนนักลงทุนรายใหม่ รวมทั้ง TCAP และ BNS คาดซื้อที่ราคาประมาณ 2.1 บาท พร้อมยืนยันเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม และเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนรายใหม่

สืบเนื่องจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทีเอ็มบีในวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการรวมกิจการระหว่างธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาต การออกใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (Transferable Subscription Rights หรือ TSR) เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคารฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pro-rata basis) และเห็นชอบให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้กำหนดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการออก TSR ซึ่งรวมถึงราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TSR อัตราส่วนการจัดสรร TSR และกรอบระยะเวลาการออก และการใช้สิทธิ

ในวันนี้ ทีเอ็มบีประกาศราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตาม TSR ที่ 1.40 บาท โดย 1.444533 หุ้นสามัญเดิม เท่ากับ TSR 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1 หุ้น เพื่อระดมทุนจำนวน 42,500 ล้านบาท

ในเบื้องต้น หากผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิ TSR ครบ 100% และอ้างอิงจากมูลค่าทางบัญชีสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2562 คาดว่าราคาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งรวมถึงบริษัททุนธนชาต (TCAP) และ Scotia Netherlands Holding B.V. (BNS) จะอยู่ที่ประมาณ 2.1 บาท เพื่อระดมทุนจำนวน 64,000 ล้านบาท

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า “คณะกรรมการธนาคารพิจารณาแล้วว่า ราคาใช้สิทธิ TSR สำหรับผู้ถือเดิมที่ 1.40 บาท เป็นราคาที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพราะเป็นราคาที่มีส่วนลดจากราคาตลาดและต่ำกว่าราคาที่กลุ่มนักลงทุนรายใหม่จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ประมาณ 2.1 บาท ซึ่งก็เป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนรายใหม่เช่นกัน”

ในส่วนของวันซื้อขาย TSR (Trading Period) คาดว่าจะอยู่ในเดือนตุลาคม 2562 จากนั้นวันใช้สิทธิ TSR (Subscription Period) เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 ซึ่งธนาคารจะประกาศรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this