คนไทยใจบุญ – ครัวเรือนไทย 96% ใช้จ่ายเพื่อการกุศล

Published on

อีไอซี ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทยในปี 2552-2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า 96% ของครัวเรือนไทยทั้งหมดมีรายจ่ายเพื่อการกุศล

สัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการการกุศลต่อรายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยลดลง จาก 2.8% ต่อรายได้ครัวเรือนในปี 2552 มาอยู่ที่ 2.6% ในปี 2560 โดยเป็นการลดการใช้จ่ายลงของครัวเรือนในทุกระดับชั้นรายได้ ซึ่งครัวเรือนรายได้ปานกลางมีอัตราการลดลงที่มากที่สุด ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากภาระหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดสัดส่วนการใช้จ่ายลงโดยเฉพาะส่วนที่เป็นรายจ่ายไม่ประจำ (discretionary spending)

กล่าวคือ ต้องมีสมาชิกในครัวเรือนอย่างน้อย 1 คนที่มีรายจ่ายเพื่อการกุศลตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปภายในระยะเวลา 1 ปี  โดยรายจ่ายในส่วนนี้ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร/ของถวายพระ/ไหว้เจ้า และเงินทำบุญและการซื้อของให้แก่องค์กรต่าง ๆ ทั้งนี้มูลค่าของรายจ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศในปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือ6.2 พันบาทต่อครัวเรือนต่อปี เพิ่มขึ้นจากประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาทในปี 2552 คิดเป็น 5.0 พันบาทต่อครัวเรือนต่อปี หรือ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.8% ต่อปี ซึ่งน้อยกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยทางเศรษฐกิจ (nominal GDP) ที่ 6.0% ต่อปี ในช่วงเวลาเดียวกัน

ครัวเรือนรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้มากกว่า แม้ครัวเรือนไทยจะทำบุญตามกำลังทรัพย์ที่มี (รายได้มากทำมาก รายได้น้อยทำน้อย) แต่เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของรายจ่ายเพื่อการทำบุญต่อรายได้ระหว่างครัวเรือนในระดับรายได้ต่าง ๆ แล้วจะพบว่า ครัวเรือนรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้สูงกว่า โดยในปี 2560 คนรายได้สูง 10% แรกมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 1.4% ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุด 10% มีสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5.1% ทั้งนี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค

จากข้อมูลชุดเดียวกันนี้ อีไอซีทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้จ่ายกับพฤติกรรมในด้านอื่น ๆ โดยมีการควบคุมปัจจัยด้านรายได้ อายุ และช่วงเวลา พบลักษณะที่น่าสนใจระหว่างการใช้จ่ายเพื่อการกุศลกับพฤติกรรมในด้านอื่น ๆ ในช่วงปี 2552-2560 ดังต่อไปนี้

• ครัวเรือนในต่างจังหวัดมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนในกรุงเทพฯ โดยสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้ของครัวเรือนในต่างจังหวัดอยู่ที่ 2.8% ขณะที่สัดส่วนของครัวเรือนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 1.3%

• ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนนอกภาคเกษตร โดยครัวเรือนที่มีรายได้จากการประกอบอาชีพในภาคเกษตร สัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลต่อรายได้จะอยู่ที่ 3.3% ขณะที่ในส่วนของครัวเรือนนอกภาคเกษตรจะอยู่ที่ 2.5%

• ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มี โดยครัวเรือนที่มีสมาชิกในครัวเรือนอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอย่างน้อย 1 คนจะมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 3.2% ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนของรายจ่ายดังกล่าวอยู่ที่ 2.3%

• ครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวมีการศึกษาสูงกว่าจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลน้อยกว่า โดยครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวมีระดับการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปจะมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 1.7% ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่หัวหน้าครัวเรือนมีระดับการศึกษาต่ำกว่านั้น สัดส่วนดังกล่าวจะอยู่ที่ 2.8%

• ครัวเรือนที่มีรายจ่ายเพื่อการซื้อสลากกินแบ่งจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าเล็กน้อย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 2.7% ต่อรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่มีการใช้จ่ายในสลากกินแบ่ง จะใช้จ่ายเพื่อการกุศลที่ 2.6% ต่อรายได้

ข้อมูลโดย : Economic Intelligence Center – TeamData
ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน
EIC Online: www.scbeic.com
Line : @scbeic

Latest articles

การท่องเที่ยวมาเก๊ารุกตลาดไทยเต็มรูปแบบ

สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวไทยเต็มรูปแบบ จัดงาน “Macao Tourism Product Updates Seminar & Travel Mart” พร้อมขยายโรดโชว์สู่เชียงใหม่และภูเก็ตเป็นครั้งแรก สะท้อนกลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุกที่มุ่งขยายฐานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและเข้าถึงนักเดินทางไทยในหลากหลายภูมิภาค...

“เฉินหลง” ร่วม Trip.com Group โปรโมตกุ้ยหลินสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

“เฉินหลง” นักแสดงระดับตำนานและแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการท่องเที่ยวจีนของ Trip.com Group ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองกุ้ยหลินสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อกุ้ยหลินสะท้อนผ่านข้อมูลการท่องเที่ยวล่าสุด โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยอดจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปยังกุ้ยหลินเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

finbiz by ttb แนะ 3 แนวทาง SME เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด หนุนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME มากกว่าตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ธุรกิจจะมีโอกาสทำรายได้ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็อาจสะดุดได้ในทุกจังหวะสำคัญ finbiz by ttb จึงรวบรวม 3 แนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและเลือกใช้ “สินเชื่อ SME” ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย

MR. D.I.Y.ได้รับการจัดอันดับใน ESG Emerging List 2026 ของสถาบันไทยพัฒน์

บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“MRDIYT” หรือ “บริษัทฯ”) ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ “ESG Emerging List” โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (ESG) พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

More like this