เด็กติดในรถ รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669

Published on

สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเด็กติดในรถ ย้ำหากพบเหตุให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 หากพบเด็กไม่หายใจให้รีบทำ CPR ระบุวิธีที่จะช่วยให้เด็กปลอดภัยที่สุดคือสอนให้เด็กหัดเปิดล็อคประตูรถ บีบแตร เปิดกระจกรถเพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ พร้อมเตือนคุณครูจัดทำเช็คลิสต์เด็กขึ้นลงบนรถทุกครั้ง

จากกรณีที่กรมควบคุมโรคได้ออกคำเตือนถึงให้ผู้ปกครองและคุณครูระวังกรณีเด็กติดในรถเพราะเป็นช่วงที่เด็กๆ เตรียมจะเปิดเทอมแล้วนั้น ล่าสุดสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ออกมาแนะนำถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากท่านพบเห็นเหตุการณ์เด็กติดในรถด้วยเช่นกัน โดย เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า กรณีของเด็กติดในรถไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวไหน แต่ตนอยากให้ทุกๆคนเรียนรู้วิธีในการช่วยเหลือหากเราพบเห็นเด็กติดในรถ เพราะเมื่อเราเจอเหตุการณ์จริงเราจะได้ช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี ระบุอย่างชัดเจนว่า เด็กที่ติดในรถส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจหากแต่เสียชีวิต เพราะอากาศที่อยู่ในรถมีอุณหภูมิที่อยู่ขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที อุณหภูมิในรถจะเพิ่มสูงขึ้นจนเด็กไม่สามารถอยู่ได้ ยิ่งนานเกิน 10 นาที ร่างกายของเด็กจะแย่ และภายใน 30 นาทีเด็กอาจหยุดหายใจ และอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงานจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากท่านพบเห็นเหตุการณ์เด็กติดอยู่ในรถ แล้วเด็กหมดสติหรือหยุดหายใจ สิ่งแรกที่ท่านจะต้องทำคือโทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาทำการช่วยเหลือเด็กให้ได้อย่างทันท่วงที และในระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ ให้รีบเข้าทำการช่วยเหลือโดยนำเด็กออกมาจากรถ และนำไปอยู่บนพื้นราบที่อากาศปลอดโปร่งพร้อมกับทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เบื้องต้นในเด็กทันที

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแหงชาติ (สพฉ.) กล่าวว่าการทำ CPR ในเด็กเล็กจะแตกต่างกับการทำ CPR ในผู้ใหญ่เล็กน้อย โดยมีขั้นตอนการทำ CPR เด็กเล็กมีดังนี้ เมื่อปลุกเรียกแล้วสังเกตว่าเด็กส่งเสียงหรือเคลื่อนไหวหรือไม่ ถ้าไม่ตอบสนอง ไม่เคลื่อนไหว ให้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันที โดยให้คนที่อยู่ใกล้ๆรีบไปโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ส่วนท่านรีบประเมินเด็กทันทีว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ ถ้าเด็กไม่หายใจให้รีบทำการช่วยฟื้นคืนชีพทันที โดยรีบนำเด็กลงมาวางบนพื้นราบแข็ง วางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกึ่งกลางหน้าอกระดับแนวราวนมแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งวางบนหน้าผากของเด็กพยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจ ทำการกดหน้าอก 30 ครั้ง โดยกดให้ลึกลงไปประมาณ 1/3 ของความหนาของหน้าอก การกดแต่ละครั้งต้องต่อเนื่อง อัตราเร็วประมาณ 100-120 ครั้งต่อนาที สลับกับการช่วยหายใจ โดยการกดหน้าผาก เชยคาง บีบจมูก ประกบปากให้สนิทแล้วเป่าลมเข้าไป 2 ครั้ง ให้ทำสลับกันเช่นนี้ต่อไปจนครบ 5 รอบหรือนานประมาณ 2 นาที แล้วประเมินซ้ำทุกๆ 5 รอบหรือ 2 นาทีว่าเด็กกลับมาหายใจได้เองหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้ทำต่อไปเรื่อยๆอย่าหยุด จนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึงและเข้ามาให้ความช่วยเหลือและนำเด็กส่งต่อไปยังโรงพยาบาล

“อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะช่วยให้เด็กรอดและปลอดภัยที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่หรือคุณครูจะต้องดูแลเด็กๆ ให้ดี หากทำได้ผมอยากให้พ่อแม่หรือคุณครูสอนเด็กๆ ให้รู้จักการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ เช่น สอนการเปิดกระจกรถ การปลดล็อครถ การบีบแตรรถให้มีเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ และอยากย้ำว่าเราไม่ควรปล่อยเด็กไว้ในรถตามลำพัง ถึงแม้จะแง้มกระจกรถไว้ก็ไม่ควรทำทุกกรณี เมื่อท่านจะต้องลงจากรถเพื่อไปทำธุระก็ควรนำเด็กลงไปด้วย และคุณครูก็ควรจัดทำรายชื่อของเด็กที่ขึ้นมาในรถ และก่อนลงรถควรเช็ครายชื่อของเด็กๆ ทุกคนดูอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเด็กลงจากรถครบแล้วทุกคนหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เด็กติดในรถเกิดขึ้นอีก” เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะกล่าว

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this