มุ่งพัฒนาศูนย์เด็กเล็กแบบก้าวกระโดด  ลดความเหลื่อมล้ำคุณภาพชีวิต

Published on

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการลงนามความร่วมมือข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแบบก้าวกระโดด ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมดับบ้านดับเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า  การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – พ.ศ. 2580) ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยหล่อหลอมเด็กให้มีคุณภาพ อย่างไรก็ตามพบว่า เด็กเกือบ 1 ใน 4  มีปัญหาด้านพัฒนาการที่พบบ่อยคือ ปัญหาด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา การเข้าใจภาษา การใช้ภาษา การช่วยเหลือตัวเอง และด้านการเคลื่อนไหว ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตรายงานว่าจากการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้าให้เข้าสู่กระบวนการกระตุ้นพัฒนาการต่อเนื่องจนกลับมามีพัฒนาการสมวัย สามารถติดตามเด็กให้มารับการกระตุ้นพัฒนาการได้เพียงร้อยละ 30.48 อยู่ระหว่างการติดตามร้อยละ 19.19 และไม่สามารถติดตามได้ถึงร้อยละ 50.85 เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยในช่วง  2-5 ปี พบว่าเด็กร้อยละ 12 เข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษาและขาดการดูแลที่ดีและมีคุณภาพ เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ การศึกษา สวัสดิการ ทำให้ต้องเร่งพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ได้มาตรฐาน ปัจจุบันพบว่ามีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ในเกณฑ์ที่ควรได้รับการปรับปรุง 1,671 ศูนย์ และต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน 304 ศูนย จาก 21,654 ศูนย์ทั่วประเทศ

“ถือเป็นหน้าที่ สสส. ที่จะสนับสนุนผลักดันหน่วยงานและภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชนทุกวัย โดยสร้างแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีพลัง การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างคนดีมีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย เพราะช่วงวัยนี้ คือ การเริ่มปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและหลักคิดที่ถูกต้อง  การมีสุขภาวะที่ดีตั้งแต่ระดับปฐมวัย เป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนายกระดับคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จึงหวังให้เกิดเครือข่าย อปท.ที่เข้มแข็งมาร่วมกันพัฒนายกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ” ดร.สุปรีดา กล่าว

รศ.ดร.จุฑามาศ โชติบาง ผู้จัดการโครงการสร้างเสริมศักยภาพภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย หรือ COACT ได้เสนอรูปแบบกระบวนการพัฒนายกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแบบก้าวกระโดดด้วยกระบวนการ Benchmarking ที่จะสามารถพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ประกอบด้วย 5 ระบบคุณภาพ คือ ระบบที่ 1 การบริหารจัดการ ระบบที่ 2 การจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบที่ 3 การจัดหลักสูตรการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ระบบที่ 4 การดูแลสุขภาพเด็ก และระบบที่ 5 การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน    ซึ่งเป็นกระบวนการที่จะทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 273 แห่ง เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคุณภาพ ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้น และมีระบบการดูแลส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบันเด็กอายุ 2-5 ปี ร้อยละ 30 อยู่ในการดูแลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ยังไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากความหลากหลายของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทำให้ต้องมีมาตรฐานกลางในการดูแลเด็กปฐมวัย คือ มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ “รศ.ดร.จุฑามาศ กล่าว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรมอนามัยพร้อมสนับสนุนส่งเสริมในฐานะที่ปรึกษาในการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้มีการส่งเสริมพัฒนาการ ช่วยเหลือและส่งต่อเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล้าช้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพต่อไปโดยการพัฒนาเด็กปฐมวัย ถือว่าเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ โดยกำหนดตัวชี้วัดให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ อย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องอาหาร การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เฝ้าระวังการเจริญเติบโต และป้องกันโรค อย่างต่อเนื่อง

นายจรัญ ดวงสะเก็ด นายกเทศมนตรีตำบลวังผาง จังหวัดลำพูน ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัย จะสำเร็จได้ หากผู้บริหาร อปท. รพ.สต. ผู้ปกครองและชุมชน ให้ความสำคัญและร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในแต่ละแห่ง และนำผลการดำเนินงานที่ดีมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เชื่อว่าจะกลายเป็นองค์ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย และเกิดเป็นภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งที่จะนำไปขยายผลการพัฒนาในพื้นที่อื่นต่อไป

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this