กรมอนามัย ย้ำชัด กินอาหารปรุงสุก ร้อน สะอาด ลดเสี่ยงโรค

Published on

กรมอนามัย ย้ำชัด กินอาหารปรุงสุก ร้อน สะอาด ลดเสี่ยงโรคเผยกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหารช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย อาหารที่ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อนและเลือกใช้วัตถุดิบ ที่สะอาด ปลอดภัย ช่วยลดเสี่ยงโรคทางเดินอาหารได้ พร้อมย้ำกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ช่วยคุมเข้มให้ผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหารให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาดปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวชาวต่างชาติ 2 รายที่บอกว่า ป่วยด้วยโรคติดต่อทางอาหารและน้ำจากการกินผัดไทยเมื่อครั้งมาเที่ยวในประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานั้น ซึ่งผัดไทยที่จำหน่ายจะผ่านการปรุงประกอบด้วยความร้อนมากกว่า 80 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถฆ่าเชื้อโรค ที่มีอยู่ได้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสุขลักษณะของการปรุงประกอบอาหาร

ต้องเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ล้างวัตถุดิบและปรุงด้วยความร้อนให้สุกทั่วถึง ใส่ในภาชนะที่สะอาด ไม่ใช้มือหยิบจับโดยตรง ล้างมือก่อนปรุงอาหาร แต่อาจจะมีวัตถุดิบที่มีความเสี่ยงจะปนเปื้อนได้ เช่น ถั่วงอกดิบ ใบกุยช่าย หัวปลี ผักสดอื่น ๆ เป็นต้น

พ่อค้า แม่ค้าที่จำหน่ายอาหารจึงต้องใส่ใจความสะอาด โดยเฉพาะการล้างผักอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างหรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ด้วยวิธีการง่าย ๆ คือ ให้ล้างด้วย น้ำไหล แช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด

หรือใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด ส่วนผู้ประกอบกิจการขายอาหารต้องมีความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหาร ปฏิบัติตามสุขลักษณะหมั่นตรวจสอบดูแล ระมัดระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้อาหารปนเปื้อน

ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรสังเกตสภาพร้าน การเลือกใช้วัตถุดิบต่าง ๆ และสุขลักษณะของคนขาย ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานเรื่องความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และการสอบสวนโรค

พร้อมทั้งได้มีประกาศกฎกระทรวงสุขลักษณะ ของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ครอบคลุมใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การควบคุมสุขลักษณะสถานที่ขาย ต้องดูแลให้ถูกต้องตั้งแต่จุดเตรียมอาหารแสงสว่าง ที่ล้างมือ ห้องน้ำ ที่กำจัดขยะและน้ำเสีย 2) ควบคุมการปรุงประกอบและจำหน่ายอาหารให้ถูกสุขลักษณะ วัตถุดิบก็ต้องมีความสด มีการจัดเก็บอย่างดี น้ำดื่มหรือน้ำที่เอามาใช้ทำอาหารก็ต้องสะอาด ส่วนน้ำแข็งที่ใช้กินก็ห้ามเอาหมู เอาผักหรือ เอาน้ำอัดลมลงไปแช่

3) ควบคุมดูแลภาชนะอุปกรณ์และเครื่องใช้อื่น ๆ ให้สะอาดปลอดภัย เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อม ห้ามใช้ก๊าซหุงต้ม เมทิลแอลกอฮอล์ หรือเมทานอล เป็นเชื้อเพลิงในการทำประกอบปรุงอาหารบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการอุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับป้องกันอัคคีภัยและน้ำใช้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และ 4) ควบคุมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารให้มีสุขวิทยาส่วนบุคคล ที่ดี โดยต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรของกรมอนามัย ดังนั้น จึงขอย้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า กระทรวง

สาธารณสุขได้ผลักดันให้ร้านอาหารดำเนินการอย่างถูกสุขลักษณะ ตามกฎกระทรวงฯ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this