เปิดผลวิจัย “รถฉุกเฉิน” เผยคนขับรับความเสี่ยงรอบด้าน

Published on

ช่วงระยะเวลา 3-4 ปี ที่ผ่านมา  เรามักเห็นข่าวคราวรถพยาบาล หรือ รถฉุกเฉิน ประสบอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง  ทำให้หลายฝ่ายเกิดความห่วงใย และกังวลถึงความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์  ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถ พยาบาล ผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ที่คอยช่วยเหลือผู้ป่วยภายในรถ หรือแม้แต่ตัวผู้ป่วยเอง  

โดยข้อมูลในปี 2559 – 2562 เกิดอุบัติเหตุกับรถฉุกเฉินทั้งสิ้น  110 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 318 ราย เป็นพยาบาลและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 129 ราย ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขณะส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาลถึงร้อยละ 80

ทั้งนี้ที่ผ่านมา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  (สพฉ.) ได้กำหนดนโยบายสนับสนุนให้ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพภายในเวลา 8 นาที  ซึ่งการดำเนินนโยบายเช่นนี้ช่วยให้ผู้ป่วยวิกฤตเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น  แต่ผู้ปฏิบัติงานฉุกเฉินก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา คนขับรถต้องขับรถด้วยความรวดเร็วเพื่อไปรับผู้ป่วยวิกฤต ณ สถานที่เกิดเหตุ และนำส่งสถานพยาบาลภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยลักษณะการทำงานที่เร่งรีบเช่นนี้ ทำให้บุคลากรกลุ่มนี้ได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจรระหว่างการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น   และเพื่อสร้างความเข้าใจในความเสี่ยง  สพฉ. และคณะวิจัย นำโดยแพทย์หญิง นภัสวรรณ พชรธนสาร  จึงทำการสำรวจ “สิ่งคุกคามต่อสุขภาพและอุบัติเหตุจราจรระหว่างการปฏิบัติงานของคนขับรถปฏิบัติการฉุกเฉิน”  เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไข   ซึ่งการสำรวจในครั้งนี้เริ่มที่ จังหวัดชลบุรี ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง 199  คน  ในโรงพยาบาลเอกชน 1 แห่ง และมูลนิธิกู้ภัย  3 แห่ง

ผลการศึกษาพบว่า  คนขับรถปฏิบัติการฉุกเฉิน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 36.7 ปี  ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำร้อยละ 33.2 หรือเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อสัปดาห์  ,  ดื่มกาแฟเป็นประจำร้อยละ 48.7 หรือเฉลี่ย 1.6 แก้วต่อวัน ,  ดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังเป็นประจำ ร้อยละ 35.7 หรือเฉลี่ย 1.2 ขวดต่อวัน   , นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 10.1   และไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำร้อยละ 43.2

ซึ่งในกลุ่มตัวอย่างนี้ มี  42 คน เคยประสบอุบัติเหตุจราจรในช่วงเวลาการทำงาน  56 ครั้ง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดอุบัติเหตุจราจรคือไปชนยานพาหนะคันอื่นร้อยละ 67.8   และมักจะเกิดในระหว่างช่วงเวลา 20.01 – 24.00 น.มากถึงร้อยละ 67.8    และระหว่างช่วงเวลา 20.01-24.00 น. ร้อยละ 33.9    ด้วยความเร็วในการขับขี่  81-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุมีสาเหตุ มาจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านพาหนะ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและกายภาพ

นอกจากนี้ยังได้รับความเสี่ยงจากการสัมผัสกับสิ่งคุกคามในขณะปฏิบัติหน้าที่ อาทิ การสัมผัสเลือดจากผู้ป่วยร้อยละ 49.3 ยกของหนักร้อยละ 46.2   หรืออุบัติเหตุจากของมีคม ถูกทำร้ายร่างกาย  และความกดดันทางจิตใจ   โดยสถิติที่ผ่านมาพบว่าคนขับรถปฏิบัติการฉุกเฉินมีโอกาสเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตเป็นจำนวนร้อยละ 16.2

นายแพทย์สัญชัย ชาสมบัติ รองเลขาธิการ  สพฉ.  ระบุว่า  แม้อุบัติเหตุไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่หากมีการเตรียมพร้อม ก็จะช่วยลดตัวเลขการสูญเสียได้   ซึ่งที่ผ่านมา สพฉ. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยรถพยาบาล  และ สพฉ. ได้ออกประกาศหน่วยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย   โดยมาตรฐานของรถ  คือต้องมีอุปกรณ์พร้อม ทั้งเครื่องมือ สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ในการดูแลผู้ป่วย อุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย   เก้าอี้นั่งเจ้าหน้าที่ภายในรถ เตียงนอนผู้ป่วย จะต้องมีมาตรฐาน  มีเข็มขัดนิรภัย และอุปกรณ์ผูกรัดมัดตึง เพื่อช่วยรักษาชีวิตบุคคลภายในได้อย่างปลอดภัย

ส่วนมาตรฐานบุคลากร ต้องมีการอบรมพนักงาน อย่างต่อเนื่อง   ไม่เว้นแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องฝึกฝนเช่นกัน เพราะการขึ้นไปอยู่บนรถฉุกเฉิน  ต้องมีทักษะการยืน นั่ง ในรถให้เป็น  และที่สำคัญที่สุด คนขับรถ ต้องขับขี่อย่างปลอดภัย  มีความพร้อม ทั้งสภาพร่างกายจิตใจ มีการตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

Latest articles

เที่ยวหน้าหนาว ชมพืชพันธุ์หายาก ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันการสูญพันธุ์ของกล้วยไม้รองเท้านารี แต่ยังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ไว้ ความสำเร็จของโครงการช่วยลดปัญหาการลักลอบค้ากล้วยไม้ป่า

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” พิเศษรับลมหนาว แบบซองเพียง 39 บาท ที่เซเว่นฯ ทุกสาขา

ลมหนาวมาเยือน อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

กพร. โชว์ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล มุ่งต่อยอดเชิงพาณิชย์ หนุน Circular Economy

ปลัดฯ ณัฐพล ชูผลสำเร็จการพัฒนา “ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล” ปลดล็อกเส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บสย. ส่งมาตรการช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด สูงสุด 12 เดือน

บสย. ส่งมาตรการด่วน ช่วย “ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติสูงสุด 12 เดือน

More like this